
ข้อมูลจากญี่ปุ่นบอกว่า คนญี่ปุ่นกว่า 80% รู้สึกเหนื่อยเรื้อรังตลอดเวลา แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยก็ไม่ได้สูงเป็นพิเศษ
แต่ความจริงคือ คนญี่ปุ่น รวมถึงพวกเราหลายคน “ไม่เก่งเรื่องการพัก” ต่างหาก
หลายคนอาจจะมีอาการแบบนี้… นอนเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกเพลีย หยุดเสาร์-อาทิตย์แล้วก็ยังไม่สดชื่น วันหยุดสุดท้ายก็เอาแต่นอนกลิ้ง ดูซีรีส์ยันเช้า พอวันจันทร์มากลับยิ่งหมดแรงกว่าเดิม
เหตุผลเพราะเราเข้าใจว่า “พัก = นอน”
แต่จริงๆ แล้ว ความเหนื่อยเป็นเหมือน “สัญญาณเตือน” ของร่างกาย เหมือนไข้หรืออาการเจ็บปวด ถ้าฝืนไม่พัก หรือพักผิดวิธี ร่างกายจะยิ่งพัง
ในหนังสือของ ดร.คาตาโนะ ฮิเดกิ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การพักของญี่ปุ่น เขาแบ่งการพักผ่อนออกเป็น 7 ประเภทหลัก และนี่คือไอเดียที่จะเปลี่ยนชีวิต
1.การพักนิ่ง...นอนหลับเต็มอิ่ม งีบสั้นๆ บนโต๊ะ นอนกลิ้งบนโซฟา • ปิดคอมพ์ จิบกาแฟ ปล่อยใจสบายๆ
2.การพักแบบเคลื่อนไหว...เดินเล่นเบาๆ โยคะ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เล่นเวตเบาๆ กระตุ้นเลือดลม
3.การพักด้วยโภชนาการ กินอาหารย่อยง่าย เช่น โจ๊กหรือซุป ลดปริมาณอาหาร ทำ intermittent fasting ให้ลำไส้ได้พัก ดื่มน้ำอุ่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
4.การพักผ่านความสัมพันธ์ กอดคนที่รัก เล่นกับสัตว์เลี้ยง พูดคุยทักทายกับเพื่อนบ้าน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศป่าเขา
5.การพักด้วยบันเทิง ฟังเพลง ดูหนัง เชียร์ศิลปินหรือไอดอลที่ชอบ ฝึกงานอดิเรกใหม่ๆ อ่านหนังสือ จิบชา
6.การพักแบบสร้างสรรค์/จินตนาการ วาดรูป แต่งกลอน DIY งานไม้ จินตนาการเดินทาง อ่านตารางรถไฟ ทำสมาธิ
7.การพักแบบเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนเสื้อผ้า จัดห้องใหม่ ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ไปเที่ยว เปิดโลกใหม่
ดร.คาตาโนะ เรียกว่า การพักเชิงรุก เพราะการพักไม่ใช่แค่ “นอนแล้วหาย” แต่ต้อง “ตั้งใจพัก” และ “เลือกวิธีพักให้เหมาะกับตัวเอง”
ลองคิดใหม่ทำใหม่เรื่องการพักนะคะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

