
ไม่ได้มาชวนมองเรื่องนักการเมือง หรือตำรวจคนดังหรอกจ้า เพราะถึงจะพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียบ้างก็จะไม่ทุกข์จนเกินพอดี
แต่มนุษย์ป้าเพิ่งตื่นตาตื่นใจไปกับ one day trip ตามประสาคนหลักหก ที่จะเลือกคืนสู่สามัญ หาเรื่อง back to the past นัดแนะเพื่อนมัธยมนุ่งกระโปรงจีบรอบตัว เสื้อแขนตุ๊กตา ไปเดินเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกันจ้า
ถามเพื่อนๆ ว่า เคยเดินที่นี่ตอนเด็กๆ นับได้สักกี่ครั้ง จำได้ไหม 555 ทุกคนยอมรับว่า ไม่ครบนิ้วมือข้างเดียวด้วยซ้ำ แถมยังเป็นภาคบังคับของวิชาประวัติศาสตร์ด้วย สรุปง่ายๆ ว่า ไม่ใช่สถานที่เด็กๆ อย่างเราจะสนใจอยากเข้าไป ฉะนั้น การชวนกันไปเที่ยวมิวเซียมระดับตำนานครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องอะเมซิง หรือจะเรียกว่าอันซีนเลยก็ได้
แก่ละ!! ทำอะไรก็ได้ ตราบเท่าที่มีแรง
กองทัพเดินด้วยท้อง ฉันใดฉันนั้น ชนชราอย่างมนุษย์ป้า ก็ต้องนัดกินข้าวกลางวันเติมพลังแถวบางลำภูก่อนจะไปเดินย่อยในพิพิธภัณฑ์ ให้บังเอิญมีที่จอดรถตรงข้ามวัดบวรนิเวศฯ ก่อนเดินไปถนนสามเสนที่ร้านช้างกินผัก ชาวเราเลยมีโอกาสเดินเลียบคลองบางลำพู เพื่อไปตามนัด
มองไปในคลอง น้ำไม่ใส แต่ก็ไม่สกปรกจนต้องส่ายหน้า พลอยพาให้วิวทิวทัศน์แลไปแลมา เหมือนน้องๆ คลองโอตารุ ที่ซัปโปโร ญี่ปุ่นทีเดียวเชียวนา
แต่มองได้แต่ตาว่ามันดีงามนะ กลางชุมชนบางลำพูมีทางเดินริมคลองชิลๆ ได้ด้วย เสียดายแต่ว่า กลิ่น...ที่โชยตลอดทางเดินนี่สิ ส่งผลทำให้คุณค่าอรรถรส และความดีงาม หดหายไปแทบจะไม่เหลือให้รู้สึกว่าอยากจะกลับมาอีกเลย
เสียดายมากกก ถึงมากที่สุด ก็ไม่รู้ว่า เขตพระนคร หรือว่าชุมชนที่อาศัยทำมาหากิน มีโฮมสเตย์ หรือโฮสเทลน่ารักๆ แถวนั้น จะช่วยกันเปลี่ยนแปลง "กลิ่น" ซึ่งไม่ได้มาจากคลอง แต่อยู่บนทางเดินเท่านี่แหละ ให้ดีงามเท่ากับคุณค่าของวิวหลักหมื่นหลักแสนหรือไม่ ..บอกตรงๆ ป้าเสียดายแทน..จริงๆ นะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

