จากนี้ “สภาผู้แทนราษฎร” ขับเคลื่อนงานเต็มที่!!! เพราะวันนี้ “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้าพิธีสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น “ผู้นำฝ่ายค้านในสภา” อย่างเป็นทางการ
เป็นอันว่าหลังจากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แล้ว เพราะตั้งแต่ที่มีสภามายังไม่มีการประชุมวิปฝ่ายค้านแม้แต่ครั้งเดียว เรียกว่าเป็นช่วงปล่อยว่างของฝ่ายค้านก็ได้ จึงอาจทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านทั้งหลายต่างคนต่างทำหน้าที่ตรวจสอบ ยังไม่เป็นทิศทางเดียวกัน
บันทึกไว้อย่างเป็นทางการ “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธานวิปฝ่ายค้าน นับจากนี้คงต้องจับตาการทำงานของฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการตรวจสอบการทำงานและนโยบายของรัฐบาล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ว่า “ไม่ค้านจริง”!!
ที่พูดกันให้ทั่วทั้งบางก็มีประเด็น “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษชายที่ไม่ได้นอนคุกจริงแม้แต่วันเดียว แต่ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากป่วย ซึ่งไม่มีใครทราบว่าป่วยจริงหรือป่วยการเมือง และวันนี้คือวันที่เข้าเกณฑ์ให้พักโทษตามประกาศกรมราชทัณฑ์
แต่พฤติกรรมของฝ่ายค้านครั้งนี้น่าแปลกใจ โดยเฉพาะอย่างพรรคก้าวไกลกว่าจะเปิดปากพูดได้เล่นเอาหืดขึ้นคอ จนเกิดข่าวลือไปทั่วว่า อาจเพราะมีดีลแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างอยู่ เช่น การให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยกมือผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ เป็นต้น
ขณะที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ก็พอจะมีความเคลื่อนไหวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นแบบขอไปที “ชัยชนะ เดชเดโช” รองหัวหน้าพรรค และ สส.นครศรีฯ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ต้องมองเป็นกลางว่าเรื่องนี้เอื้อให้นายทักษิณไม่ได้ เพราะกฎระเบียบออกเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2563 จากนั้นมีการแก้ไขระเบียบลดโทษ 1 ใน 3 เมื่อปี 64 แต่ระเบียบประกาศใช้ในปี 66 ดังนั้นหากมองว่าการทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อนักโทษคนใดคนหนึ่งเมื่อปี 63 ก็ไม่จริง เพราะไม่มีใครทราบว่านายทักษิณจะกลับมามอบตัวในปี 66 แต่การออกระเบียบดังกล่าวเป็นการมองถ้าใครเข้าไปในคุกแล้วกลับตัวได้เร็ว อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการดูแลก็สามารถออกมาติดคุกด้านนอกได้
อ้อ! อีกพรรคฝ่ายค้านหนึ่งที่เงียบกริบคือ “พรรคไทยสร้างไทย” อาการร่อแร่พอกันกับ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ไม่กล้าซัดรัฐบาลเต็มข้อ เพราะกำลังหวังน้ำบ่อหน้า ลุ้นปรับ ครม.รอเสียบร่วมรัฐบาล ฉะนั้น รัฐบาลทำงานสบายๆ เนื่องจากฝ่ายค้านออกแรง
กลับมาที่ตารางการทำงานการประชุมสภา ที่มีฝ่ายค้านอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ในวันพุธที่ 20 ธ.ค.จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 พ.ศ....และร่าง พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ....
ส่วนวันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค.จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่ ครม.เสนอ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ในทำนองเดียวอีก 2 ฉบับ ที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับคณะ และภาคประชาชน นำโดย น.ส.อรรณว์ ชุมาพร กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 11,611 คน เป็นผู้เสนอ โดยเนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมทั้งหมด ทั้งนี้ ฝ่ายค้านมีทิศทางจะลงมติเห็นชอบในหลักการ
ทว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.... ล่าสุด ทาง ครม.ยังไม่ส่งมา ฝ่ายค้านจึงมีการพูดคุยให้ทางรัฐสภาเร่งรัดไป ไม่เช่นนั้นจะอ่านข้อมูลไม่ทัน โดยรัฐบาลวางกำหนดการต้องการให้สภาพิจารณาวาระแรก ในวันที่ 3-4 ม.ค.67 แต่ฝ่ายค้านต้องการขอเวลาอ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก จึงอยากให้เลื่อนการประชุมสภาออกไป เพื่อพิจารณาวาระนี้ในวันที่ 10-12 ม.ค.แทน
“ชัยธวัช” ให้ความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า ขณะนี้รัฐบาลดูเหมือนจะยังไม่มีการกำหนดวันที่เป็นทางการ แต่มีการส่งสัญญาณมาว่า จะมีการเริ่มพิจารณาในวันที่ 3-4 มกรา 67 ในฐานะฝ่ายค้านเห็นว่าอย่างน้อยควรจะขยับเวลาออกไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะกว่าจะได้เอกสารและข้อมูลต่างๆ ช้ามาก ดังนั้นควรมีระยะเวลาเพื่อให้ประชาชนและพรรคฝ่ายค้านได้มีเวลาดูเอกสารต่างๆ มากที่สุด ถ้าจัดเวลาแบบนี้หมายความว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้ตรวจสอบ พ.ร.บ.งบฯ อย่างเต็มที่ ดังนั้นถ้ารัฐบาลไม่ได้กังวลเรื่องการถูกตรวจสอบอะไร ก็ควรมีระยะเวลาให้พรรคร่วมฝ่ายค้านและประชาชนได้เห็นข้อมูลงบฯ ที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ถ้าเปิดปีใหม่แล้วพิจารณาเลย อาจจะส่อเจตนาว่า ไม่อยากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบหรือไม่ หวังว่ารัฐบาลจะเปิดกว้าง และไม่กังวลเรื่องการถูกตรวจสอบ
จากนี้ต่อไปต้องจับตา “ฝ่ายค้าน” ค้านจริงหรือค้านลวง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน
'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'
'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว
'โครงสร้างเก่า-คนใหม่' บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย
การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น“วัฏจักร” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภาครัฐพยายามใช้ทุกสูตรในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสมบูรณ์
ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว
เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

