
พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ กันว่า The Great Depression เมื่อช่วงระหว่างปี ค.ศ.1929-1941 เอาเลยก็ไม่แน่!!!
จริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่สิ่งที่น่าจะหยิบมาคิด หยิบมาตั้งคำถาม เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ก็คือภายใต้ฉากสถานการณ์
ที่ว่า มันจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ไปได้ถึงขั้นไหน? แบบไหน? และอย่างไร? เพราะโดย เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย ของฉากสถานการณ์ในลักษณะที่ว่า ถึงกับเคยทำให้ประเทศไทยต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับจากหน้ามือเป็นหลังตีน หรือหลังตีนเป็นหน้ามือ ก็แล้วแต่ รสนิยม ของใคร-ของมันจะไปวัดตัดสินกันเอาเอง นั่นก็คือ...การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี ค.ศ.1932 หรือปี พ.ศ. 2475 จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย นั่นเอง...
ดังนั้น...ถ้าหากอะไรต่อมิอะไรมันเกิดเลวร้ายไปเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเป็นมา บรรดา เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย ในลักษณะที่ว่า มันจะฉุดลากกระชากถูประเทศไทย สังคมไทย ไปแนวไหน? ขั้นไหน? การเมือง-การปกครองแบบที่เรียกๆ กันว่า ประชาธิปไตย ในทุกวันนี้ จะถูกเปลี่ยนแปลง ถูกดัดแปลง ให้เข้ากับยุคสมัย กับฉากสถานการณ์ความเป็นไปกันในรูปใด? ลักษณะใด? มันถึงจะ เหมาะสม และ สอดคล้อง ไปกับกระแสความเปลี่ยนแปลง หรือจะยังสามารถดำรง รักษา ความเป็น ประชาธิป...ตาย ในแบบตายแหล่-มิตายแหล่ ไปได้อีกตราบนานเท่านาน???
แรงกดดันทางเศรษฐกิจ...ที่ไม่ใช่แค่นำมาซึ่งความ แพง-แสน-แพง ของสินค้า ข้าวของ แต่ละประเภทแต่ละระดับ แต่ยังอาจนำมาซึ่งความขาดแคลน ความไม่มีกิน-มีใช้ จนอาจต้องหันไป ดุลข้าราชการ หรือปลดใครต่อใครออกจากระบบราชการเป็นแผงๆ เหมือนครั้งก่อนการเปลี่ยนแปลง 2475 มันจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการหันไปหาระบบเศรษฐกิจที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากระบบ ทุนนิยมเสรี แบบเดิมๆ หรือไม่? อย่างไร? เป็นแรงบีบ แรงเหวี่ยงให้ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ท่านทรงชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ กลายเป็น ข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้ อีกต่อไป หรือยังคงต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของ เจ้าสัว อย่างมิมีวันผันแปรไปเป็นอื่น???
แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือเศรษฐกิจ...ก็คงหนีไม่พ้นต้องขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั่นแหละเป็นหลัก อาจด้วยเหตุเพราะผู้คน หรือสังคม ในช่วงปี พ.ศ.2475 ยังไม่ถึงกับแจ่มแจ้ง ชัดเจน ว่าการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย มันจะก่อให้เกิดการ เจริญขึ้น หรือ เจริญลง กันแน่ อะไรต่อมิอะไรมันเลยต้อง พายเรือในอ่าง วนไป-วนมานับเกือบๆ ศตวรรษเข้าไปแล้ว สิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจ ก็จึงอยู่ที่ว่า บรรดาแรงกดดันต่างๆ นานาที่กำลังจะอุบัติขึ้นมา มันจะก่อให้เกิด กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางจิตสำนึก ของผู้คนในสังคมไปในรูปไหน? แบบไหน???
เป็นไปในทางบวก-หรือเป็นไปในทางลบ เป็นไปในทางที่ถูกต้อง-เป็นธรรม หรือเป็นไปในแบบสับสน ระส่ำระสาย โดยมี ตัวกู-ของกู หรือมี ความเห็นแก่ตัว เป็นที่ตั้ง อันนี้นี่แหละ...ที่จะเป็นตัวชี้ทิศ ชี้ทาง ถึงความเป็นไปในอนาคตเบื้องหน้า ว่าผลกระทบที่อาจเลวร้ายเสียยิ่งกว่า The Great Depression เมื่อครั้งอดีต มันจะส่งผลต่อไทยแลนด์ แดนสยาม ต่อประเทศไทย สังคมไทย ไปในลักษณะไหน? กันแน่ ทั้งนั้น ทั้งนี้...คงมีแต่ พระสยามเทวาธิราช เท่านั้น ที่จะเป็นผู้ให้ คำตอบ ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เสรีพิศุทธ์-เรวัช' เลือกใครดี?
วันนี้มีซองหลงทางครับ ไม่ได้มาทางอีเมล ไม่ได้เข้าทาง Inbox แต่ผมไปเจอเข้าเองตอนเลื่อนเฟซบุ๊ก
วันนี้…สวัสดีกันหรือยัง
เมื่อวานบอกว่าจะขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวัน วันนี้ก็ยังอยู่ครับ ไม่ได้กลับไปสามโลกกับคุณปิยะแล้ว
ลิ้นงู...ที่อยู่ในปากงู!!!
แม้ว่าแทบไม่เหลือ ราคา ใดๆ...สำหรับ ตัวตลก-ตัวแทน อย่างนาย Volodymyr Zelensky ผู้นำยูเครน ในการทำศึกสงครามกับ ชาตินิวเคลียร์ อย่างรัสเซีย แต่การดิ้นรน
สมัครใจ...ขาลอย!
เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย
ความยุ่งยากเมื่อต้องเลือกข้าง-เลือกฝ่าย!!!
ไม่ว่าจะโลก...หรือประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ท่าทางมันน่าจะ ยุ่ง ระดับ โค้วตงหมง หรือระดับ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า กันอีกมิใช่น้อย ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรืออนาคตอันใกล้
เช็กชื่อ 'ผบ.พล' ซีรีส์ 3
การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย

