
เมื่อต้นเดือนกระมังที่เห็นข่าวแถลงของทำเนียบรัฐบาล อวดอ้างเป็นปลื้มว่า คนไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ทำให้มนุษย์ป้าต้องคิดไปคิดมา หาเหตุผลว่า จริงแท้แค่ไหน?!? ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามของเพื่อนสนิทมิตรสหายมากมายเหมือนกัน
พอมาถึงวันนี้ได้เห็นบทความ..อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ “ชีวิตดี”? มีความสุข ก็เลยต้องเข้าไปอ่านสักหน่อย
บทความเริ่้มต้นจาก ..คำถามว่า “ชีวิตที่ดีคืออะไร?” เป็นคำถามที่มนุษย์พยายามหาคำตอบมานานนับศตวรรษ ไม่ว่าจะผ่านปรัชญา ศาสนา หรือวิทยาศาสตร์ ในหลากหลายวัฒนธรรม แม้นิยามอาจแตกต่าง แต่สิ่งที่ตรงกันคือ ชีวิตที่ดีไม่ใช่แค่การรู้สึกดี แต่เป็นการ “สมบูรณ์” ในหลายมิติ
แนวคิดนี้เองที่ทำให้ทีมนักวิจัยนานาชาติจากหลากหลายสาขาวิชา ร่วมกันจัดทำโครงการ Global Flourishing Study สำรวจชีวิตของผู้คนกว่า 200,000 คน จาก 22 ประเทศทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจว่า “การเจริญงอกงามของมนุษย์” หรือ flourishing มีรูปแบบใดบ้างในแต่ละพื้นที่
งานวิจัยนี้ไม่ได้วัดแค่ความสุข หรือความสำเร็จในชีวิตเท่านั้น แต่ดูในเชิงลึกถึงความเป็นอยู่ที่ครอบคลุมทั้งด้านอารมณ์ ร่างกาย ความสัมพันธ์ ความหมาย และคุณค่าในชีวิต อิงกับแนวคิด “eudaimonia” ของอริสโตเติล ที่เน้นชีวิตที่ดีในความหมายเชิงคุณธรรมและเป้าหมาย มากกว่าความสุขชั่วคราว แล้วก็สรุป 6 มิติของชีวิตที่ดี ว่าได้แก่ ความสุขและความพึงพอใจในชีวิต สุขภาพกายและใจ ความหมายและเป้าหมายของชีวิต คุณธรรมและการกระทำที่ดีในสถานการณ์ยากลำบาก ความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น ครอบครัวและมิตรภาพ ความมั่นคงทางการเงินและวัตถุ เช่น รายได้ อาหาร และที่อยู่อาศัย
ผู้วิจัยใช้มาตรวัด 0-10 คะแนนในแต่ละด้าน พร้อมทั้งใช้คำถามเสริมเพิ่มเติม เช่น ความรู้สึกถึงความสมดุล ความไว้วางใจ ความเหงา ความเครียด และการออกกำลังกาย เพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างละเอียด ปรากฏผลลัพธ์ที่น่าสนใจ นั่นคือ คนหนุ่มสาวทำคะแนนต่ำกว่าผู้สูงอายุในหลายประเทศ ต่างจากแนวโน้มเดิมที่เคยเชื่อว่าความสุขลดลงช่วงวัยกลางคน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่กลับเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต ความไม่มั่นคงทางการเงิน และการขาดความหมายในชีวิตมากขึ้น
เม็กซิโกและฟิลิปปินส์ ได้คะแนนสูงในหลายมิติ แม้รายได้เฉลี่ยจะต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่ชาวบ้านมีสายสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้น ชีวิตทางจิตวิญญาณเข้มแข็ง และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนสูง
ญี่ปุ่นและตุรกี คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ญี่ปุ่นแม้มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง แต่คะแนนด้านความสุขและความสัมพันธ์กลับต่ำ ส่วนตุรกีเผชิญความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้คนรู้สึกไม่มั่นคง
ประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐและสวีเดน ไม่ได้มีชีวิตที่ดีเสมอไป แม้จะมั่นคงทางการเงิน แต่กลับมีคะแนนต่ำในด้าน “ความหมาย” และ “ความสัมพันธ์” ชี้ให้เห็นว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยเดียวของชีวิตที่ดี
ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก มนุษย์ต่างต้องการสิ่งพื้นฐานคล้ายกัน-ความสุข ความมั่นคง ความสัมพันธ์ และเป้าหมายในชีวิต แต่เส้นทางไปสู่ความเจริญงอกงามนั้นหลากหลาย ไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกับทุกคนได้
ข้อสรุปอันนี้สิ..จริงแท้.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

