ทักษิณ ชินวัตร กลับมาใช้ชีวิตที่ คฤหาสน์บ้านพักจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัลสนิทวงศ์ 69 นับถึงวันจันทร์ที่ 19 ก.พ.ก็เป็นวันที่ 2 แล้ว
หลังออกจาก รพ.ตำรวจ ที่ไปอยู่มา 180 วัน แต่ครั้นพอได้รับการพักโทษ ที่ครบตามกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง คือประมาณ 06.09 น. ทักษิณก็ถือฤกษ์งามยามดี นั่งขบวนรถวีไอพี ที่มี อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั่งเคียงข้าง แล่นออกจาก รพ.ตำรวจ โดยสวมเฝือกคอ-เฝือกแขน ใส่เสื้อลายสีเขียว ที่เป็นสีมงคลประจำวันอาทิตย์ของปี 2567 กลับเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากห่างหายไปนานร่วม 17 ปี เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว "ชินวัตร" ตลอดทั้งวัน
จุดที่ต้องติดตามในทางการเมืองต่อจากนี้ก็คือ แม้ที่ผ่านมาทักษิณจะมีบทบาททางการเมืองสูงมาตลอด นับแต่อยู่ต่างประเทศหลังรัฐประหาร คมช.เมื่อปี 2549 และตอนช่วงหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่สิงหาคม 2551 โดยบทบาทของทักษิณก็คือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง รวมถึงผู้จัดการรัฐบาลมาตลอด ทั้งในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมาถึงยุคปัจจุบัน เศรษฐา ทวีสิน
ตัวทักษิณ คอยบัญชาการ-กำหนดการเดินหมากทุกอย่างทางการเมืองในพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเพื่อไทย
และตอนที่นอนอยู่ รพ.ตำรวจ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ทักษิณก็บัญชาการการเดินเกมตั้งรัฐบาลเพื่อไทยทุกอย่างผ่าน ดีลลับ ข้อแลกเปลี่ยนหลายอย่าง เพื่อสกัด พรรคก้าวไกล ไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ จนยอมเสี่ยงที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียคะแนนนิยมทางการเมือง ด้วยการไปจับมือกับพรรคสองลุง พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ จนตั้งรัฐบาลเพื่อไทยได้สำเร็จ
และมาตอนนี้ทักษิณมีอิสรภาพมากขึ้น และมาปักหลักบัญชาการทางการเมืองได้เต็มที่กว่าในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานะ-การยอมรับในตัวเศรษฐาจากลูกพรรคเพื่อไทย รวมถึงแม้แต่ระดับแกนนำรัฐบาล-สส.รัฐบาล ก็ยังมองเศรษฐาด้วยสายตาแบบไม่ยอมรับเต็มร้อย ยังมีเสียงค่อนขอดทำนอง ก็แค่ นายกฯ หุ่นเชิด
จึงทำให้แม้ช่วงที่ผ่านมา เศรษฐาจะพยายามปรับตัวทางการเมืองด้วยการเข้าหา สส.เพื่อไทยมากขึ้น
จนมีข่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐาพยายามเชื่อมสัมพันธ์กับ สส.กลุ่มต่างๆ แบบรายภาค โดยเฉพาะพวก สส.ที่ไม่ได้สังกัดกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษ ตลอดจนคนที่มีอิทธิพลทางความคิดในพรรคเพื่อไทย เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่สนิทกันมากช่วงเดินสายหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 เพราะเศรษฐาก็ต้องการสร้างบารมีในพรรคเพื่อไทย จะได้เป็นฐานการเมืองให้กับตัวเอง ว่าไม่ใช่พวก ขาลอย-นกไม่มีขน คนไม่มีพวก
แต่ก็ยังมีกระแสข่าวว่า สส.เพื่อไทยส่วนใหญ่ แม้จะเริ่มเปิดรับในตัวเศรษฐามากขึ้น แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย หลายคนยังมองเศรษฐาเป็นนายกฯ หุ่นเชิด ไม่ได้ให้ราคาการเมืองอะไรมากนัก ทำให้บารมี-การยอมรับของ สส.เพื่อไทยที่มีต่อเศรษฐากระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่มาก
เรียกได้ว่า ห่างชั้นกับ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมากนัก
ซึ่งอาการแบบนี้ ก็เฉกเช่นเดียวกับแกนนำ-สส.พรรคร่วมรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวมาตลอดว่า ยังไม่ได้ให้การยอมรับในตัว เศรษฐา เพียงแต่หน้าฉากก็ต้องเล่นไปตามบท ว่าชื่นชม-สนับสนุนเศรษฐา เพื่อความอยู่รอดในการร่วมรัฐบาลนั่นเอง
และเมื่อมาถึงตอนนี้ “ทักษิณ” ผู้จัดการรัฐบาล-หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง คัมแบ็กกลับสู่การเมืองแบบเต็มตัว มันก็ทำให้ทักษิณสามารถวางแผนบัญชาการทางการเมืองได้เต็มที่ อยากพูดคุยกับใคร อยากสั่งงานใครในพรรคเพื่อไทยและในรัฐบาล แม้แต่กับเศรษฐาที่ทักษิณก็เรียกมาสั่งการ-อบรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้นที่ฝ่ายค้าน "พรรคก้าวไกล" บอกว่า การเมืองไทยหลังทักษิณได้รับการพักโทษ จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพ 1 ประเทศ 2 นายกฯ จึงเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่มโนทางการเมือง
ขณะเดียวกัน ผลจากการที่ทักษิณได้รับอภิสิทธิ์ชน ได้นอนอยู่ รพ.ตำรวจร่วม 6 เดือน โดยไม่ต้องอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว ท่ามกลางเสียงก่นด่า-ประณามจากผู้คนทั่วทุกสารทิศ ว่าเครือข่ายผู้ช่วยเหลือให้ทักษิณได้รับอภิสิทธิ์ชนดังกล่าว โดยเฉพาะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในกรมราชทัณฑ์-รพ.ตำรวจ ได้ทำให้ความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อ กระบวนการยุติธรรมไทย ล่มสลาย
แต่เรื่องนี้ดูไปแล้ว คนที่เกี่ยวข้องที่คอยช่วยเหลือทักษิณ แม้ช่วงนี้อาจหูชา เพราะต้องทนรับเสียงก่นด่าจากประชาชน แล้วก็คิดไปว่า รอไปอีกสักพักพอเรื่องเงียบ คนเริ่มลืมๆ กันไป แล้วก็คอยรอรับการปูนบำเหน็จที่จะตามมาหลังจากนี้ แต่ถึงตอนนี้คนที่เกี่ยวข้องดังกล่าวอาจต้องลุ้นว่าตัวเองจะโดนเอาผิด มีคดีความตามมาหรือไม่
หลังล่าสุดมีการเปิดเผยออกมาจาก นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เปิดเผยความคืบหน้า กรณีมีบุคคลจากกลุ่มต่างๆ ไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิดกรมราชทัณฑ์ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ กับพวกและฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง มีการช่วยเหลือทักษิณ โดยเปิดเผยไว้ว่า ป.ป.ช.รับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ทั้งกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร
“หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและมีการกระทำผิดกฎหมาย มีมูลความผิดจริง ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องมีการสั่งไต่สวน แล้วเชิญผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ลำดับแรก ต้องดูข้อกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ มติ ครม.เป็นหลักก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่วางเส้นไว้แล้วว่าอย่าฝ่าฝืน”
การตรวจสอบของ ป.ป.ช.คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะรู้ผล ว่าจะมีการชี้มูลความผิดคนที่เกี่ยวข้องตามมาหรือไม่ ซึ่งก็ไม่แน่ อาจจะรอดยกทีมก็ได้
เพราะข่าวว่า รอบนี้ทักษิณ-คนที่อยู่เบื้องหลังในการวางแผนการ วางแผนทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี
มีการให้ความมั่นใจกับคนที่คอยช่วยเหลือว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนเช็กบิล เพราะอุดทุกช่องโหว่ไว้หมดแล้ว เอาผิดไม่ได้แน่นอน
มันเลยทำให้คนที่เกี่ยวข้องเลยเอาไงเอากัน เพราะคิดว่าคุ้มที่จะเสี่ยงให้
จนสุดท้ายทักษิณสามารถทำตามที่เคยประกาศไว้ว่า จะกลับประเทศไทยอย่างเท่ๆ ไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว ได้สำเร็จ!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมทำลายเชื่อมั่น‘รัฐบาล’ รับมือสถานการณ์วิกฤต‘ติดลบ’
รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย น่าจะเป็นรัฐบาลที่เผชิญสถานการณ์วิกฤตมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง
ศาลรธน.ปิดคดีบัตรเลือกตั้ง กกต.ลุ้นหนัก ยกคำร้อง มติ-คำตัดสินออกสูตรไหน?
หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ประกาศให้วัน จันทร์ที่ 28 และอังคารที่ 29 กันยายน เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ อันเนื่องมาจากวิกฤตน้ำท่วม
จากความคับแค้น สู่การเปิดโปง อนุทิน-สีน้ำเงินพันฮั้วสว. เป้าใหญ่รอถล่มศึกซักฟอก
เริ่มโหมโรง-เรียกแขกกันแล้ว สำหรับ “ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ของพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชน
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

