
เอาไงดีกับสนามบินเบตง?
ที่ถาม..เพราะได้อ่านข้อความที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ โพสต์..
“สนามบินเบตง สร้างแล้ว... อย่าปล่อยให้ “โหรงเหรง”
สนามบินเบตงเป็นสนามบินที่สวยงามแห่งหนึ่งของไทย อาคารผู้โดยสารโดดเด่น ใช้ “ไม้ไผ่ตง” ตกแต่งทั้งภายใน-ภายนอก สื่อถึงรากเหง้าและอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างลงตัว
แต่รู้หรือไม่ว่า... ตลอดทั้งปี 2568 สนามบินแห่งนี้มีผู้โดยสารเพียง 728 คน เฉลี่ยแล้วคือ ผู้โดยสารวันละ 2 คน เที่ยวบินวันละไม่ถึงครึ่งเที่ยว (0.41 เที่ยว/วัน)
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับโครงการที่ใช้งบลงทุนไปประมาณ 1,900 ล้านบาท คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับสนามบินเบตง? และเราจะปล่อยให้สนามบินแห่งนี้ “โหรงเหรง” ต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ?
สนามบินสวย... แต่เงื่อนไขไม่เอื้อให้มีผู้โดยสาร สนามบินเบตงถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับความหมายของคำว่า “เบตง” ในภาษามลายูที่แปลว่า “ไม้ไผ่”
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความสวยไม่ใช่คำตอบของการเดินทาง
ปัญหาหลักอยู่ที่รันเวย์ สนามบินเบตงมีรันเวย์ยาวเพียง 1,800 เมตร รองรับได้แค่เครื่องบินลำเล็กหรือเครื่องบินใบพัด เช่น ATR 72 หรือ Q400 ที่จุผู้โดยสารได้ราว 70-80 ที่นั่ง
ผลที่ตามมาเป็นลูกโซ่ จำนวนที่นั่งน้อยทำให้ค่าโดยสารสูง เครื่องบินใบพัดต้องใช้เวลาบินนานกว่า สุดท้ายมีผู้โดยสารน้อย ทำให้สายการบินอยู่ไม่ได้
ยังไม่รวมข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ สนามบินตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา พื้นที่ให้บริการจึงแทบจำกัดอยู่แค่ “อำเภอเบตง”
ผู้โดยสารจากอำเภออื่น หรือจังหวัดใกล้เคียงเลือกไปใช้สนามบินที่เดินทางสะดวกกว่า เร็วกว่า และถูกกว่า
สายการบินมาแล้ว... ก็ต้องจากไป ตอนเปิดใช้งานใหม่ๆ นกแอร์เคยให้บริการเส้นทาง ดอนเมือง-เบตง เที่ยวบินปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565
แต่บินได้เพี่ยงไม่กี่เดือน ก็ต้องหยุดให้บริการในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 เหตุผลตรงไปตรงมาคือ ผู้โดยสารต่ำกว่าคาด ทำให้ขาดทุน
ปัจจุบัน สนามบินเบตงเหลือสายการบินเดียวคือ Ezy Airlines ให้บริการเส้นทาง หาดใหญ่-เบตง ระยะทาง 152 กิโลเมตร ใช้เครื่องบิน Cessna Grand Caravan EX ที่มีเพียง 10-12 ที่นั่ง
พูดง่ายๆ คือ สนามบินระดับเกือบ 2,000 ล้านบาท กำลังพึ่งพาเครื่องบินขนาดเล็ก 10-12 ที่นั่ง ไม่ใช่เพราะสายการบินไม่ดี แต่เพราะสนามบินถูกออกแบบให้มีทางเลือกจำกัดตั้งแต่ต้น”
ครับ..อ่านแล้วก็.. “ชิบหาย..ตายห่า” อยากถาม (ใครไม่รู้) ..ก่อนลงมือสร้าง ไม่ได้วางแผน-ทำการศึกษาปัญหาใดๆ เลยหรือ?
ทีนี้ เอาไงกันต่อ เห็น ดร.สามารถชี้แนะ เสนอทางเลือก (2 ทาง) ให้สนามบินเบตงกลับมาคึกคักแล้วล่ะ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย คือ..
ทางเลือกที่ 1: ขยายรันเวย์รองรับเครื่องบิน Jet หากสนามบินเบตงสามารถรองรับเครื่องบิน Jet หรือเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น
ต้นทุนต่อที่นั่งจะลดลง ส่งผลให้ค่าโดยสารถูกลง และจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาไม่ได้จบแค่ค่าโดยสาร
สนามบินเบตงอยู่ใกล้ชายแดนมาเลเซีย แนวร่อนลงของเครื่องบิน Jet มีโอกาสล้ำเข้าเขตน่านฟ้ามาเลเซีย ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบินใบพัดที่ไม่มีปัญหานี้
หากไม่สามารถเจรจากับมาเลเซียได้ การขยายรันเวย์ก็อาจกลายเป็น การลงทุนที่แพง... แต่ใช้ไม่ได้จริง
ทางเลือกที่ 2: รัฐอุดหนุนค่าโดยสาร อีกทางเลือกที่เป็นไปได้มากกว่าในระยะสั้นคือ การอุดหนุนค่าโดยสารในช่วงเริ่มต้น
แน่นอนว่าอาจมีคำถามตามมา ทำไมต้องอุดหนุนสนามบินเบตง? แล้วสนามบินอื่นล่ะ?
แต่ในความเป็นจริง รัฐก็อุดหนุนการเดินทางอยู่แล้วในหลายรูปแบบ เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และโครงการทางด่วนที่จะให้ประชาชนใช้ฟรี
เช่น ทางด่วนภูเก็ต ระยะที่ 1 กะทู้-ป่าตอง คำถามจึงไม่ใช่ “อุดหนุนหรือไม่”
แต่คือเราจะอุดหนุนการเดินทางที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเชื่อมพื้นที่ปลายด้ามขวานนี้กับสนามบินอื่นๆ ได้หรือไม่?”
เฮ้ออ..หลับหูหลับตาสร้าง..กูละเซ็ง!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

