
ถึงจะห่างๆ ไม่ได้เจอะหน้าเจอะตากันมานับสิบๆ ปี...แต่การที่คุณพี่ โสภณ องค์การณ์ คอลัมนิสต์และนักจัดรายการทีวีของสำนักข่าว ผู้จัดการ ท่านมาด่วนลา-ละ-สละจากโลกใบนี้ เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ต้องเรียกว่า...ก่อให้เกิดความรู้สึกโหวงๆ เหวงๆ ต่อ อันตัวข้าพเจ้าเอง มิใช่น้อย คือมันออกจะ ปัจจุบันทันด่วน สำหรับการเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมอารมณ์-ความรู้สึก เพื่อไม่ให้สิ่งที่มากระทบก่อให้เกิดอาการ กระเพื่อม ขึ้นมาได้ง่ายๆ...
อาจเป็นเพราะการได้มีโอกาสเฝ้าติดตาม รับชมคลิปวิดีโอที่คุณพี่ โสภณ กับคุณน้องผู้หญิงที่เป็นพิธีกรรายการ ช่วยกันวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข่าวคราวด้านต่างประเทศมาโดยตลอด แบบเดียวกับที่ต้องคอยเฝ้า
ติดตามคุณพี่ สำราญ รอดเพชร ของหมู่เฮาวิเคราะห์โน่น วิเคราะห์นี่ ฟันธงและฟันเฟิร์มชนิดธงหักไปเป็นด้ามๆ นั่นแหละ จะด้วยเหตุเพราะความรู้จักมักคุ้น ความเชื่อมั่น เชื่อใจ ในการคิด-วิเคราะห์-แยกแยะอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้ไม่ถึงกับต้องเกิด ความแปลกแยก อย่างที่รับชม รับฟัง จากรายการอื่นๆ หรือจากพวก เด็กๆ ที่ชอบโพสต์โน่น โพสต์นี่ ไปตามเรื่อง-ตามราว และออกจะ ไม่ได้เรื่อง-ไม่ได้ราว ซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น...แม้จะอยู่ห่างๆ แต่ก็อดที่จะรู้สึกสนิทสนม กลมกลืน ขึ้นมาไม่ได้...
อีกทั้งโดยศิลปะ-ลีลาในการนำเสนอสิ่งใดๆ ก็ตาม ของคุณพี่ โสภณ ท่าน อาจต้องจัดอยู่ในประเภท บัวขาว ป.ประมุข อะไรประมาณนั้น คือมีทั้งศอก ทั้งเข่า ทั้งถีบ เผลอเมื่อไหร่อาจถูก ยกตีนลูบหน้า เอาง่ายๆ ยิ่งเป็นการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข่าวต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังดุเดือด เลือดพล่าน ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นอะไรที่ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง แถมบางครั้ง-บางคราได้ผ่อนคลายกับ อารมณ์ขัน ของท่านอีกด้วยต่างหาก ชนิดที่แทบไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมสถานทูตบางแห่งถึงกับต้องเชื้อเชิญไปดูตัว เอาเลยถึงขั้นนั้น...
แต่จู่ๆ...เพียงแค่ ล้มลงบนที่นอน ตามข่าวคราวที่ญาติมิตร เพื่อนสนิทมิตรสหาย ได้เล่าขานให้เป็นที่รับรู้ รับทราบ ถึงกับลุกลามกลายเป็นอาการ เลือดออกบริเวณก้านสมอง แบบไหน? อย่างไร? ก็มิอาจทราบได้ จนต้องเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตไปตาม กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ อันกฎที่ไม่ว่าใครๆ มิอาจตั้งอยู่ในความประมาท ได้เลยแม้แต่น้อย และนั่นยิ่งทำให้ การอยู่-การไป ของบรรดาผู้ที่ต้องเกิดๆ-ดับๆ ทั้งหลาย ยิ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอน ไม่เที่ยงแท้ จีรัง ยั่งยืน หรือทำให้สิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสเอาไว้ถึงการ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ยิ่งเป็นอะไรที่มีน้ำหนัก น่าคิด น่าเชื่อ น่านำมาทบทวน ใคร่ครวญ ไม่น้อยกว่าวันละ 3 เวลาหลังอาหาร เอาเลยก็ว่าได้...
โดยเฉพาะผู้ที่ยังพอมีฤทธิ์ มีเดช มีกำลังวังชาทั้งหลาย เช่นผู้ที่กะจะ น็อกฝ่ายตรงข้าม ลงไปให้จงได้ ไม่ว่าจะในยกหนึ่ง ยกสอง ยกสาม หรือยกใดๆ ก็ตามที แต่ครั้นถ้าลองหันมาใคร่ครวญ ทบทวน ถึงความ ไม่เที่ยงแท้-แน่นอน อันถือเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานแห่งชีวิต อย่างน้อย...ก็อาจพอรู้สึก พอนึกๆ ขึ้นมาได้มั่งว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องมี เหตุปัจจัย ต่างๆ นานาเข้ามาเกี่ยวข้อง พัวพัน ด้วยอีกเยอะแยะ มากมาย จนแทบหา ความแน่นอน ใดๆ แทบไม่ได้!!!
เหมือนอย่างที่ ท่านปัญญาจารย์ ท่านได้เตือนๆ เอาไว้ใน พระคัมภีร์ไบเบิล นั่นแหละว่า... “ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์อีกว่า คนเร็วไม่ชนะในการวิ่งแข่งเสมอไป หรือฝ่ายมีกำลังไม่ชนะสงครามเสมอไป หรือคนฉลาดไม่รับประทานเสมอไป หรือคนมีความเข้าใจไม่ร่ำรวยเสมอไป หรือผู้ที่เชี่ยวชาญไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอไป แต่วาระและโอกาสมีมาถึงเขาทุกคน เพราะว่ามนุษย์ไม่รู้วาระของตน ปลาติดอยู่ในอวนร้ายฉันใด และนกถูกดักติดอยู่ในบ่วงแร้วฉันใด วาระอันร้ายก็มาถึงบรรดาบุตรมนุษย์ เขาก็ถูกวาระอันร้ายนั้น ดักจับติดโดยฉับพลันเหมือนกันฉันนั้น...”
ด้วยเหตุนี้...การจากไปแบบ ปัจจุบันทันด่วน ของคุณพี่ โสภณ องค์การณ์ จึงอาจพอหยิบยกมาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจสำหรับใครต่อใครก็คงพอได้ ที่ไม่ว่ากำลังคิดอะไร? กะจะทำอะไร? มีแต่พึงต้องเริ่มต้นด้วย สติ หรือ มิอาจตั้งอยู่ในความประมาท ได้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะถ้าหาก สติ นั้นๆ สามารถนำมาซึ่ง ปัญญา ในระดับ รู้แจ้ง-แทงตลอด หรือระดับที่มองไม่เห็น ตัวเขา-ตัวเรา หรือ ตัวตนของตน อีกต่อไป อันนี้...ก็น่าจะยิ่ง กระจ่างแจ้ง ยิ่งขึ้นไปใหญ่ มีสิทธิ์ไปไกลถึงขั้นไม่ต้องเสียเวลามาเวียนว่ายตายเกิด หรือเกิดๆ-ดับๆ แบบซ้ำๆ ซากๆ เพราะแม้ว่า สิ่งนี้-สิ่งนี้ อันถือเป็น เหตุปัจจัย มันจะเกี่ยวข้อง ยุ่งเหยิง พัวพัน ไปถึงอะไรต่อมิอะไรก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้ว...มันย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องเป็นไปตาม กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ เป็นไปตามแบบฉบับ ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้จึงเป็นไป อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่นได้เลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

