
การสื่อสารของสื่อสารมวลชนที่ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูข่าว เลือกข่าวที่จะนำเสนอ และปิดข่าวที่ไม่ต้องการเสนอ ทำให้สังคมรับรู้ความจริงเทียม (Pseudo-reality) หมายถึงความเป็นจริงเทียมหรือภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจตนาของผู้สร้างที่จงใจบิดเบือนความจริง พวกเขาไม่ได้โกหก เพียงแต่การเลือกข่าวของเขา การเล่นข่าวของเขา วางข่าวไว้ตรงไหน ให้ความสำคัญกับข่าวอย่างไร เล่นข่าวนั้นนานแค่ไหน ผู้คนที่เสพข่าวก็จะมองว่าสิ่งที่เราได้รับรู้จากการสื่อสารนั้นเป็นความจริง แต่มันเป็นความจริงเทียม เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่
กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องบางเรื่องที่มี แต่ไม่มีการนำเสนอ ผู้คนก็คิดว่าไม่มี เรื่องที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่นำเสนอมากมายจนคนคิดว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย เรื่องดีไม่เล่า คนคิดว่าไม่มีอะไรดีเลย เรื่องไม่ดี เล่ามากมาย จนคนคิดว่าเหตุการณ์บ้านเมืองแย่แล้ว มีแต่เรื่องไม่ดี
นอกจากผู้คนรับรู้ความจริงเทียมจากสื่อมวลชนแล้ว ในยุคนี้ความจริงเทียมยังถูกเสริมให้น่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย ข่าวสารต่างๆ ที่ถูกส่งผ่านสื่อดิจิทัลที่มีการเล่าเรื่องที่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้รับสารเชื่อว่าเป็นจริง โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิด “ห้องเสียงสะท้อน” (Echo chamber) สร้าง Pseudo-reality ในสังคมไทย แนวคิดนี้คล้ายกับที่ Philip K. Dick อธิบายว่าเป็นจักรวาลสมองที่ถูกผลิตโดยผู้มีอำนาจผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ในบริบทไทย มันปรากฏในรูปแบบข่าวปลอมหรือการนำเสนออัตลักษณ์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย
ผู้สร้างความจริงเทียมใช้เทคนิคหลากหลาย เช่น การโกหก ขยายความเกินจริง การตัดทอนข้อมูลสำคัญ หรือใช้ภาพถ่ายปลอมปนกับเหตุการณ์จริงเพื่อปลูกฝังความทรงจำเท็จในโซเชียลมีเดีย สร้างผ่านการ Framing สถานการณ์ให้ดูดีตามที่ต้องการ หรือ Deepfakes ที่เลียนแบบความจริงจนแยกยาก ตัวอย่างในไทยคือการบิดเบือนความทรงจำด้วยโพสต์รูปเก่าแต่เล่าเรื่องใหม่ สร้างภาพลวงตาแบบจิตวิทยาหมู่ แรงจูงใจหลักของคนสร้างความจริงเทียมคือการควบคุมอำนาจและครอบงำความคิดของคนในสังคม เช่น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ขายภาพลักษณ์ปลอมเพื่อเรียกร้องความสนใจ บางกลุ่มใช้เพื่อจุดจิตวิทยาหมู่ (Mass delusion) ทำให้สังคมหลงผิดจากข้อเท็จจริง เช่น Influencer สร้าง Parasocial relationship (ความสัมพันธ์แบบคิดไปเองข้างเดียว ที่ผู้คนพัฒนาความรู้สึกผูกพันหรือใกล้ชิดกับคนมีชื่อเสียงจนกลายเป็น Fandom ผู้หลงรักคนดังแบบสุดจิตสุดใจ) ที่นำไปสู่ความคาดหวังลวง
Pseudo-reality นำไปสู่การแบ่งขั้วสังคม เพิ่มข่าวปลอมที่ทำลายความเชื่อมั่นในสถาบัน สร้างภาวะวิกฤตศีลธรรมและจิตใจ ในไทยมันบิดเบือนค่านิยม สร้างความแปลกแยก ขาดจิตสำนึกสาธารณะ และเพิ่มปัญหาสุขภาพจิตจากความคาดหวังเท็จ ผลร้ายแรงคือจิตวิทยาหมู่ที่ทำให้สังคมไทยเสื่อมโทรม เช่น การแพร่ข่าวเก่าเป็นข่าวใหม่ จนเกิดความขัดแย้ง
คนในสังคมต้องเรียนรู้ที่จะรับมือการสร้างความจริงเทียมด้วยการรู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันข่าว ตรวจสอบวันที่ แหล่งข่าว และ Cross-check หลายแหล่งข่าวก่อนจะเชื่อและก่อนจะแชร์ สร้างวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์เจตนา แยกข้อเท็จจริงจากความเห็น และใช้ Fact-checker หรือเว็บไทยที่น่าเชื่อถือในสังคมไทย สถานศึกษาควรส่งเสริมการศึกษา Media literacy เพื่อลดการแพร่กระจาย โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มจงใจครอบงำ ต้องเสริมโครงสร้างแพลตฟอร์มควบคุมเนื้อหา
กรณีตัวอย่าง Pseudo-reality ในสังคมไทย การเลือกตั้ง 2023 มีข่าวปลอมปั่น Islamophobia ในช่วงเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 มีการแพร่ข้อมูลเท็จกล่าวหาว่าพรรคการเมืองบางพรรคสนับสนุนอิสลามเหนือพุทธศาสนา สร้างภาพลวงตาว่าจะเปลี่ยนไทยเป็นรัฐอิสลาม เพื่อโจมตีคู่แข่งทางการเมือง ข้อมูลนี้ถูกผลิตซ้ำในโซเชียลมีเดีย จนเกิดจิตวิทยาหมู่ในกลุ่มอนุรักษนิยม ทำให้เกิดความเกลียดชังและแบ่งขั้วสังคม
มีคลิปเก่าแชร์ใหม่: สงครามชายแดนกัมพูชา กลางเดือนเมษายน 2566 คลิปซ้อมทหารกัมพูชาใกล้ชายแดนไทยและสุนทรพจน์นายกฯ ฮุน เซน เตือนสงคราม ถูกขุดขึ้นมาแชร์ใหม่ราวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน สร้างความตื่นตระหนกชายแดน แม้สถานทูตกัมพูชายืนยันไม่มีซ้อมรบ แต่ Pseudo-reality นี้แพร่กระจายกว้าง สร้างความหวาดกลัวหมู่
พรรคการเมืองหนึ่งสร้าง Fandom ผู้จงรักภักดี ผูกพันกับพรรค ชิงชังฝ่ายตรงกันข้ามด้วยข่าวเท็จ บิดเบือนความจริงด้วยตรรกะวิบัติ ใช้ Twitter สร้างจิตวิทยาหมู่ ใช้การ Retweet และ Hashtag ให้คนเชื่อว่าเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่โตที่มีความสำคัญ สร้างความหวั่นวิตกให้คนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มองว่าเยาวชนของเรามีทัศนคติเป็นปฏิกษัตริย์นิยมกันเกือบหมดแล้ว เพราะเขาเสนอแต่พฤติกรรมของเยาวชนที่ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ไม่เสนอเรื่องราวของเยาวชนที่จงรักภักดี จนผู้คนวิตกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่มีความมั่นคง แต่เมื่อเวลาผ่านไป Fandom ของเขาตาสว่าง รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้น เป็นการสร้างความจริงเทียมครอบงำเยาวชน การผลิตข่าวสารของเขากลายเป็น “ฟองสบู่ข่าวสาร” ที่ Fandom ที่ตาสว่างแล้ว ไม่เชื่อถือการสื่อสารของเขาต่อไป อิทธิพลทางการเมืองของเขาก็เสื่อมลง
กระแสสนับสนุนพรรคใหม่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่บนเฟซบุ๊ก สร้าง Pseudo-reality ว่าประชาธิปไตยกำลังฟื้นคืน โดยเพิกเฉยข้อจำกัดจริง สื่อนำเสนอแบบ Framing จนกลายเป็นภาพลวงตาที่อาจแตกสลาย Social media มีบทบาทสำคัญในการขยาย Pseudo reality ในสังคมไทย โดยเป็นแพลตฟอร์มที่เนื้อหาสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทำให้ข่าวปลอมและภาพลวงตาถูกเผยแพร่อย่างหนักจากการสร้างห้องเสียงสะท้อน (Echo chamber) ที่ผู้คนมักเลือกเสพข้อมูลที่ยืนยันความเชื่อของตนเอง ทำให้ข้อมูลบิดเบือนนี้กลายเป็นความจริงในกลุ่มสังคมเล็กๆ โดยไม่ถูกตั้งคำถาม โซเชียลมีเดียยังเปิดพื้นที่ให้แต่ละบุคคลหรือกลุ่มสามารถสร้างตัวตนและภาพลวงตาของตนเองได้ง่ายอย่างมีเป้าหมาย หรือเพื่อตอบสนองความต้องการทางการเมืองและสังคม เราจึงต้องเสพข่าวสารใน Social media อย่างมีวิจารณญาณและวุฒิภาวะที่รู้เท่าทันสื่อและรู้เท่าทันข่าวสาร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เสรีพิศุทธ์-เรวัช' เลือกใครดี?
วันนี้มีซองหลงทางครับ ไม่ได้มาทางอีเมล ไม่ได้เข้าทาง Inbox แต่ผมไปเจอเข้าเองตอนเลื่อนเฟซบุ๊ก
วันนี้…สวัสดีกันหรือยัง
เมื่อวานบอกว่าจะขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวัน วันนี้ก็ยังอยู่ครับ ไม่ได้กลับไปสามโลกกับคุณปิยะแล้ว
ลิ้นงู...ที่อยู่ในปากงู!!!
แม้ว่าแทบไม่เหลือ ราคา ใดๆ...สำหรับ ตัวตลก-ตัวแทน อย่างนาย Volodymyr Zelensky ผู้นำยูเครน ในการทำศึกสงครามกับ ชาตินิวเคลียร์ อย่างรัสเซีย แต่การดิ้นรน
สมัครใจ...ขาลอย!
เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย
ความยุ่งยากเมื่อต้องเลือกข้าง-เลือกฝ่าย!!!
ไม่ว่าจะโลก...หรือประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ท่าทางมันน่าจะ ยุ่ง ระดับ โค้วตงหมง หรือระดับ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า กันอีกมิใช่น้อย ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรืออนาคตอันใกล้
เช็กชื่อ 'ผบ.พล' ซีรีส์ 3
การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย

