‘มิตรภาพ’กับ‘ความกลับกลอก’!!!

อันที่จริง...ก็น่าสงสาร น่าเห็นใจ คุณพี่ โทนี่ บิดาบังเกิดเกล้า คุณหลานนายกฯ อุ๊งอิ๊ง อยู่พอสมควรเหมือนกัน ที่ดันไปคบหาเป็นเพื่อนซี้-เพื่อนตาย กับผู้นำกัมพูชาอย่าง สมเด็จฮวยเซ็ง มานานนับทศวรรษๆ เอาเลยเห็นจะได้ จนมีอันต้องถูกเอาตีนลูบหน้า แทงข้างหลัง ขุดโคตร ขุดเหง้า ขุดอะไรต่อมิอะไรที่เลวๆ ออกมาเล่นงานตัวเอง ชนิดแทบไม่เหลือเศษ เหลือซาก ไม่เหลือความเป็นเพื่อน เป็นมิตรสหาย เอาไว้เลยแม้แต่น้อย...

คือคงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...การคบ

หาเป็นเพื่อน เป็นมิตร กับผู้นำกัมพูชา อย่าง สมเด็จฮวยเซ็ง นั้น ออกจะ อันตราย เอามากๆ โดยเฉพาะถ้ามองย้อนกลับไปถึงประวัติความเป็นมา ของอดีตนายกฯ และประธานวุฒิสภากัมพูชารายนี้ เพราะแรกๆ...ท่านก็คือ เขมรแดง ที่ผูกพัน ใกล้ชิด กับบรรดานักปฏิวัติชาวเขมรรายหนึ่งเท่านั้นเอง แถมเป็น เขมรแดง ระดับล่างๆ ไม่ได้มีอำนาจ วาสนา เหมือนอย่างประเภท พอล พต, เอียง สารี หรือ เขียว สัมพัน ฯลฯ ที่เป็นระดับผู้นำทั้งหลาย แต่ด้วยเหตุเพราะบรรดานักปฏิวัติเวียดนาม เขาไม่ค่อยพออก พอใจที่พวกผู้นำเขมรแดง ดันหันไปซบ ไปเอียงข้าง ให้กับบรรดานักปฏิวัติชาวจีน หรือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน จนเกินไป ก็เลยเลือกหันไปคบหาทหารเขมรแดง อย่าง ฮวยเซ็ง เพื่อที่จะอาศัยเป็นมือ เป็นตีน ในการส่งกองทัพเวียดนามเข้ายึดอำนาจจากเขมรแดง อันกลายเป็นการเปิดช่อง เปิดทาง ให้ ฮวยเซ็ง มีโอกาสเป็นใหญ่ เป็นโต เป็นถึง สมเด็จ จนตราบเท่าทุกวันนี้...

แต่ครั้น สมเด็จฮวยเซ็ง ได้เป็นใหญ่ เป็นโต เป็นผู้นำกัมพูชา และเป็นบิดาบุญธรรมของนายกรัฐมนตรีเขมรในปัจจุบัน บรรดานักปฏิวัติชาวเวียดนามทั้งหลาย ก็เคยถูกเอาตีนลูบหน้า โดยเฉพาะครั้งที่ผู้นำกัมพูชามีฐานะเป็น ประธานอาเซียน เมื่อไม่นานมานี้ คือแทนที่จะสามารถอาศัยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ที่คบหากันมานาน จนช่วยให้เพื่อนยกระดับจาก ทหารเขมรแดงชั้นประทวน ขึ้นเป็นผู้นำประเทศทั้งประเทศจนได้ ด้วยการขอร้องให้เพื่อนสนิทรายนี้ ช่วยบรรจุวาระว่าด้วยความขัดแย้งระหว่าง จีนกับอาเซียน ในเรื่องเขตพิพาทน่านน้ำทะเลจีนใต้เข้าไปพูดคุยในการประชุมอาเซียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ปรากฏว่าประธานอาเซียนแห่งกัมพูชาไม่เอาซะยังงั้น!!! ด้วยเหตุเพราะระหว่างนั้น กัมพูชาดันหันไป จูบปาก กับจีน หรือดันหันไปคบหากับจีนเป็นมิตร เป็นสหาย แบบชนิดดูดๆ ดื่มๆ เอามากๆ...

แต่ครั้นเมื่อจีนชัก บ่อจี๊ หรือเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี รวมทั้งอาจไม่ค่อยพอใจ ไม่สบายใจ มากมายนัก กับความใกล้ชนิด สนิทสนม ระหว่างบรรดาผู้นำกัมพูชาตระกูล ฮุน ทั้งหลาย กับพวก อาชญากร ตัวร้ายๆ ประเภท จีนเทา หรือพวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ไปปักหลักหากินในกัมพูชาอย่างเป็นล่ำ-เป็นสัน การลงทุนของจีน ในกัมพูชา จึงลดลงแบบฮวบๆ ฮาบๆ จากระดับนับร้อยๆ ล้านดอลลาร์ เหลือแค่ไม่กี่สิบล้านดอลลาร์ ภายในช่วงระยะไม่กี่ปี รวมทั้งยังทำท่าไม่คิดจะควักเงินลงทุนให้กับ โครงการเมกะโปรเจกต์ หรือ โครงการชาตินิยม ของกัมพูชาอย่างโครงการขุดคลอง ฟูนันเตโช อีกด้วย และอันนี้นี่เอง...ที่ส่งผลให้จีนที่อุตส่าห์ทุ่มทุน ทุ่มเท เงินๆ ทองๆ ให้กับกัมพูชาไม่รู้กี่พันกี่หมื่นล้านดอลลาร์ เลยถูกเขมรยกตีนลูบหน้าซะเฉยเลย!!! หรือส่งผลให้กัมพูชาหันไปเปิดเมืองท่าสีหนุวิลล์ ให้กับกองเรือประจัญบานของคุณพ่ออเมริกา ผู้ที่คิดจะปิดล้อมประเทศจีนในย่านนี้ เข้ามาเทียบท่าห่างจากกองเรือรบของจีนที่ฐานทัพเรียม เพียงแค่ 30 กิโลเมตรเท่านั้นเอง แถมยังไปทำสัญญิง สัญญา ร่วมรบ ซ้อมรบ กับอเมริกาถึง กองบัญชาการอินโดแปซิฟิก ที่ฮาวายเอาเลยถึงขั้นนั้น...

พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าจะเป็นเขมรแดง เวียดนาม จีน ต่างก็ถูก สมเด็จฮวยเซ็ง ยกฝ่าตีนลูบหน้ามาแล้วด้วยกันทั้งนั้น แล้วระดับคุณพี่ โทนี่ คุณหลาน อุ๊งอิ๊ง จะไปเหลืออะไร!!! การควักมีดมาแทงข้างหลังรอบแล้ว รอบเล่า รวมทั้งการเปิดศึกกับกองทัพไทย ที่เคยช่วยเหลือบรรดาชาวเขมรนับแต่ครั้งบ้านแตก สาแหรกขาด มาโดยตลอด จึงเป็นเรื่องที่ พอเข้าใจได้ แม้ว่าอาจ ทำใจไม่ได้ อยู่ตามสมควร อันเนื่องมาจาก...ไม่ว่ายังไงๆ ก็คงไม่อาจยกประเทศหนีไปจากเขมรได้เลย หรือคงต้องยอมรับสภาพ ยอมที่จะต้องเผชิญกับ มิตรภาพแบบเขมรๆ ไปตลอดประวัติศาสตร์ของประเทศทั้งสอง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุเพราะ มิตรภาพ ในลักษณะที่ว่า มันคงไม่ได้แตกต่างไปจากสิ่งที่ ท่านอิหม่าม อาลี บุตรเขยของพระศาสดา นบีมุฮัมมัด ได้เคยกล่าวเตือนไว้ใน สุนทโรวาท ตั้งแต่ครั้งเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละว่า... “ถึงแม้...ท่านจะมอบโลกทั้งใบ มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะได้มาซึ่งมิตรภาพที่แท้จริงของบรรดาผู้กลับกลอกทั้งหลาย”...

ดังนั้น...คงต้องพยายาม ทำใจ และ เข้าใจ ไปตามสภาพ หรือคงต้องรอดูกันต่อไปว่ามิตรรายใหม่ของกัมพูชาอย่างคุณพ่ออเมริกา ผู้ได้ชื่อ ฉายาว่า “ผู้ที่เป็นศัตรูกับอเมริกาแม้จะลำบาก แต่ผู้ที่เป็นมิตรกับอเมริกาอาจถึงขั้นต้องตายเอาง่ายๆ” แต่เมื่อดันหันมาคบหากับเขมร หันมาจูบปาก สมเด็จฮวยเซ็ง อย่างชนิดดูดๆ ดื่มๆ เช่นนี้ สุดท้าย...ใครจะถูกแทง ถูกยกตีนลูบหน้า ใครจะฉิบหาย-วายวอดก่อนกัน หรือจะเจ๊งไปด้วยกันทั้งคู่ ก็คงต้องลองไปจินตนาการกันเอาเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'AI'กับ'เครื่องมืออันเก่าแก่'

ดูเหมือนว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ ใช้ชีวิตอยู่ ในทุกวันนี้...มันน่าจะมีอยู่ 2 โลกหรือ 2 ใบด้วยกัน อันแรก...คือ โลกแห่งความเป็นจริง โลกที่สิ่งใดๆ ที่เห็น มันก็ย่อมต้องเป็นไปตามนั้น เห็นนกเป็นนก

'ซีรีส์ 4' เข้าโผ 'ผู้การกรม'

ทิศทาง “กรมปทุมวัน” ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา แม่ทัพใหญ่สีกากี ถูกถ่ายทอดผ่านนโยบาย 9 ข้อ ไปสู่ตำรวจระดับ “นายพล” ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้สโลแกน

'สารนิเทศ' ที่ถูกลืม!

ดูเหมือนช่วงหลังๆ หลายยุค หลายสมัย “กระบอกเสียงสีกากี” ทำหน้าที่สื่อสารงานตำรวจ ภายใต้ชื่อ “ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จะไม่ค่อยมีการเลือก “ตำรวจ” จาก “กองสารนิเทศ” หน่วยงานขึ้นตรง ผบ.ตร. มาเป็นทีมงาน