'หมอยง' เชื่อมั่นหลังลดระดับ 'โควิด' จะมียารักษาดีขึ้นต่อเนื่อง มุ่งเน้นกลุ่มเปราะบาง

10 ส.ค.2565 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด 19 กำลังจะเปลี่ยนจาก "โรคติดต่ออันตราย" ไปสู่ "โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง"

เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด 19 โรคค่อนข้างรุนแรง ระบาดรวดเร็วทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โรคโควิด 19 จึงถูกบรรจุเป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงลำดับที่ 14 ใน พรบ.โรคติดต่อ

ระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 2 ปี ความรุนแรงของโรคเริ่มน้อยลง ถึงแม้จะยังแพร่กระจายได้ง่าย ในอนาคตก็คงไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น เราจึงได้ยินว่าในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะมีการลดระดับของโรคโควิด 19 จากโรคติดต่ออันตราย มาเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอื่นๆ อีก 55 โรค ในวันที่ 1 ตุลาคม นี้

ในอนาคตการดูแลรักษาโรคโควิด 19 ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เชื่อว่าโรคโควิด 19 จะมียารักษาที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และการดูแลที่สำคัญจะมุ่งเน้นในกลุ่มเปราะบาง ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 พันล้านต่อปี! หมอยงประเมินเงินใช้จ่ายตีพิมพ์ผลงานวิชาการไทยในนานาชาติ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

'หมอยง' ชี้พัฒนาวัคซีน ยังไล่ตามวิวัฒนาการ 'ไวรัส' มากกว่าสกัดกั้น

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์

'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่

หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน

'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก