
“มนต์รักลูกครึ่ง”..
เนี่ย..ชื่อหนังที่คุณจุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง นักเขียน นักร้อง นักแต่งเพลง เคยให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ช่องไทยพีบีเอสว่า..
อยากทำ-อยากเป็นผู้กำกับ (ภาพยนตร์) สักครั้งในชีวิตก่อนอายุ 60 ปี!
ตอนนั้น ผมก็รอด้วยความตื่นเต้นอยากเห็นอีกความสามารถของคุณจุ้ย จะกำกับหนังได้ดีมีคุณภาพเท่ากับงานเขียนหนังสือ การแต่งเพลงหรือไม่?
แต่จนแล้วจนรอด จนคุณจุ้ยอายุเกิน 60 ปีแล้ว หนังเรื่องมนต์รักลูกครึ่งก็ไม่อาจจะเปิดกล้องถ่ายทำได้ จะด้วยนายทุนเมิน หรือเป็นด้วยเหตุผลใด..
ไม่เคยได้ยินคุณจุ้ยปริปากพูด-อธิบายอีกเลยจนปัจจุบัน!
และวันนี้ ที่ผมหยิบข่าวเก่ามาเกริ่นก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ บังเอิญว่าวานนี้ได้อ่านที่คุณจุ้ยโพสต์ ซึ่งจะมีนัยอะไรหรือไม่ก็ช่าง..
กระนั้น ก็ทำให้ผมได้นึกถึงการให้สัมภาษณ์ของนักการเมืองในเวลานี้ ที่บางคนเสมือนหนึ่งในหัวไม่มีสมอง ก็ลองอ่านที่คุณจุ้ยว่าสิ..
#บางคนสงสัยว่าทำไมข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบให้สัมภาษณ์
อันนี้จะว่าจริงก็ได้ ทั้งๆ ที่จริงๆ กว่านั้น ข้าพเจ้าก็อาจจะอยากให้สัมภาษณ์อยู่เหมือนกันแต่นักสัมภาษณ์โดยทั่วไป จะมีคำถามหลักๆ อยู่ไม่กี่ข้อ
พี่มีแรงบันดาลใจอะไรในการเขียน ในการแต่งเพลง
ก็ขึ้นอยู่กับเพลงไหน
อ้าวงั้นพี่เล่าเลย เพลงไหนก็ได้
โอ้วแต่งตั้งร้อยเพลง เล่าไม่ถูก
งั้นเล่าตอนเด็กๆ ก็ได้ เอ่อ ข้าพเจ้าขี้เกียจเล่าเรื่องวัยเด็ก
งั้นเล่าตอนโตก็ได้ พี่เข้าวงการมาได้ยังไง คือพี่จะออกจากวงการอยู่แล้ว อย่าให้เล่าตอนเข้าวงการเลยนะ
เบื่อกับคำถามสำเร็จรูป
พี่รู้สึกยังไง กับเรื่องนั้น พี่รู้สึกยังไง กับเรื่องนี้
ถ้าเป็นนักกีฬาไปแข่งกีฬามาแล้วชนะ นักสัมภาษณ์ ก็จะถามว่า รู้สึกยังไงที่ชนะ
คงเสียใจละมั้งที่ชนะ
ถ้าแพ้มาก็จะถามว่า รู้สึกยังไงที่แพ้ คงดีใจละมั้งที่แพ้
บางคนญาติเสีย พ่อตาย ยังถามว่า รู้สึกยังไงที่พ่อตาย ลองไปถามแม่เอ็งตอนพ่อเอ็งตาย
ตอบแล้วจะกลายเป็นดรามา
ยิ่งยุคสมัยนี้ สัมภาษณ์เสร็จแล้วจะกลายเป็นก้อนวัตถุที่คาอยู่บนจักรวาลโซเชียล
และจะมีอายุยืนยาวยิ่งไปกว่าชีวิตเรา
คือตายไปแล้ว สิ่งที่สัมภาษณ์ไว้ก็จะยังอยู่ สิ่งที่พูดพาดพิงไป ไม่ว่าจะดีจะเลวจะยังอยู่ยั้งยืนยาว พร้อมที่จะกลายเป็นดิจิตอลฟรุตปริ้นต์กลับไปกลับมาอีกเนิ่นนาน
จึงอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่ค่อยกล้าเอ่ยให้สัมภาษณ์
ดังนั้นไม่ใช่ว่าชอบหรือไม่ชอบให้สัมภาษณ์นะครับ แต่ไม่ค่อยจะอยากให้ตัวเองสื่อสารผ่านภพภูมินี้แล้วอยู่ยั่งยืนยงไปจนถึงชาติหน้า
เพราะถ้าพูดอะไรไว้ สิ่งนั้นจะอยู่ขยายขี้เท่อไปอีกนานจนชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วกัปชั่วกัลป์
ดีไม่ดี กลับชาติมาเกิด ยังอาจเปิดมาเจอ ตัวเองพูดอะไรโง่ๆ ค้างคาจอ”
ครับ..นักการเมืองทั้งหลาย แม้แต่ดารานักแสดงควรจะได้ตระหนักในการให้สัมภาษณ์บ้างก็ดี เพราะบางเรื่องที่พูดไป..
จะกลายเป็น “ความขี้เท่อ” ที่ปรากฏ-บันทึกให้เห็นอยู่ต่อไปชั่วกัลป์ชั่วกัป!
อย่างที่ขออนุญาตยกมาพอให้เห็นเป็นรูปธรรม กับคำให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรีขี่ม้าขาว ที่พูด “หญ้าแฝก” เป็น “หญ้าแพรก” พูด “เรือดำน้ำ” เป็น“เรือดันน้ำ”..
หรือบอกว่า “จังหวัดหาดใหญ่” ทั้งที่หาดใหญ่เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสงขลา และหรือที่พูดว่า “ประเทศซิดนีย์” ทั้งที่ความจริง “ซิดนีย์” เป็นเมืองหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งแน่นอน..เป็นการขยายความ “ขี้เท่อ” ไปอีกนานจนชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วกัปชั่วกัลป์ ดีไม่ดี กลับชาติมาเกิด ยังอาจเปิดมาเจอ ตัวเองพูดอะไรโง่ๆ ค้างคาจอ” อย่างที่คุณจุ้ยว่าไว้แน่แท้!
แต่ก็นั่นแหละ..นักการเมืองยุคนี้ต่างพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ทั้งการวางท่า การพูด โดยเฉพาะการพูดคำฮิตเพื่อให้ดูทันสมัย แต่บังเอิญใช้ผิดบริบท
แบบพยายามพูดให้เป็นวัยรุ่น แต่จังหวะ-เนื้อหาไม่สอดคล้องเข้ากัน เลยกลายเป็นการแสดงความ “ขี้เท่อ” ออกมาแทน!
อ้อ..ประเภทโชว์บุคลิกเวอร์ๆ ต่อหน้ากล้อง แสดงท่าท่าดุเดือดเกินเหตุ หรือพยายามทำตัวเป็นฮีโร่จนดูฝืนธรรมชาติ อย่างนี้ก็จัดว่า..
“ขี้เท่อ” เหมือนกันนะ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

