เรื่องจริงไม่อิงนิยาย

ศูนย์อพยพที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากกว่าหนึ่งแสนชีวิต อันเกิดจากความขัดแย้งทางการทหารระหว่างไทย–กัมพูชา ..แน่นอนว่า ทำให้คนไทยทุกคนสะท้อนใจ แม้จะมีข่าวว่า ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันให้การดูแลกับคนที่ต้องทิ้งบ้านมาอย่างใกล้ชิดก็ตาม

ในศูนย์อพยพ หลายคนดูเหมือน “ปกติ” แต่ใครเลยจะรู้ว่า ภายในใจหรือความรู้สึกของแต่ละคนนั้น ยังปกติดีอยู่หรือ?!?

มันคือวิกฤตสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ ไม่ได้เห็นเลือด แต่ค่อยๆ กัดกินคนจากข้างใน ...มันคือภัยเงียบจากปากของแพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ที่เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่า สงครามไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกาย แต่มันทิ้งบาดแผลลึกในใจผู้คน หากไม่ดูแลตั้งแต่ต้น อาการเครียดเฉียบพลัน ความวิตกกังวล และบาดแผลทางใจ อาจพัฒนาไปสู่ PTSD ภาวะซึมเศร้า หรือการทำร้ายตนเองในอนาคต

คุณหมอจึงเลือกที่จะเข้าไปดูแลจิตใจของผู้อพยพในเวลานี้ ด้วยระบบที่เรียกว่า NeuroSight ที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ใช้งานได้รวดเร็ว พาผู้ใช้ออกจากความวุ่นวายตรงหน้า เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเสมือนที่ปลอดภัย ทะเลเงียบๆ ป่าเขียวๆ เสียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลง ไม่ได้รักษาทุกอย่าง แต่ช่วยให้ใจที่สั่นไหวได้ตั้งหลักอีกครั้ง

ในวันที่ความไม่แน่นอนปกคลุมชีวิต ในวันที่ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไร การได้หยุดพักใจเพียงไม่กี่นาที อาจหมายถึงการรอดพ้นจากการพังทลายภายใน

เทคโนโลยีหนึ่งชิ้น กำลังทำหน้าที่เล็กๆ แต่จำเป็น เพื่อบอกใครบางคนว่า “คุณไม่ได้เผชิญสิ่งนี้เพียงลำพัง”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”