ฝ่าฝืนธงแดง! หนุ่มลงเล่นน้ำ คลื่นซัดจมหายหาดในทอน จ.ภูเก็ต

16 พฤษภาคม 2569 - นายตฤณ ปัญญาไวย์ นายก อบต.สาคู พร้อมด้วย พ.ต.อ.สลาน สันติศาสนกุล ผกก.สภ.สาคู, พ.ต.ท.ไกรษร ชมชื่น รอง ผกก.ป.สภ.สาคู, เจ้าหน้าที่งานป้องกันและกู้ชีพ อบต.สาคู เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดหาดในทอน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ร่วมกันเปิดศูนย์ค้นหาผู้สูญหายบริเวณหาดในทอน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 เวลาประมาณ 18.30 น. เกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อ นามสกุล และสัญชาติ ลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดในทอน หมู่ 4 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อนถูกคลื่นทะเลซัดออกไปกลางทะเล ท่ามกลางคลื่นลมแรงและคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

โดยเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำหาดในทอนพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพทะเลไม่อำนวย ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวจมหายไปในทะเล

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาในบริเวณโดยรอบ แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย และได้ยุติการค้นหาเป็นการชั่วคราวเมื่อเวลา19.00 น. ก่อนวางแผนค้นหาต่อเนื่อง

โดย หาดในทอน วันนี้ มีคลื่นลมแรงมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกค้นหาทางน้ำได้ จึงต้องปักหลักค้นหาบนฝั่ง โดยเน้นตรวจสอบบริเวณโขดหินและแนวชายหาดเป็นหลัก

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณลานจอดรถของหาดในทอน พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กธ 4336 เชียงราย คาดว่าเป็นรถของผู้สูญหาย จึงนำรถคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.สาคู เพื่อตรวจสอบและติดตามหาญาติของผู้สูญหาย

นายพงศ์พิทักษ์ ประทีป ณ ถลาง อายุ 18 ปี เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำหาดในทอน ผู้พบเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 18.30-18.40 น. ขณะตระเวนไล่ปิดพื้นที่ชายหาด ตั้งแต่บริเวณสะพานไม้ในทอนไปจนถึงสวนสาธารณะ พบมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยืนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุประมาณ 5-10 คน แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นคนกำลังจมน้ำ

ต่อมา ตนสังเกตเห็นชายคนหนึ่งติดอยู่บริเวณแนวคลื่นด้านนอกทะเล ซึ่งเป็นช่วงน้ำลงและมีกระแสน้ำแรง จึงรีบวิ่งไปนำอุปกรณ์ฟินเพื่อเข้าช่วยเหลือ

แต่เมื่อกลับมาถึงจุดดังกล่าว ชายคนดังกล่าวได้หายไปแล้ว คาดว่าถูกคลื่นซัดและกระแสน้ำพัดออกนอกฝั่ง บริเวณดังกล่าวเป็นลักษณะกระแสน้ำวน หากว่ายน้ำไม่แข็งจะถูกพัดออกทะเลได้ง่าย

จากการสังเกต ผู้สูญหายเป็นชายไทย อายุประมาณ 20 ปี เดินทางมาคนเดียว โดยก่อนเกิดเหตุ ทางไลฟ์การ์ดได้มีการปักธงแดงตลอดแนว เป็น สัญลักษณ์เตือนห้ามลงเล่นน้ำมาตั้งแต่ช่วงเช้า

และในเวลา ประมาณ18.00 น. ยังได้เดินแจ้งเตือนและเคลียร์นักท่องเที่ยวไม่ให้ลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงมรสุม คลื่นลมแรง และเข้าสู่หน้าพายุ ซึ่งตามปกติทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำอยู่แล้ว

โดย ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียวมีเหตุลักษณะเดียวกันถึง 2 เหตุการณ์ แต่สามารถช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งได้ทัน พร้อมฝากเตือนนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไร้ปาฏิหาริย์! พบร่างน้องแมน นักศึกษาปี 4 กระโดดสะพานแม่น้ำน่าน จมหาย 4 วัน

จากเหตุการณ์นักศึกษาปี 4 มหาวิทยาลัยนเรศวร กระโดดสะพานนเรศวรอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกลงสู่แม่น้ำน่าน เมื่อเวลา 04.00 น ของวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทั้งกู้ภัยข่าวภาค

พบแล้ว นักท่องเที่ยวชาวจีน คลื่นซัดจมน้ำดับที่หาดกะรน

พ.ต.อ.คุณเดช ณ หนองคาย ผกก.สภ.กะรน กล่าวว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนจมน้ำสูญหายที่หาดกะรนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 19:30 น. ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เทศบาลตำบลกะรน เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด ฝ่ายปกครอง

พบแล้ว ร่างลูกเรือประมงพลัดตกน้ำใกล้เกาะมุก ไต๋เรือนำศพกลับขึ้นฝั่งที่ภูเก็ต

น.อ.พิเชษฐ์ ซองตัน ผอ.กองสารนิเทศ และโฆษก ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล.ภาค3) เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 09.43 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกภูเก็ตได้รับแจ้งจาก เรือ พิชัยสมุทร 9 ประเภท อวนลากคู่

พบแล้ว ร่างเด็กวัย 17 ลงเล่นน้ำถูกคลื่นกลืนหายในทะเลชุมพร แม่-ญาติรอนาน 3 วัน

จากกรณี นายปรมี อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 กลับจากทำกิจกรรมที่โรงเรียนในตัวเมืองชุมพร แล้วช่วงบ่ายเลิกกิจกรรมออกจากโรงเรียนกลับบ้าน แล้วรถยนต์กระบะมิตซูบิชิตอนครึ่งสีขาว ไปเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนๆที่สะพานท่าเทียบเรือสะพลี หมู่ 5 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร แล้วถูกคลื่นลมที่กรรโชกแรงซัดจ

ลืออาถรรพ์! คนงานก่อสร้างโบสถ์ โดดสระน้ำจมดับต่อหน้าเพื่อน พบศพอยู่ติดเสาเอก

ร.ต.ท.สุระชัย ไพเราะ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีช่างก่อสร้างโบสถ์กลางน้ำในวัดศรีบุญเรือง บ้านนาดี หมู่ 5 ต.หนองย่างชิ้น อ.เรณูนคร จ.นครพนม จมน้ำสูญหายในสระน้ำดังกล่าว จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลเรณูนคร รวมถึงทีมประดาน้ำจากสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม