พฤหัสบดีนี้แล้ว 28 พ.ค.จะเป็นวันแรกสำหรับการรับสมัครผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยจะรับสมัคร 28 พ.ค.-1 มิ.ย. ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) และเลือกตั้งอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.
ทำให้ช่วงนี้บุคคลที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และกลุ่มอิสระที่จะส่งคนลงสมัคร สก. รวมถึงผู้สมัคร สก.ที่ไม่ทั้งสังกัดพรรคการเมืองและไม่สังกัดกลุ่มการเมืองใดๆ จึงเร่งทยอยเปิดตัวเปิดหน้ากันในช่วงโค้งสุดท้าย
อย่างช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่โรงงานยาสูบ “กลุ่มคนทำงาน” ที่มี ดวงฤทธิ์ เบญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นหัวหน้าทีม ก็เปิดตัวผู้สมัคร สก.ของกลุ่มที่สุดท้าย ส่งลงทั้งสิ้น 27 คน จากเดิมเปิดหัวไว้ว่าจะส่งลง 33 คน
โดยในวันเปิดตัว ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ถือเป็นกุนซือใหญ่ของชัชชาติ ไปร่วมปรากฏตัว ภาพเลยยิ่งชัดว่า อดีตทีมชัชชาติที่ศาลา กทม.เสาชิงช้า กับกลุ่มคนทำงาน มีเงาของชัชชาติทาบทับตรงกลาง แม้ทั้ง 2 ฝ่ายจะพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์ดังกล่าว
และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือที่คนมักเรียกกันว่า หม่อมกร” อดีตนักเคลื่อนไหวอิสระเรื่องพลังงาน-อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวเปิดตัวและโชว์วิสัยทัศน์การบริหารกรุงเทพฯ ที่สมาคมธรรมศาสตร์ โดยชูนโยบาย “พลิกโฉมกรุงเทพฯ ด้วย “มืออาชีพตัวจริง” ที่พร้อมทำงานเพื่อส่วนรวม ที่ในงานก็มีบุคคลในแวดวงการเมือง-นักเคลื่อนไหว ที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับหม่อมกรมาร่วมปรากฏตัว เช่น ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรฯ จากบ้านพระอาทิตย์, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.กระทรวงการคลัง ที่เคยอยู่พลังประชารัฐด้วยกัน หลังก่อนหน้านี้มีการสื่อสารออกมาว่า บางคนจะเข้ามาช่วยงานด้วย หากหม่อมกรได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. เช่น ธีระชัยจะเป็นประธานที่ปรึกษาด้านการเงินการคลัง ปานเทพเป็นประธานที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขและสังคม
สำหรับวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข-อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์” จะแถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ ที่ร้านเตี๋ยวในสวน ปากซอยระนอง 2 ถนนระนอง 2 เขตดุสิต ซึ่งเป็นร้านของก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อนสนิทกับ ดร.มัลลิกา เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
ซึ่งหลังการรับสมัคร-ได้เบอร์กันเสร็จสิ้น การหาเสียงทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก.ทั้ง 50 เขต คงทำให้การเมืองในพื้นที่ กทม.คึกคักขึ้นมาพอสมควร แม้จะพบว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ดูจะเชื่อตรงกันว่า “ชัชชาติ” จะรักษาเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ไว้ได้อีก 1 สมัย ทำให้คน กทม.ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าใดนักกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.รอบนี้ ซึ่งแตกต่างจากตอนปี 2565 ค่อนข้างเยอะ
เพราะรอบนั้นคน กทม.สนใจเยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด ที่ก็เกิดจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ คนกรุงเทพฯ เกิดอาการอึดอัด เนื่องจากไม่ได้เลือกผู้ว่าฯ กทม.มาหลายปี เพราะเลือกครั้งสุดท้ายตอนปี 2556 ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จนสุดท้ายถูกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ปลดจากตำแหน่ง แล้วตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จากรองผู้ว่าฯ กทม.มาเป็นผู้ว่าฯ กทม.แทน โดย พล.ต.อ.อัศวินเป็นผู้ว่าฯ ยาวนานถึง 5 ปี 5 เดือน จนคนกรุงเทพฯ เบื่อหน่าย ทำให้รวมเวลาแล้วคนกรุงเทพฯ ไม่ได้เลือกผู้ว่าฯ กทม.ตอนนั้นยาวร่วม 9 ปี พอมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 คนกรุงเทพฯ จึงให้ความสนใจอย่างมาก พากันตบเท้าออกไปเลือกตั้งกันคับคั่ง จนชัชชาติได้คะแนนไปร่วม 1 ล้าน 3 แสนคะแนน ซึ่งแตกต่างจากครั้งนี้ ที่กระแสความตื่นตัวของคนกรุงเทพฯ ลดลงจากเมื่อปี 2565 อย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งคู่เทียบ-คู่ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาสู้กับชัชชาติ ก็พบว่ายังหาคู่เทียบแบบสมน้ำสมเนื้อไม่ได้ ที่ประกาศเปิดตัวกันออกมา ทั้งในนามพรรคการเมืองและอิสระ บางคนก็ถูกมองว่าเป็นแค่สีสันทางการเมือง เพราะบางคนลงสมัครทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางชนะ แต่อยากสร้างพื้นที่-หาแสงให้ตัวเอง ได้เป็นที่สนใจของสื่อและประชาชน จะได้อัพเลเวลทางการเมืองในโอกาสต่อไป!!!
ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการเผยผลสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,179 คน สำรวจ ระหว่าง 19-22 พ.ค.69
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามว่า คนกรุงเทพฯ อยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป อันดับ 1 ชัชชาติ 57.68% ตามด้วย ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน 17.90% อันดับ 3 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล อดีต สก. 4.75% อันดับ 4 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 2.70% อันดับ 5 อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ 1.87% อันดับ 6 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 1.53% และยังไม่ตัดสินใจ 13.57%
อันเป็นผลสำรวจที่หลายคนไม่แปลกใจกับการที่ชัชชาตินำโด่ง ทิ้งห่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชนแบบไม่เห็นฝุ่น ส่วนคนอื่นๆ ที่ติดอันดับต้นๆ เช่น ดร.โจ้ คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ลูกชายซินแสชื่อดัง ภาณุวัฒน์ ดูแล้วคงเป็นความคุ้นชินชื่อ แต่พอเข้าโหมดหาเสียงจริงจัง ชื่ออื่นคงแซงขึ้นมา
แต่ในส่วนของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ และพรรคประชาชน ถึงตอนนี้คงเห็นแล้วว่า นับจากเปิดตัว ดร.โจอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ผ่านไป 3 สัปดาห์ เห็นได้ชัดว่า “ไม่ปัง ไม่มีกระแสตอบรับ ไม่มีเสียงขานรับจากคน กทม.เท่าใดนัก”
แม้พรรคประชาชนจะพยายามทั้งเข็น ทั้งแบก ทั้งปั่นกระแสอย่างหนัก เพื่อสร้างเรตติ้งคะแนนนิยมให้ชัยวัฒน์ แต่ก็อย่างที่เห็นกัน ยังปั่นไม่ขึ้น คนส่วนใหญ่ยังจำไม่ได้ว่าพรรคส้มส่งใคร และไม่รู้ว่า ดร.ชัยวัฒน์คือใครมาจากไหน มีดีอะไรถึงอาสามาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขณะเดียวกันนโยบายบริหาร กทม.ของชัยวัฒน์และพรรคประชาชนที่ขับเคลื่อนออกมาก็แป๊กสนิท ไม่มีเสียงขานรับให้คนพูดถึง พบเสียงวิจารณ์ที่ออกมาคือมองว่าไม่มีจุดขายใหม่ๆ ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ร้องว้าวว่าเด็ด จนคิดจะไปเลือกชัยวัฒน์ ไม่เลือกชัชชาติ หรือคนอื่น
อย่างไรก็ตาม ชัยวัฒน์-พรรคประชาชน ยังเหลือเวลาอีกเดือนเศษ ในการวิ่งไล่กวดชัชชาติ โดยต้องมีไม้เด็ดจริงๆ ในการหาเสียง เพื่อทำให้คนกรุงเทพฯ สนใจและเลือก ซึ่งหากไม่มีอะไรเด็ดๆ หรือมีจุดพลิกถูกโยนออกมา พรรคประชาชนรอวันแพ้ได้เลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จัดอีเวนต์ปราบโกง-ผู้มีอิทธิพล ระวัง'รู้จักประชาชนน้อยไป'
การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยเป็นปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อมั่นทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กำลังลุกลามกัดกินประเทศไทยให้อ่อนแอและอาจล่มสลายลงได้
ผุด‘คตท.’ปราบคอร์รัปชัน แค่แก้เกี้ยวหรือทำได้จริง?
“นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ติดแอ็กชันแก้คอร์รัปชันทันที หลังผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
ภท.เปิดรุกแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับคุมเกม-หักเหลี่ยมส้ม
ภายหลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยมีตัวเลขในมือราว 192 เสียง ประกอบกับ สว.สีน้ำเงินประมาณ 140 เสียง ที่มองว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน จึงถือโอกาสพลิกเกม เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงประชามติ 21.6 ล้านเสียงทันที
เดินหน้าไม่มีถอย ไทยช่วยไทยพลัส “ปกรณ์”คุมเกมสู้คดีศาลรธน.
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กางแผนตั้งรับ-สู้คดี “พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท”ออกมาทันที หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติรับคำร้องกรณีที่สส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อเสนอให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาล ออก”พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท”ไม่เข้าข่าย รัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1หรือไม่
4 ปีชัชชาติ อาจมีแผลถลอก แต่ยังไม่สันหลังหวะ
จันทร์นี้ 18 พ.ค. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ
ภารกิจ 'ทักษิณ' หลังพ้นคุก สงบศึกหรือขัดแย้งรอบใหม่
การกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ที่ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังถูกคุมขังจำนวน 243 วัน หรือราว 8 เดือน หลายคนประเมินกำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของสมการการเมืองไทย ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจร้อนแรงและอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

