‘จเรตำรวจแห่งชาติ’ แจ้ง ‘รมว.กลาโหม’ ช่วยคนไทยเหยื่อแก๊งคอลฯ ที่กัมพูชาได้ 125 คน

บิ๊กหวาน เข้าพบ ภูมิธรรม รายงานจับตำรวจกัมพูชากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปอยเปต จ่อตั้งศูนย์ปฎิบัติการร่วม ชี้เป็นความร่วมมือนายกรัฐมนตรี 2 ประเทศ เบื้องต้นช่วยคนไทยได้ 125 คน

24 ก.พ.2568-ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อรายงานกรณีร่วมกับตำรวจกัมพูชาในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา และหารือถึงการตั้งศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.อ.ธัชชัย ให่สัมภาษณ์ยถึงความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจกัมพูชาในการเข้าปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ว่า เป็นความร่วมมือของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตนได้รับมอบหมายประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา และในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้เห็นว่าตำรวจกัมพูชาได้มีการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในนั้นมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เบื้องต้นมีตัวเลขคนไทย 125 คน และต้องรอคอนเฟิร์มตัวเลขอีกครั้งเนื่องจากต้องมีการเข้าตรวจค้นพื้นที่บางจุดเพิ่มเติม นี่คือความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งการปราบปรามไม่จำกัดเฉพาะคนไทยแต่จะเห็นว่ามีคนต่างชาติ ที่อยู่ในขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

เมื่อถามถึงขั้นตอนหลังจากนี้ทางกัมพูชาจะรับไปดำเนินการตามกฎหมานต่อใช่หรือไม่ระบุว่า พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของกฎหมายของกัมพูชา ซึ่งทางตำรวจกัมพูชาจะมีการเก็บพยานหลักฐานในการไปดำเนินคดีต่อไป เมื่อถามถึงการตั้งศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ตอนนี้ได้มีการตั้งชื่อแล้วหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า จะเป็นศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา หลังจากนี้จะต้องไปดำเนินการ

เมื่อถามว่าจุดที่ตำรวจกัมพูชาเข้าไปทะลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือว่าครบเกือบทุกจุดหรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ยังคงต้องรอดู ร่วมกันและขอขอบคุณประเทศกัมพูชาที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือในการทำงานร่วมกันกับไทยอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าเปอร์เซ็นต์ที่คนไทยถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มาจากฝั่งเมียวดี ประเทศเมียมาหรือฝั่งประเทศกัมพูชามากกว่ากัน พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า คนไทยที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกส่วนใหญ่จะมาจากประเทศกัมพูชาและสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แต่ในฝั่งเมียวดีประเทศเมียนมา เราจะเห็นภาพการใช้บัญชีมาในการโอนเงินแต่จะไม่เห็นภาพคนไทยถูกหลอกอยู่ที่นั่น ในเบื้องต้นตัวเลขคนไทยที่ทางการเมียนมาได้ให้ความช่วยเหลือ ยังไม่เห็นคนไทยนั้นเกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่เมียวดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สว.ปริญญา’ เรียกร้อง ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อเขมร

ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. แถลงข้อเรียกร้องให้ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อกัมพูชา กรณีสื่อกัมพูชาโต้ตัดความสัมพันธ์ระ

'อดีตเสธ.ทร.' เชื่อไทยรบเขมรรอบสาม มีโอกาสเกิด หลังกัมพูชาเร่งสะสมอาวุธได้รถถังจีน

อดีตเสนาธิการทหารเรือ ชี้ไทยรบเขมร รอบสามมีโอกาสเกิด หลังกัมพูชาเร่งสะสมอาวุธได้รถถังจีน เปิดไทม์ไลน์ประนอมภาคบังคับ ติมอร์เลสเตกับออสเตรเลียสองปีจบ เทียบกรณีไทย เข้ากระบวนการ UNCLOS

UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D

ทร.เปิด 50 สินค้าควบคุมห้ามส่งกัมพูชา แจงภาพเรือขนส่งเป็นเหตุเก่า

โฆษกกองทัพเรือยืนยันเดินหน้าเข้มมาตรการสกัดกั้นสินค้าควบคุมไปกัมพูชาตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเปิดรายการสินค้าต้องห้ามกว่า 50 รายการ ครอบคลุมเชื้อเพลิง อุปกรณ์สื่อสาร โดรน และสารเคมี ชี้ภาพเรือ

ไม่ต้องตกใจ! บิ๊กดุลย์แจง 'จีน' ส่งรถถังให้เขมรเป็นดีลเก่าใช้ซ้อมรบ

'บิ๊กดุลย์' แจงปม 'จีน' ส่ง รถถัง T59D ให้ 'กัมพูชา' เป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน 'ฮุนเซน' จะใช้กำลังก็ต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข