
27 เม.ย. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระประแดง และ ร.ต.อ.วิทยา นามทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบ
จุดเกิดเหตุอยู่ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 72 แยก 1 ถนนสุขสวัสดิ์ หมู่ที่ 3 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย น.ส.สุนันทา พันธ์ศรี อายุ 33 ปี (ภรรยา) ที่อยู่ 122/125 หมู่ที่ 2 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถูกยิงเข้าที่ต้นขาขวา 1 นัด และนายนพรัตน์ ฉิมวารี อายุ 34 ปี (สามี) ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด อาการสาหัส หลังเกิดเหตุมีพลเมืองดีช่วยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลบางประกอก 3 แต่สามีทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ตำรวจตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และพบกองเลือดผู้บาดเจ็บกองอยู่ที่พื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบันทึกภาพที่เกิดเหตุและเก็บปลอกกระสุนปืนไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ทั้งนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบวงจรปิดพบมีวัยรุ่น 3 คน วิ่งไล่กัน เสื้อขาวคือมือปืนและเสื้อดำกางเกงขายาวสีดำหมวกแก็ปสีขาวมากับมือปืน ส่วนผู้ตายใส่เสื้อดำกางเกงยีนส์ขาสั้น สำหรับสาเหตุตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบและติดตามตัว
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืน คือนายรัตน์ อายุ 24 ปี มากับเพื่อนที่ชื่อนายกุลเชษฐ์ เสาร์ อายุ 15 ปี ที่อยู่ 290/5 หมู่ที่ 1 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้เล่นสงกรานต์ และดื่มสุราจนเมาได้ที่ เหล้าเข้าปากแล้วมีพลัง ไปไล่เก็บคู่อริ โดยขี่รถไปกับเพื่อน ลงมือจุดแรก คือในซอยสุขสวัสดิ์ 74 แยก 2 แต่คู่อริไม่อยู่ ตอนนั้นชาวบ้าน พยายามเข้ามาห้ามปราม แต่นายรัตน์ยังกร่างไม่หยุด แถมชักปืนออกมายิงขู่ 1 นัด
จากนั้นก็พากันขี่รถออกไปภายในซอยสุขสวัสดิ์ 72 แยก 1 มาเจอกลุ่มของ น.ส.สุนันทา (คนเจ็บ) และลูกสาว เล่นสงกรานต์กันอยู่ โดยลูกสาวของ น.ส.สุนันทา รู้จักกับนายสงกรานต์ อายุ 15 ปี เพื่อนรุ่นน้องมือปืนก็เลยตะโกนเรียก แต่นายรัตน์ (มือปืน) คาดว่าเมาจนหูเพี้ยน คิดว่าโดนด่า จึงไปจอดรถจักรยานยนต์ แล้วก็เดินเข้ามาหาที่กลุ่มผู้บาดเจ็บ และตะโกนถามว่าใครด่ากู ตอนนั้น น.ส.สุนันทา ก็บอกว่าไม่มีใครด่า และพูดว่าทำไมถึงทำตัวก้าวร้าว จึงมีปากเสียงกัน กระทั่งนายนพรัตน์ (ผู้ตาย) สามี น.ส.สุนันทา อยู่ตรงที่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงทะเลาะกัน จึงออกมาดู แล้วก็บานปลายจนถึงขั้นมีปากเสียงกัน แต่ฝ่ายนายรัตน์ (มือปืน) พยายามวิ่งหนี กระทั่งนายรัตน์ล้มลง และมีการชุลมุนกัน จังหวะนั้น นายรัตน์ชักปืนออกมายิง 3 นัด กระสุนถูกนายนพรัตน์ และ น.ส.สุนันทา แล้วนายรัตน์และนายสงกรานต์ ก็วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วก็หลบหนีไป ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล กระทั่งนายนพรัตน์ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
นายอาทิตย์ แสงยะมูล เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เล่าว่า กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการวิทยุกู้ชีพสมุทรปราการว่า มีเหตุทะเลาะวิวาทภายในซอยสุขสวัสดิ์ 72 จึงไปที่เกิดเหตุแต่ไม่พบ จากนั้นจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาระหว่างทางพบรถกระบะพลเมืองดีนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง จึงสอบถามและทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั้งคู่ โดยที่ผู้หญิงถูกยิงที่ต้นขาขวาจำนวนหนึ่งนัด ส่วนผู้ชายถูกยิงที่บริเวณหน้าอก จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการปั๊มหัวใจ และมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก กระทั่งนำส่งถึงโรงพยาบาล
นางแดง อายุ 55 ปี (ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์) เล่าว่า เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตมีเรื่องกัน ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนในซอยนี้ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณสามถึงสี่นัด จากนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บได้ล้มลงกองกับพื้น และผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีเพื่อขึ้นรถจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุไป ตนเองและกลุ่มเพื่อนบ้านจึงวิ่งมาดูผู้ได้รับบาดเจ็บพบว่าบริเวณที่จุดผู้ได้รับบาดเจ็บล้มลงมีเลือดไหลจำนวนมาก ทั้งที่ปากและจมูก ซึ่งตนเองเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่บริเวณกลางหน้าอก และมีผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของผู้ได้รับบาดเจ็บถูกลูกหลงอาวุธปืนยิงใส่ที่ขาได้รับบาดเจ็บด้วย ส่วนสาเหตุของการมีเรื่องในครั้งนี้ตนเองไม่ทราบว่ามีปัญหาหรือเรื่องอะไรกันมาก่อนระหว่างผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุ เรื่องนี้อาจจะต้องไปถามลูกหรือญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลบางปะกอกสามโดยตนเองและสามีเป็นคนนำส่งเรียบร้อย
นางณินทิรา สมพิมพ์ อายุ 53 ปี(ผู้อยู่ในเหตุการณ์) เล่าว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์วนมา 2 รอบ มาด้วยกันสองคน โดยผู้ก่อเหตุสวมเสื้อแขนยาวสีเทา ใส่กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ หนุ่มหน้าตาดี ผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนแถวนี้ โดยทั้งที่สองผู้ก่อเหตุได้จอดรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าปากทาง ได้เดินเข้าไปในซอยบ้านของผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อเคียร์ปัญหากัน ผู้ก่อเหตุได้เดินออกมาและผู้ได้รับบาดเจ็บเดินออกมาตาม ผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุได้มีการชกต่อยกัน ผู้ก่อเหตุล้มลงผู้ตายได้วิ่งตามมา ผู้ก่อเหตุจึงชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายล้มลง และยิงปืนใส่อีกครั้งโดนภรรยาผู้ตาย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ยิงปืนนัดที่สามใส่ผู้ตายอีกครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ผบ.ตร.นำคณะตำรวจ ร่วมลงนามถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระรูป 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ผบ.ตร. และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสหทัยสมาคม
ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง
ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด
รู้แล้ว! โจรใต้กลุ่มไหนบึ้มรถนอภ.-อส. คาดแก้แค้นวิสามัญหัวหน้าแก๊ง
จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ จ.ปัตตานี ขณะเดินทางกลับจากเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ จังหวัดปัตตานี
กองปราบบุกเมืองคอน จับ 2 ผู้ต้องหา วางยาไก่ชนเดิมพัน 1 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนิคมฯ อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 90/2569 และ นายเอกชัยฯ อายุ 38 ปี
ระทึก! พายุถล่มบ้านพังทั้งหลัง ทับสองตายายติดคาซาก
เกิดพายุกระโชกแรง พร้อมลมหมุนพัดผ่านบ้านเรือนชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านบุญเยิง หมู่ที่ 2 ตำบลแสลงพันธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

