เตือน โอมิครอน BA.2 ดุพอๆกับเดลต้า

20 ก.พ. 2565 – ดร. อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค Anan Jongkaewwattana ระบุว่า นักวิจัยญี่ปุ่นสรุปว่า BA.2 ดุพอๆกับเดลต้า มาจากผลวิจัยติดไวรัสในหนูที่ไม่เคยได้วัคซีน..จะใช้อธิบายกับคนได้หรือไม่? เป็นคำถามสำคัญ

ขณะที่อีกโพสต์ ดร. อนันต์ ระบุว่าเนื่องจากการกลายพันธุ์บนโปรตีนหนามสไปค์ของไวรัส โอมิครอน ทั้ง BA.1 และ BA.2 แอนติบอดีที่ไปแยกมาจากผู้ป่วยที่ติดไวรัสสายพันธุ์ก่อนหน้านี้มาจะมีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่สามารถจับและยับยั้งไวรัสกลุ่มนี้ได้

ล่าสุดมีผลการศึกษาว่า BA.2 มีแนวโน้มจะดื้อกับแอนติบอดีรักษาที่กำลังพัฒนาอยู่แทบทุกตัว สาเหตุคือการกลายพันธุ์ที่กระจัดกระจายบนส่วนโปรตีนหนามที่ยากจะหาแอนติบอดีที่จะหนีส่วนกลายพันธุ์ตรงนั้นเข้าไปจับได้…แต่ร่างกายเราสร้างแอนติบอดีได้หลากหลายมาก และ ผลการศึกษาจากการติดเชื้อจากธรรมชาติ หรือ จากการฉีดวัคซีนทำให้เราเชื่อว่ายังต้องมีแอนติบอดีเหล่านั้นที่จับโอมิครอนได้ผสมๆอยู่ในร่างกายของเรา เพียงแต่ว่าการหาและแยกแอนติบอดีเหล่านั้นออกมาจาก pool ที่มีแอนติบอดีอื่นๆอยู่มากมายทำได้ยากมาก และ ต้องอาศัยโชคช่วยจริงๆ

ข่าวดีวันนี้คือความพยายามของนักวิจัยที่แข่งกันหาแอนติบอดีที่สามารถจับและยับยั้งไวรัสโรคโควิดได้ทุกสายพันธุ์เหมือนจะเป็นจริง โดยงานวิจัยล่าสุดของทีมวิจัยจากเนเธอแลนด์ (ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิจัยด้านไวรัสโคโรนามายาวนานและเข้มแข็งมาก) พบว่า แอนติบอดีที่ทีมวิจัยไปแยกได้มา 1 โคลน ชื่อว่า 87G7 สามารถผ่านด่านหินของโอมิครอนทั้ง BA.1 และ BA.2 ไปจับโปรตีนหนามสไปค์และยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของไวรัสได้ ผลการทดลองใช้แอนติบอดีตัวนี้ในสัตว์ทดลองที่รับเชื้อไวรัสพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ดีมาก

ทีมวิจัยทำการศึกษาเชิงลึกพบว่า แอนติบอดี 87G7 นี้ไปจับโปรตีนหนามสไปค์ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้เข้าเซลล์ ( เรียกว่า RBD) ที่กรดอะมิโน 6 ตำแหน่ง (สีเขียวในภาพ) ที่เป็นตำแหน่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในไวรัสทุกสายพันธุ์ในตอนนี้ ซึ่งกลุ่มโอมิครอนที่พบเปลี่ยนแปลงจะเป็นส่วนสีแดงจะไม่ได้ตรงกับที่ 87G7 เข้าไปจับ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ตำแหน่งกรดอะมิโนที่เป็นสีเขียวนี้จะเปลี่ยนได้ยาก เพราะถ้าเปลี่ยนจะทำให้หน้าที่ของโปรตีนหนามสไปค์ทำงานไม่ได้ หรือ ไม่ดี ไวรัสจึงจำเป็นต้องเก็บตำแหน่งนี้ไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ 87G7 ก็จะเป็นแอนติบอดีที่จะสามารถยับยั้งไวรัสได้ทุกสายพันธุ์ถ้าไวรัสไม่กลายพันธุ์เพิ่มในกรดอะมิโน 6 ตำแหน่งนี้
งานวิจัยที่แข่งกันตอนนี้น่าทึ่งมากครับ และ เชื่อว่า 87G7 คงจะไม่ใช่แค่โคลนเดียวที่เราจะหาเจอ ต่อไปคงมีตามมาอีกครับ

อ่านเพิ่ม จับตาฤทธิ์โควิด-19 คาดใน2-3สัปดาห์ ตายเพิ่มเกิน40/วัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักไวรัสวิทยา' กระทุ้งถึงเวลาทบทวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวใหม่

'ดร.อนันต์'ชี้ไวรัสโควิดเปลี่ยนไวมาก โดยไปในทิศทางที่หนีภูมิจากวัคซีนเดิมไปเรื่อยๆ เผยอาจถึงเวลาต้องทบทวนการกระตุ้นด้วยวัคซีนตัวใหม่แบบจริงจังแล้ว

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์การเขียนงานลงวารสารวิชาการ

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์งานวิจัย ชี้ปกติจะไม่รู้ใครเป็นผู้ประเมินงาน ที่สำคัญจะไม่ติดต่อเพราะกลัวเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน บอกสุดงงเป็นเรื่องใหม่ที่ผู้เขียนติดต่อผู้ประเมิน

กลุ่มเสี่ยงระวัง! WHO เผยยุโรปเข้าสู่ 'โควิดระลอกใหม่' แพร่กระจายพร้อมไข้หวัดใหญ่

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัส และผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊ก

ยังไม่จบไม่สิ้น! หมอธีระเผยพบสายพันธุ์โควิด XBB ดื้อต่อภูมิคุ้มกันที่สุด

หมอธีระชี้ช่วงนี้ยุโรปอาจเป็นขาขึ้นของโควิดเพราะเข้าสู่ฤดูหนาว พร้อมเตือนสายพันธุ์ XBB สุดอันตรายเป็น สายพันธุ์ไวรัสที่ดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากที่สุด