
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาที่บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการ ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว และมีการกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายล้ำแดน
จากบริบทนี้ เราจึงได้ยินได้เห็นโลกโซเชียลบริภาษ "ผู้นำ" ประเทศเพื่อนบ้านกันอย่างเมามันส์ จนมนุษย์ป้าออกจะเป็นกังวลว่า เส้นเลือดในสมองของบางคนอาจจะแตกโพละ! นะ ทั้งๆที่
สามารถนั่งดูเรื่องนี้อยู่ห่างๆ อย่างมีสติ แล้วจะมองเห็นมุมที่แตกต่าง นั่นคือ การเล่นปาหี่ของใครบางคน เพื่อยกตนข่มท่าน...ก็เท่านั้น
ฉะนั้น อยากจะกระตุกเตือนว่า การแสดงออกถึงความรักชาติในสถานการณ์นี้ควรเป็นไปอย่างมีสติและสร้างสรรค์ โดยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการกระทำหรือวาจาที่อาจยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม มิเช่นนั้นแล้ว เราอาจจะตกอยู่ในหลุมลับ-ลวง-พราง ได้
แน่นอน การรักชาติไม่ใช่สิ่งผิด แต่เมื่อมันมากเกินไปจนกลายเป็น “คลั่งชาติ” ก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ
การรักชาติ "อย่างพอดี" หมายถึง :ห่วงใยบ้านเมือง และอยากเห็นประเทศดีขึ้น พร้อมฟังข้อเท็จจริง แม้บางอย่างจะกระทบความรู้สึกเคารพเพื่อนมนุษย์ต่างเชื้อชาติ ไม่ดูหมิ่นชาติอื่นเพียงเพราะรักชาติของตน
รักชาติที่แท้ ไม่ใช่การยกย่องทุกอย่างของชาติแบบไร้เหตุผล แต่คือการอยากให้ชาติพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
เรียกว่า รักชาติแบบงมงาย จะกลายเป็นเครื่องมือของคนเอาชาติไปปั่นให้เราคลั่งแบบผิดๆ "ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

