
ใครว่าพออายุมากขึ้นต้องยอมแก่ ยอมเหี่ยว ยอมโทรมไปตามวัย? จริงๆ แล้วความ “แก่” นี่แปลว่า เราเก่งที่สามารถประคองตัวได้จนทุกวันนี้ ..จริงไหม??
ไม่ใช่เรื่องที่จะอยากแก่ แล้วก็จะแก่ได้ทันที ต้องบ่มเพาะเวลาอย่างน้อยก็ 50-60 ปีเลยทีเดียว ดังนั้น เราจะยอมแก่แล้วแก่เลยไม่ได้นะคะ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวเรา หรือว่ากันง่ายๆ มันอยู่ที่พฤติกรรมและวิธีดูแลตัวเองต่างหาก ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน ลองปรับนิด เติมหน่อย ชีวิตก็สดใสได้ง่ายๆ
เริ่มจากเรื่องเล็กๆ อย่างการดื่มชาและกาแฟ หลายคนติดหวาน ติดมัน ชอบใส่นมจนกลายเป็นชาไข่มุกในร่างชาร้อน ถ้าอยากสุขภาพดี ลองเปลี่ยนนมเป็นน้ำมะนาว หรือดื่มแบบใสๆ จะได้เบากว่าเดิม ส่วนกาแฟ ดื่มไม่เกินวันละสองแก้วก็พอ แล้วถ้าตัดใจเลิกได้เลยยิ่งดี
น้ำดื่มก็สำคัญ กลางวันดื่มให้มากเพื่อเติมพลัง แต่กลางคืนอย่าเยอะเกิน เดี๋ยวต้องลุกเข้าห้องน้ำทั้งคืนไม่ได้นอนสบาย ที่สำคัญ เมื่ออายุมากขึ้นควรเลิกดื่มน้ำเย็น หันมาเลือกน้ำอุณหภูมิห้องแทน จะได้ไม่กระทบระบบย่อยอาหาร
เรื่องอาหารก็ควรปรับใหม่ ลดของมัน ของหวาน เกลือ น้ำตาล เนื้อแปรรูป เนื้อแดงย่าง และพวกนมกับแป้งลงไปบ้าง แล้วเลือกกินผัก ผลไม้ ธัญพืชแทน รับรองร่างกายเบาสบายขึ้นเยอะ ที่สำคัญตอนเย็นอย่ากินมื้อหนัก หลัง 5–6 โมงเย็นไปแล้วควรเบาๆ หรือหยุดเลยก็ได้
ส่วนเรื่องนอน ใครที่ชอบนอนดึกขอบอกเลยว่าพลาดสุดๆ เวลานอนที่ดีที่สุดคือ 4 ทุ่มถึงตี 6 และควรนอนให้ครบอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเต็มๆ เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ส่วนกลางวันถ้างีบได้สักชั่วโมงครึ่งก่อนบ่ายสาม ก็ช่วยรีเฟรชสมอง ลดเครียด ดูอ่อนกว่าวัยได้อีก
เคล็ดลับเล็กๆ ที่หลายคนไม่เคยรู้ เช่น การใช้มือถือ ถ้าแบตเหลือ 1 ขีดอย่าเพิ่งโทร เพราะรังสีมันแรงกว่าปกติหลายเท่า และเวลารับสาย ใช้หูซ้ายดีกว่า หูขวาใกล้สมองมากเกินไป แนะนำที่สุดคือใช้หูฟังปลอดภัยกว่าเยอะ
นอกจากการดูแลร่างกายแล้ว ใจเราก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่ามัวนับเลขอายุ อย่าจมกับอดีต อย่ากังวลกับเรื่องไร้สาระ ความอ่อนเยาว์ที่แท้จริงอยู่ที่หัวใจค่ะ ยิ่งเรามีเพื่อนแท้ ครอบครัวที่รัก ความคิดบวก และบ้านที่อบอุ่น ยิ่งทำให้ชีวิตดูสดใส
อย่าลืมเติมชีวิตด้วยกิจกรรมที่สนุกและดีต่อสุขภาพอย่าง ร้องเพลง เต้นรำ เดินป่า ยิ้ม หัวเราะ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ แถมยังช่วยให้น้ำหนักไม่เกินด้วยนะ
และจำไว้เลย… สิ่งที่ไม่ควรทำคือ อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยดูแลตัวเอง อย่ารอจนหิว กระหายน้ำ หรือง่วงจัด แล้วค่อยกิน ค่อยดื่ม ค่อยนอน ทุกอย่างควรดูแลให้สมดุลตั้งแต่เนิ่นๆ
ท้ายที่สุด เคล็ดลับทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ “อ่านแล้วรู้” แต่ต้อง “อ่านแล้วทำ” สิ่งเดียวที่คุณต้องทำหลังจากนี้คือ… ลงมือดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ..สู้ๆ.
ป้าเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร้องเพลงก็ได้สุขภาพ ..เรื่องจริงที่หลายคนมองข้าม
งานวิจัยด้าน Music Psychology และ Psychoneuroimmunology รวมถึงงานศึกษาการร้องเพลงกับระดับ salivary immunoglobulin A (sIgA)
น้ำท่วมกรุงฯ แต่กรุงเทพฯ ยังมีเรื่องให้ยิ้ม
ฝนตกหนัก น้ำท่วมถนน รถติดจนแทบขยับไม่ได้ บางเส้นทางกลายเป็นคลองชั่วคราว แต่ในความวุ่นวายของคนกรุงเทพฯ กลับมีเรื่องให้ยิ้มได้เสมอ เพราะเมื่อรถไปไม่ได้ คนก็พร้อมจะหาวิธีใหม่ๆ ในการเดินทางแบบไม่ต้องรอใครมาบอก
ดีใจหลายกับหลานเนเน่
ทั้งโลกโซเชียลในประเทศไทย เมื่อสายของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา หรือคืนวันที่ 23 กันยายน (ตามเวลาสหรัฐ) ไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่มีคำว่า “เนเน่..สุดยอดดดดด!!”
ร้องเพลงให้สุขภาพดี!
หลายคนร้องเพลงเพราะชอบ บางคนร้องเพื่อความสนุก ขณะที่บางคนใช้เสียงเพลงเป็นวิธีผ่อนคลายหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่เบื้องหลังความเพลิดเพลินนั้น งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า “การร้องเพลง” อาจส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจมากกว่าที่คิด
บนเส้นทางสู่อายุ 80
อายุ 70 ถือเป็นวัยที่สำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน คนอายุเกิน 70 ก็ถือว่าแก่แล้ว ในช่วงเวลานี้พระอาทิตย์ตกดินอันงดงามกำลังใกล้เข้ามา และชีวิตที่มีสีสันก็ใกล้จะสิ้นสุดลงเช่นกัน จากข้อมูลสาธารณะอย่างเป็นทางการ มีเพียง 44% ของบุคคลธรรมดาเท่านั้นที่สามารถก้าวผ่านเกณฑ์อายุ 70 และหันหลังเดินบนเส้นทางสู่อายุ 80 ได้
ศรัทธา vs งมงาย เส้นบางๆจากความเชื่อ
ความเชื่อเป็นเรื่องที่อยู่กับมนุษย์มานาน โดยเฉพาะเมื่อชีวิตต้องเผชิญความไม่แน่นอน ความกลัว หรือสิ่งที่เกินกำลังควบคุม หลายคนจึงมีพระเครื่อง มีสิ่งยึดเหนี่ยว หรือเคารพครูบาอาจารย์ เพื่อให้อุ่นใจและมีกำลังในการดำเนินชีวิต

