ประเทศไทยกับ'หมากตาอับ'!!!

ภายใต้โลกยุคใหม่ สังคมสมัยใหม่...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า บรรดา ทวยไทย หรือ ปวงชนชาวไทย ท่านได้ เปลี่ยนแปลง ไปเยอะแล้ว แบบชนิด พลิกหน้ามือเป็นหลังตีน หรือ หลังตีนเป็นหน้ามือ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่โดยแนวๆ...ต้องเรียกว่าน่าจะกู่ไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี ยากจะไปเหนี่ยว ไปรั้งใดๆ ได้ยิ่งเข้าไปทุกที...

โดย ผลแห่งการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง แต่ละครา นั่นแหละ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐาน ข้อพิสูจน์ ถึงการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ว่า คือสรุปสุดท้าย...ผู้ที่ยังพยายามประคับประคอง ความเป็นมนุษย์ ให้หลงเหลือติดปลายนวมเอาไว้มั่ง 

ไม่ว่าประเภท หิริ-โอตตัปปะ ความรู้สึก สำนึกต่อ บาป ว่าเป็นสิ่งที่ออกจะน่าเกลียด น่าชัง น่าละอาย อะไรทำนองนั้น สุดท้าย...ก็มีแต่ แพ้-กับ-แพ้ หรือแพ้แล้ว-แพ้อีก ยากที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ภายใต้วิถีทางแห่งความเป็น ประชาธิปไตย ได้ง่ายๆ...

ด้วยเหตุนี้...ผู้ที่สามารถกวาดชัยชนะได้อย่างเป็นกอบ เป็นกำ ก็จึงมักออกไปทางไม่ เสือ ก็ จระเข้!!! และโดยสภาพเช่นนี้ ผู้ที่ยังคงรักบ้าน-รักเมือง ห่วงบ้าน-ห่วงเมือง บางกลุ่ม-บางเหล่า ท่านจึงคิดหาทางออก-ทางไปในแบบที่ออกจะหยาบๆ-ง่ายๆ ไปซักหน่อย นั่นคือ...คิดจะ วานเสือ ให้หันไป กัดจระเข้ ก็เลยยิ่งทำให้อะไรต่อมิอะไรยิ่ง เละตุ้มเป๊ะ ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะก่อนที่เสือคิดจะกัดจระเข้ จะเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่ง แข็งแรง เพื่อให้มีฤทธิ์ มีเดช หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เสือท่านเลยต้องหันมาเติมพลัง หันมาหา ของว่าง ไว้รับประทาน ด้วยการ ขบหัว บรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลายไปพลางๆ ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด รวดร้าว เกิดเสียงครวญ เสียงคราง ดังระงมไปทั่วบ้าน-ทั่วเมือง อยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้...

เพราะฉะนั้น...ถึงจะปรับ ครม. เปลี่ยนคณะรัฐบาล ยุบสภา ฯลฯ เปลี่ยนไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่อีกกี่หนต่อกี่หน แต่ตราบใดที่บรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ท่านยังไม่เปลี่ยน!!! ยังเป็น ทวยไทย ฉบับดั้งเดิม ของเดิม ภายใต้ ครรลองประชาธิปไตย แบบเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ ย่อมมีแต่นำมาซึ่งความ แพ้-กับ-แพ้ อยู่อีกนั่นแหละ สำหรับบรรดาผู้ที่ยังพยายามคิดดี-ทำดี หรือยังคงใฝ่ดี ทั้งหลาย อันนี้นี่เอง...ที่อาจถือเป็น หมากตาอับ หรือ หมากตาย สำหรับสังคมไทยและประเทศไทยในอนาคตเบื้องหน้า ที่ยากจะปฏิเสธ แม้ว่ายากที่จะยอมรับ หรือจะยอมศิโรราบกันได้ง่ายๆ...

แต่จะทำอะไรได้!!!...นอกเสียจากต้องสวมรองเท้าผ้าใบ กรูกันไป ลงถนน นั่งตากแดด ตากลม ตากฝน กันเป็นวันๆ-เดือนๆ หรือปีๆ เอาเลยก็ยังมี ก่อนที่จะเทียวไล้-เทียวขื่อ ขึ้นโรง-ขึ้นศาล กันอีกไม่รู้กี่สิบต่อกี่สิบปี ไม่ต่างไปจาก ปลา ที่ติดเบ็ด หรือ นก ที่ติดบ่วงนายพราน แต่ก็ยังแทบไม่ได้ช่วยให้บ้านนี้เมืองนี้ บริสุทธิ์สดใสกว่าแต่ก่อน มากมายซักเท่าไหร่นัก ตราบใดที่บรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย ยังคงเป็นเช่นเดิม อย่างไม่คิดจะเปลี่ยนแปรไปเป็นอื่น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเลยเป็นแค่ เปลี่ยนรัฐบาล จาก รัฐบาลพลเรือน มาเป็น รัฐบาลทหาร แล้วก็วนไป-วนมาสู่วงจร-วัฏจักรแบบเดิมๆ ระดับนับเกือบๆ ศตวรรษ เข้าไปแล้วก็ว่าได้...

คำถาม ทุกวันนี้...มันเลยยังคงเป็นคำถามเดิมๆ เป็นโจทย์เดิมๆ ที่ยากส์ส์ส์จะหา คำตอบ ได้แบบหยาบๆ-ง่ายๆ แบบสอง-บวก-สองเป็นสี่ สี่-บวก-สี่เป็นแปด ฯลฯ อะไรทำนองนั้น เพราะมันคงหนีไม่พ้นต้อง ถอดรูท-ถอดสมการ กันอีกเยอะ โดยเฉพาะสมการที่ว่า...ทำอย่างไร? ถึงจะสามารถดลบันดาลให้บรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย กลายเป็น ปวงชนที่มีธรรม-ใฝ่ธรรม อันเป็นรากฐานที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย ทั้งหลาย หรืออย่างที่นักคิด นักปราชญ์ชาวอินตะระเดีย (Prabhat Ranjan Sarka) ท่านเคยสรุปเป็นข้อๆ นานแล้วนั่นแหละว่าประชาธิปไตยจะต้องประกอบไปด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้ คือ 1.ความรู้หนังสือ 2.ความตื่นตัวทางสังคม-เศรษฐกิจ และที่สำคัญเอามากๆ คือ 3.ต้องมีศีลธรรมในหมู่ประชาชนตั้งแต่ 51 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป...

ดังนั้น...ตราบใดที่ ทวยไทย หรือบรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ยังไม่ได้เปลี่ยนไปในแนวนี้ โอกาสจะ ตอบโจทย์ ด้วยคำตอบแบบหยาบๆ-ง่ายๆ เลยมีแต่ยิ่งทำให้ เละเป็นโจ๊ก-เละเป็นขี้ ยิ่งขึ้นไปใหญ่ โดยเฉพาะถ้าหากต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย เป็นมาตรฐานไปในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี ด้วยเหตุเพราะ ประชาธิปไตย ใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าหากปราศจากเสียซึ่ง ศีลธรรม-คุณธรรม เป็นตัวรองรับและกำกับเอาไว้อย่างมั่นคง แข็งแรงแล้ว มันก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจาก เครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน อย่างที่นักปราชญ์อินตะระเดีย Prabhat Rajan Sarkar ท่านได้ ฟันธง เอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วนั่นแล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!

เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน

เสริม'การข่าว'จชต.

เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา

ฤดูแต่งตั้งนายพล

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา

'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา

คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่ง