
คุณเพื่อนๆ ส่งมาให้อ่าน แม้ว่าออกจะสายเกินไปสำหรับคนเลยเลข 6 มาครึ่งทางก็ตาม แต่ข้อคิดนี้ก็สามารถส่งต่อให้รุ่นน้องที่กำลังจะเกษียณ หรือว่าลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า..ได้ค่ะ
มีหลายข้อเลยนะคะ แต่มนุษย์ป้าขอเลือกที่คิดว่าโดนใจ เริ่มจาก "เก็บเงินให้เหมือนซามูไรเก็บดาบ" นั่นคือใช้เมื่อจำเป็น แต่พกไว้เสมอ คนญี่ปุ่นมักมีเงินสำรองฉุกเฉิน ไม่ใช้เงินเพราะอยาก แต่ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ
"ใช้ของเหมือนเป็นของวิเศษ" แก้วใบเดียวใช้เป็นปี ผ้าขนหนูผืนเดียวใช้จนขาด เขาให้ค่ากับของที่มี ไม่ซื้อใหม่ง่ายๆ "กินข้าวบ้านยังไงก็อร่อยกว่า" คนญี่ปุ่นชอบทำกับข้าวกินเอง เพราะประหยัด สุขภาพดี และอบอุ่นใจ "อยู่แบบเรียบง่ายคือความหรูหราอย่างแท้จริง" มินิมอลไม่ใช่แฟชั่น แต่คือวิธีคิดที่ทำให้ชีวิตมีพื้นที่
"งานคืองาน ไม่ปนกับชีวิตส่วนตัว" ทำงานเต็มที่ พักเต็มที่ มีเวลาให้ครอบครัวและตัวเอง "สุขจากของเล็กๆ ไม่ใช่จากของแพง" ชาเขียวร้อนๆ หนังสือดีๆ หรือเสียงฝนตก คือความสุขแบบญี่ปุ่น "ไม่โอ้อวด เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดมักมองไม่เห็น" ไม่ต้องโพสต์ ไม่ต้องโชว์ แต่คุณภาพชีวิตดีจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

