สติมา..ปัญญาเกิด

ต้องยอมรับว่า วัดพระบาทน้ำพุ เป็นสถานที่ที่คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยในฐานะศูนย์กลางการดูแลผู้ป่วย HIV/AIDS มายาวนานกว่าสองทศวรรษ แต่ตลอดเวลาก็มีทั้งเรื่องราวของความศรัทธาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์สลับกันมา

เมื่อเกิดปัญหาภายในวัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการ เงินบริจาค หรือการบริหารงาน ความสั่นคลอนย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนโดยตรง เพราะหลายคนถวายแรงกายแรงใจและทรัพย์สินโดยเชื่อว่ากำลังทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยและทำให้พระพุทธศาสนางดงาม

มนุษย์ป้าอยากจะบอกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่พุทธศาสนิกชนควรมีคือ “สติ” - สติในการมองว่า ศาสนาไม่ใช่เพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่คือหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ยึดเป็นแนวทาง ไม่ควรให้ความผิดพลาดของคนเพียงไม่กี่คนมาทำให้ความศรัทธาต่อพระธรรมเสื่อมถอย

การทำบุญ ควรมาพร้อมปัญญา คือการตรวจสอบและเลือกช่องทางที่มั่นใจว่าเงินและแรงศรัทธานั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ใช่ทำบุญด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว การเสียสละที่แท้จริงควรมาจากความเข้าใจและตระหนักรู้ว่ากำลังทำเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

เมื่อเกิดปัญหาใหญ่ เช่นกรณีวัดพระบาทน้ำพุ หากเราขาดสติ อาจเผลอตัดสินด้วยอารมณ์-โกรธ เกลียด หรือผิดหวัง-จนกลายเป็นการทำร้ายศรัทธาของตนเองและผู้อื่นโดยไม่จำเป็น แต่หากเรามีสติ ก็จะหยุดคิดได้ว่า “อะไรคือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา” แล้วจึงใช้ปัญญาเป็นเครื่องชี้นำว่า ควรศรัทธาอย่างมีเหตุผล และทำบุญอย่างมีปัญญานะคะ.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”