ขอบ่น..ด้วยคน

ค่าฝุ่น PM 2.5 ช่วงนี้อาละวาดจนไม่รู้จะบ่นกับใครแล้ว นี่มนุษย์ป้าเขียนงานไปก็จามไป จมูกฟุดฟิดหงุดหงิดแดงเป็นโบโซ่เลยทีเดียว

ตื่นเช้ามาแทนที่จะได้สูดอากาศสดชื่น กลายเป็นสูดฝุ่นแทน เปิดหน้าต่างไม่ได้ เปิดประตูก็ไม่กล้า ออกไปไหนต้องพกหน้ากากตลอด ความรู้สึกเหมือนทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษตลอดเวลา

แอปเช็กฝุ่นก็ขึ้นสีแดงทุกวัน จนเริ่มสงสัยว่าวันที่ฟ้าสีฟ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ จะเดินไปซื้อกาแฟใกล้บ้านยังต้องคิดหลายรอบ กลัวเจ็บคอ กลัวแสบจมูก กลัวหายใจแล้วรู้สึกแน่นหน้าอก แม้แต่อยู่ในบ้านก็ยังไม่รอด อากาศเหมือนอัดแน่นด้วยความอึดอัด

ทุกวันนี้การจะออกกำลังกายกลางแจ้งแทบเป็นไปไม่ได้ คนที่แพ้ง่ายก็เริ่มไอ น้ำมูกไหลกันทั้งวัน เด็ก ผู้สูงอายุ คนทำงานกลางแจ้ง เหนื่อยกันหมด คิดแล้วก็ได้แต่ถามว่า “เมื่อไหร่มลพิษจะลดลงจริงๆ สักที”

ปัญหานี้วนซ้ำทุกปี แต่การแก้ไขก็ยังไม่เห็นผลชัดเจน ประชาชนต้องปรับตัวกันเองจนเหนื่อย แต่สุดท้ายก็หลีกหนีไม่ได้ เพราะเราต้องหายใจอยู่ดี

ฝุ่นเม็ดเล็กจิ๋ว แต่ผลกระทบมันใหญ่โตมาก ทั้งสุขภาพ ทั้งคุณภาพชีวิต ทั้งความรู้สึกของคนทั้งเมือง  อยากตื่นมาในวันที่ฟ้ากลับมาใสแบบไม่ต้องลุ้น อยากเดินออกจากบ้านโดยไม่ต้องถามตัวเองว่า “วันนี้อันตรายแค่ไหน”

ตอนนี้เลยได้แต่บ่น… แล้วก็ภาวนา ให้ลมแรงสักวัน ให้ฝนตกสักหน่อย หรือให้มาตรการจริงจังกว่านี้เกิดขึ้นสักที เพราะเราไม่ควรต้องทนหายใจฝุ่นแบบนี้ทุกปีเลยจริงๆ.    

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”