
เพิ่งได้อ่านผลสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” ในหัวข้อเรื่อง “วิกฤตพระพุทธศาสนา!” ที่เขาทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าความศรัทธาของประชาชนต่อศาสนาและพระสงฆ์ จากกรณีข่าวฉาวของพระสงฆ์ในปัจจุบันนั้น ส่งผลให้ 1.ความศรัทธาในพระสงฆ์ ร้อยละ 58.40 ระบุว่า ลดลง และร้อยละ 41.60 เท่าเดิม 2.ความศรัทธาในศาสนาพุทธ ร้อยละ 68.55 ระบุว่า เท่าเดิม และร้อยละ 31.45 ลดลง
ก็เห็นจะจริง!! เพราะมนุษย์ป้ามีโอกาสไปวัดใหม่ทองเสน ใกล้รัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
เพื่อประกอบกิจกรรมอันเกี่ยวกับทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ อันเป็นประเพณีที่เพื่อนๆ ร่วมกันทำกันทุกปี ในสถานที่เดียวกันนี้แหละ แล้วก็สัมผัสได้ด้วยสายตาว่า พุทธศาสนิกชนที่เข้าวัดนั้นลดน้อยถอยลงนะ
ความรู้สึกที่ไม่สบายใจจากข่าวสารด้านลบในวงการสงฆ์ จนถึงกับทำให้ไม่ไว้วางใจในศิษย์ของตถาคตสำหรับบรรดาผู้นับถือในพุทธศาสนา น่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ในการที่จะฟื้นฟูและเรียกความเชื่อมั่นศรัทธากลับมาอีก สำหรับคนที่ยึดมั่นถือมั่นกับ "บุคคล" ที่เรียกว่า "พระ" มากกว่าพระธรรมคำสั่งสอน ที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ก็ได้แต่หวังว่า คนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการที่ทำให้ศาสนาพุทธมัวหมอง และเกิดวิกฤตศรัทธาอย่างมโหฬารในตอนนี้ จะตระหนักถึงต้นเหตุของปัญหา และช่วยกันแก้ไข เพื่อให้ "แก่นแท้" ของศาสนาพุทธได้เดินไปในทิศทางที่ถูกที่ควรเสียที หลังจากที่มีการปล่อยปละละเลย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ด้วยข้ออ้างที่ตื้นเขินว่า ไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของมารศาสนา มานานแสนนานนะคะ.
‘ป้าเอง’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

