
พุธที่เพิ่งผ่านมาตรงกับวันที่ 5 มีนา. ...ถ้าว่ากันตาม มาตรฐานเดิมๆ ก็คงต้องถือเป็นวันสำมะคัญอีกวันหนึ่งอยู่พอสมควร คือเป็น วันนักข่าว แต่ถ้าว่ากันตาม มาตรฐานใหม่ๆ ที่แทบไม่เหลือมาตรฐานใดๆ ต่อไปอีกแล้ว วันพุธที่ 5 มีนาคมที่เพิ่งจะผ่านมา-ผ่านไป ก็คงแทบไม่ต่างอะไรไปจากวันจันทร์-อังคาร-พฤหัสฯ-ศุกร์-เสาร์ ในแต่ละอาทิตย์ แต่ละสัปดาห์นั่นเอง เป็นวันธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรให้ต้องนึก ต้องคิด ต้องสะกิดใจ มากมายนัก...
ด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า นักข่าว ยุคนี้...แทบไม่ได้ต่างอะไรไปจากปุถุชนคนธรรมดา ประเภทเดินดินและกินข้าวแกงทั้งหลาย หรือด้วยเหตุเพราะไม่ว่าใครต่อใครต่างสามารถมีสถานะเป็น นักข่าว ได้เสมอๆ
ขอเพียงแต่ให้มีโทรศัพท์มือถือไว้ไถไป-ไถมาซักเครื่อง หรือมีอินเทอร์เน็ตเอาไว้จิ้มๆ ทิ่มๆ ไปตามความชอบ-ความชัง ความถูกใจ-ไม่ถูกใจ ตามมาตรฐานของใคร-ของมัน ที่แทบไม่เหลือมาตรฐานใดๆ อย่างที่ว่าไว้แล้วนั่นแหละ แถมเผลอๆ...อาจก่อให้เกิดการคิด การสะกิดใจ ระดับก่อให้เกิดอาการ ทัวร์ลง เกิดการกดไลก์ กดแชร์ ไลน์กันไป-ไลน์กันมา ชนิดต้องหยิบเอาไป พูดกันสนั่นเมือง เอาเลยก็ไม่แน่!!!
ภายใต้สภาพเช่นนี้... ความเป็นนักข่าว ก็เลยดูจะออกไปทาง แบ๊ะ-แบ๊ะ-แบ๊ะ หรือแทบไม่ได้มีความสลักสำคัญใดๆ ต่อไปอีกแล้ว ยิ่งถ้าหากเป็นนักข่าวที่อยู่ในสายประเภทที่ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้ลล์ล์ล์ เร้าใจ มากมายซักเท่าไหร่ เช่น สายการศึกษา สายวัฒนธรรม หรือสายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เป็นต้น โอกาสที่ข่าวคราวซึ่งตัวเองไปควานหามาในแต่ละข่าว ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ซักเพียงไหน จะถูกหยิบไปพูด ไปใช้ เป็นแง่คิด ไปสะกิดใจ ใครต่อใคร น่าจะลำบากเอามากๆ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับข่าวคราวการแชตไป-แชตมา โต้กันไป-โต้กันมา ระหว่าง ลำไย ไหทองคำ กับ ปุ้ย L.กฮ. หรือระหว่าง เมียเสก โลโซ กับ เมียติ๊ก ชิโร่ ฯลฯลฯลฯ อะไรทำนองนั้น...
หรือแค่เจอกับการโพสต์โน่น-โพสต์นี่...ของพวกที่อาจไม่ถึงกับมี แสงสว่างในตัวเอง หรือบรรดาพวกที่ถูกจัดอยู่ในประเภท หิวแสง ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเหลือง-ฝ่ายแดง-ฝ่ายน้ำเงิน-ฝ่ายส้ม ฯลฯ ก็ตามที แต่ถ้าหากดันไป เข้าตากรรมการ ซึ่งก็คงไม่ได้จัดเป็นประเภท กรรมการฝ่ายเป็นกลาง อยู่แล้วแน่ๆ แต่หนักไปทางกรรมการประเภท ติ่งใคร-ก็-ติ่งมัน นั่นแหละ อันนั้นนั่นเอง...ที่จะถูกนำไปกดไลก์ กดแชร์ นำไปไลน์ไป-ไลน์มา จนสามารถเบียดเนื้อที่ หรือ ช่วงชิงพื้นที่ข่าว ของสิ่งที่น่าจะเป็นข่าว แต่กลับดันไม่เป็นข่าว เอาซะดื้อๆ!!!
อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...เลยทำให้ วันนักข่าว แทบไม่ได้หลงเหลือความสำคัญใดๆ อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าบรรดา อดีตนักข่าว ประเภทผู้อาวุโส หรือ ผู้ชรา ทั้งหลาย จะพยายามฮึด พยายามฝืน พยายามปลุกเร้าความสำคัญของวันวันนี้ หรือของ ความเป็นนักข่าว ให้ฟื้นกลับคืนขึ้นมาให้จงได้ แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี แต่ดูๆ แล้ว...น่าจะฝืนกระแส ฝืนความเป็นไปของสังคม ของเทคโนโลยี ได้ยากส์ส์ส์เอามากๆ เพราะแม้แต่สิ่งที่ถือเป็น หัวใจ หรือเป็นแก่นสาระสำคัญของข่าวแต่ละข่าว ที่คุณพี่ ธานินทร์ อินทรเทพ เคยเอื้อนเอ่ยไว้ในบทเพลงชื่อว่า คนหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะท่อนท้ายๆ ที่พยายามตอกย้ำเอาไว้ว่า... “คนหนังสือพิมพ์-มีปากกาจิ้มหมึกนี้-เป็นเช่นอาวุธชั้นดี-อุดมคติยึดมั่นศรัทธา-เหน็ดเหนื่อยไม่กลัว-ทุ่มตัวมิใช่เงินตรา-ยอมเสี่ยงถึงแม้ชีวา-เพียงเพื่อได้มาซึ่ง...สัจจังเวอมตาวาจา...ความจริง”...
แต่ไปๆ-มาๆ...กระทั่ง ความจริง ยุคนี้ ก็อาจต้องกลายสภาพไปเป็น ความจริงเทียม ที่ถูกประดิษฐ์ ตกแต่ง ขึ้นมาจาก ปัญญาประดิษฐ์ หรือเออง-เอไอ เอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะแม้แต่ ผู้ประกาศข่าว หรือพิธีกรรายการข่าวที่อาจก้าวล้ำ นำสมัย ยิ่งกว่า กรรมกรข่าว ไม่วันหนึ่ง-วันใดขึ้นมาจนได้ ก็น่าจะได้แก่ ผู้ประกาศเอไอ-พิธีกรเอไอ โดยเฉพาะในแง่ของความไม่ต้องมีนอก-มีใน ไม่ต้องแปลงสภาพตัวเองเป็น หมาแก่ หรือ หมาหนุ่ม ให้เกิดข้อกังขาถึงสัจจังเวอมตาวาจาใดๆ อีกต่อไปแล้ว...
นี่...อันนี้นี่แหละที่ทำให้ อดีตนักข่าว หรือผู้ที่เคยคลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสารมาบ้างตามสมควร อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง เป็นต้น เลยอดที่จะรู้สึกโหวงๆ เหวงๆ วังๆ เวงๆ วิเวกวิเหวงโหวง ขึ้นมาไม่ได้ เมื่อนึกถึง วันนักข่าว ที่ได้ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยเฉพาะเมื่อนึกถึง แก่นสาระ นึกถึง หัวใจ ความเป็นนักข่าว ความเป็นคนหนังสือพิมพ์ ที่คุณพี่ ธานินทร์ ท่านอุตส่าห์ครวญครางเอาไว้ นั่นก็คือ ความจริง หรือ สัจจังเวอมตาวาจา ที่นับวันยิ่งแทบไม่ได้หลงเหลือความสลักสำคัญใดๆ ไม่ต่างอะไรไปจาก วันนักข่าว นั่นแล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง
ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้
สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'
ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3
ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'
ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569
คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!
พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ
แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'
ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน

