
ถือเอาวันสุก-ดิบทางการเมือง ขีดเส้นให้นักการเมืองตัดสินใจย้ายค่าย ย้ายพรรค หาก บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เกิดของขึ้นมาจริงๆ ตัดสินใจ ลากรัฐบาล ความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลไม่สู้ดีนัก สภาพในรัฐสภา 3 วันหนี 4 วันล่ม ไปจนครบเทอมเอาในวันที่ 23 มีนาคม
ไทม์ไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้ง 7 พ.ค. นักการเมืองต้องสังกัดพรรคใดพรรคหนึ่งที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 90 วัน พรรคจะเปิดตัววันไหนไม่สำคัญ แต่นักการเมืองสังกัดพรรค หลังจาก 8 ก.พ.ไม่ได้เด็ดขาด ในเงื่อนไขรัฐบาลอยู่ครบวาระ แต่ถ้าหากเป็นไปตามที่กองแช่งวิเคราะห์ ประยุทธ์ตัดสินใจยุบสภาฯ แม้เพียง 2 วันก่อนครบวาระ ยังมีเวลาย้ายค่าย ย้ายพรรค สังกัดเพียง 30 วัน ขณะที่การเลือกตั้ง หากยุบสภาฯ จะจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ถือว่าเหลือๆ สำหรับนักการเมือง
แต่เพื่อความอุ่นใจ เอาชัวร์ หลายคนจึงต้องเร่งตัดสินใจสังกัดพรรคก่อน 8 ก.พ.เป็นดีที่สุด
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว กลุ่มบ้านใหญ่เมืองชล นำทีมโดย เสี่ยแป๊ะ-สนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมชลบุรี หอบหิ้วสมาชิกเมืองชลย้ายมาซบพรรคเพื่อไทย 12 คน แบ่งเป็นผู้ซึ่งประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งระบบเขต 10 คน ระบบบัญชีรายชื่ออีก 2 คน
1.นายสนธยา คุณปลื้ม 2.นางสุกุมล คุณปลื้ม 3.น.ส.สุภีพันธุ์ หอมหวล 4.นายฉัตรชัย อั้งลิ้ม 5.นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ 6.นายแมน อินทร์พิทักษ์ 7.นายเชาวลิตร แสงอุทัย 8.นายพนธกร ใคร่ครวญ 9.นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ 10.นายเดชา จันทร์เล็ก 11.นายสงกรานต์ ภาชนะ 12.นายชาญยุทธ เฮงตระกูล
ไล่เรียงดูประวัติย้อนหลัง มีทั้ง ทายาทนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้มีประสบการณ์การเมืองระดับท้องถิ่น ระดับชาติ อดีตข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้กว้างขวาง ตบเท้ามากันครบถ้วน
พรรคเพื่อไทยอุบไต๋ ไม่ยอมเปิดผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งชลบุรีมานาน มาเปิดเอาในล็อตเกือบจะสุดท้าย ทอดเวลาเจรจา รอคอย จนมั่นใจ บ้านใหญ่-สนธยา เลือกมาปักหมุดหมายเพื่อไทยมาแน่ เลยเปิดตัวแสดงความพร้อมทันควัน แม้การเปิดตัวครั้งนี้จะสร้างความผิดหวัง กลุ่มคนรุ่นใหม่เมืองชลบุรีที่ลงพื้นที่ทำพื้นที่ในนามเพื่อไทยมานาน กลับไม่ได้รับการพิจารณา ตัดพ้อเล็กๆ ในโลกออนไลน์
หลังจากได้บ้านใหญ่เมืองชล สนธยายกขุนพลกว่า 10 ชีวิต มาร่วมงานพรรคเพื่อไทย ยิ่งทำให้มั่นใจในหมุดหมายเพื่อไทยแลนด์สไลด์อย่างแน่นอน หนึ่งในสาเหตุการย้ายพรรคของทีมสนธยา อย่างที่รู้กันดี การเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า บ้านใหญ่วางเดิมพันไว้สูงมาก จะเสียพื้นที่อย่างที่ไม่ควรจะเสีย เหมือนการเลือกตั้ง 2562 ไม่ได้อีกเด็ดขาด
‘……นโยบายที่พรรคประกาศออกมา รับฟังจากประชาชน มีนโยบายครอบคลุมทุกความต้องการของประชาชน’
'..….จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่บ้านใหญ่อยู่แล้ว ด้วยผลงานของทีมชลบุรีช่วงที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่าการจะทวงคืนนั้น เป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะเดิมก็เป็นพื้นที่ของเรา ครั้งนี้ก็เช่นกันทีมชลบุรีจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้ง 10 เขต’
สนธยา แจกแจงสาเหตุการย้าย เพราะนโยบายและความมั่นใจในสนามชลบุรี ระยะหลังถูกลูบคม กลุ่มบ้านใหม่ เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ถึงจะมีจุดเริ่มทางการเมืองเหมือนกัน ในเมื่ออยากใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา ต้องไปสร้าง เส้นทางสายใหม่ ขอเติบโตทางการเมืองของตัวเอง
เรื่องราวระหว่างบรรทัด หักเหลี่ยมเฉือนคม กลายเป็นแรงแค้น คนโน้นเป็นอย่างโน้น คนนี้เป็นอย่างนี้ สาดสีทางวาทกรรม เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครรู้ดีไปกว่านักการเมืองท้องถิ่นและคนเมืองชล ไล่เรียงจากคำพูดในอดีต มาจนถึงวันนี้ เรื่องที่เคยพูด เคยแสดง เวลาผ่านไป เป็นไปอย่างที่พูดเอาไว้หรือไม่ ใครของจริง ใครของปลอม ใครโกหก พกลม เชื่อได้ว่าคนท้องถิ่นรู้ดีที่สุด
เรื่องของนอกสนามการเมืองก็ว่ากันไป แต่เรื่องในสนามการเมืองยังต้องสู้รบปรบมือกันอีกยก พี่น้องประชาชนจะให้ความไว้วางใจบ้านใหญ่ หรือบ้านใหม่ หรือจะมีพรรคใดหยิบชิ้นปลามันไปครอง เอาไว้รอพิสูจน์กันในสนามเลือกตั้ง จะเป็นคนให้คำตอบ
บ้านใหญ่เมืองชลเดิมพันสูง นอกจากแพ้ไม่ได้ จับทิศทางลม ณ วันนี้ โพลภายในเทกระแสไปยังเพื่อไทย คะแนนนิยมดีกว่าพรรคทั้งหลายที่สำรวจออกมา ทั้งนโยบาย พรรคการเมือง และผู้นำพรรค โพลภายในพุ่งเป้าชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านการพิสูจน์ความแม่นยำมาตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับชาติ
การย้ายเข้าพรรคเพื่อไทยผ่านการ วิเคราะห์ มองปรากฏการณ์ทั้งในสนาม นอกสนาม กระแสประชาชน แรงตอบรับ เสียงคัดค้าน บวกลบคูณหารทางการเมือง ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน จึงเปิดตัวในล็อตสุดท้าย หลังการมาเปิดตัว แกนนำเพื่อไทยจะกระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษ เมืองชลบุรีทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง ประกาศปักหมุดแลนด์สไลด์ทันที
พรรคพลังชลที่เคยเป็นป้อมค่าย ฐานและขุมกำลังทางการเมืองเมืองชล ของกลุ่มบ้านใหญ่มาก่อน เพิ่งจัดการ รีแบรนดิ้งพรรค เปลี่ยนชื่อเป็น พลังบูรพา และดูทีท่ายังไม่วางเมืองทางการเมือง ปักหมุดจะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน
ว่ากันว่า ส.ส.ชลบุรีส่วนใหญ่ สถานภาพสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ความสัมพันธ์โดยลึกกลับแนบแน่น กลุ่มบ้านใหญ่ตราบใดยังไม่มีการยุบสภาฯ ผู้สมัครยังไม่ได้ยื่นใบสมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง ในทางการเมือง บรรดานักการเมืองต่างรู้กันดี อะไรก็เกิดขึ้นได้
การเมืองว่าด้วยการทวงคืนอำนาจ มีศึกศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน เพื่อหนทางบรรลุเป้าหมายเกมการเมือง บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นก็ได้!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กธ.ปรับขบวนทัพ รับสถานการณ์ 'ธรรมนัส' ค้าน ‘ไม่แค้น’
‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น
ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า
หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่
‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’
มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน

