วิบากกรรมบิ๊กโจ๊กคดีเว็บพนัน ทำเสี่ยงหลุดไลน์ชิงผบ.ตร.

ผลพวงคดีเว็บพนันออนไลน์-บัญชีม้า ที่ “บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.” ซึ่งมีข่าวอาจจะโดนเอาผิดไปด้วย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 รวมถึงความผิดเรื่องฟอกเงิน ตามแนวการสืบสวนสอบสวนขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ ของชุดพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.คุมทีม และมีการส่งสำนวนบางส่วนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยส่วนหนึ่ง

ซึ่งหากสุดท้าย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บิ๊กสีกากีคนดังแห่งยุค ถูกเอาผิดหรือถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าว นั่นย่อมทำให้  บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2574 และจะขึ้นมาเป็น พล.ต.อ.-รอง ผบ.ตร.ที่อาวุโสอันดับ 1 ทันทีในบัญชีอาวุโสบิ๊กสีกากี ในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี ซึ่งจะทำให้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะได้ลุ้นนั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.” คนใหม่ คนที่ 15 แทน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการเดือนกันยายนนี้ ก็เสี่ยงที่จะหมดลุ้นชิง ผบ.ตร.!

ด้วยแม้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะอาวุโสอันดับ 1 แต่หากมีชนักติดหลังเรื่องปัญหาคดีความ ยิ่งหากตกเป็นผู้ต้องหาหรือถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ย่อมทำให้เป็นเหตุผลที่ฝ่ายการเมืองในพรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะเอาชนักติดหลังดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการไม่เสนอชื่อ-ไม่ผลักดันให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ก็ได้

เพราะตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ ฉบับปัจจุบัน ก็ไม่ได้เขียนล็อกไว้ว่า การตั้ง ผบ.ตร.ต้องตั้ง พล.ต.อ.ที่เป็นรอง ผบ.ตร.หรือจเรตำรวจแห่งชาติที่อาวุโสอันดับ 1 เป็น ผบ.ตร. ก็เหมือนกับกรณีการตั้ง บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็น ผบ.ตร. เมื่อปี 2566 ทั้งที่อาวุโสน้อยกว่าแคนดิเดตคนอื่นๆ แต่เมื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ได้แรงหนุนจากฝ่ายการเมืองในรัฐบาลเพื่อไทย ก็ทำให้ ขึ้นสู่เก้าอี้ ผบ.ตร.ได้แบบม้วนเดียวจบ 

จึงต้องรอดูว่า สุดท้ายการสืบสวนสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ ในประเด็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผลประโยชน์จากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ในคดีที่ลากโยงไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กับตำรวจในทีมรวม 5 คน ที่มีข่าวว่ามีการแกะรอยเส้นทางการเงินต่างๆ สุดท้ายผลทางคดีจะมีการสรุปให้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่ม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์หรือไม่ และเส้นทางคดี จะไปถึงอัยการ-ศาล หรือ ป.ป.ช.มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนในช่วงก่อนการแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กสีกากีช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนหรือไม่

ซึ่งหากมีการดำเนินคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กับพวก หรือหากหนักกว่านั้น มีการย้ายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติชั่วคราว โดยให้ไปอยู่หน่วยอื่น เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี หรือมีการพักราชการไว้ก่อน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ถ้าหากเกิดกรณีแบบนี้ ก็ทำให้ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชื่อจะหลุดจากไลน์แคนดิเดตชิง ผบ.ตร.ปีนี้แน่นอน

และทำให้บิ๊กสีกากีคนอื่นๆ มีสิทธิ์ลุ้นมากขึ้นที่จะมาเป็น ผบ.ตร. หากบิ๊กโจ๊กกระเด็นหลุดจากไลน์ชิง ผบ.ตร. โดยชื่ออื่นที่มีสิทธิ์ลุ้นแทนก็มีหลายคน อาทิ บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่นที่ 41 ที่เกษียณ 2569 อาวุโสอันดับ 2 รองจากบิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 39 เกษียณ 2568 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เกษียณปี 2569

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังชื่อของ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร.นรต.รุ่น 39 ที่อาวุโสอันดับ 1 ในกลุ่ม ผช.ผบ.ตร. เริ่มถูกพูดถึงว่าจะขึ้นมาเป็นตัวสอดแทรก เพราะเมื่อ พล.ต.อ.รอยข้ามห้วยไปเป็นเลขาธิการ สมช.อย่างเป็นทางการ ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรอโปรดเกล้าฯ ก็จะทำให้ต้องดัน ผช.ผบ.ตร.ขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.รอย ซึ่งก็ทำให้ พล.ต.ท.ประจวบจะได้ขึ้นโดยอัตโนมัติในฐานะอาวุโสอันดับ 1 และเมื่อขึ้นไปเป็นรอง ผบ.ตร.แล้ว ก็ทำให้มีสิทธิ์ลุ้นชิง ผบ.ตร.ในเดือนกันยายนนี้ได้เช่นกัน แม้ต่อให้จะเพิ่งติดยศ "พล.ต.อ.-รอง ผบ.ตร." ได้แค่ไม่กี่เดือน

ท่ามกลางข่าวที่ว่าชื่อของ พล.ต.ท.ประจวบมาแรง เพราะได้แรงหนุนจาก จันทร์ส่องหล้า-ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยคุ้นเคยรู้จักกันดีมาก่อนหน้านี้ ในฐานะคนเหนือด้วยกัน เพราะ พล.ต.ท.ประจวบที่เป็นคนแพร่ และเติบโตในเส้นทางราชการในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือมาตลอด จนขึ้นมาเป็น ผบช.ตำรวจภูธรภาค 5 และมาเป็น ผช.ผบ.ตร. จึงทำให้รู้จักสนิทกับนักการเมืองเพื่อไทยหลายคน รวมถึงเครือข่ายบ้านจันทร์ส่องหล้า

 อีกทั้งในช่วงที่ทักษิณเดินทางกลับไทย เมื่อ 22 สิงหาคม 2566 พล.ต.ท.ประจวบก็คือคนที่รับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัย ความเรียบร้อยให้ทุกอย่าง ตั้งแต่ทักษิณลงจากเครื่องบินไปจนถึงถูกส่งไป รพ.ตำรวจ ในคืนวันที่ 22 ส.ค.2566 จนเป็นที่ประทับใจของคนในเครือข่าย ชินวัตร-จันทร์ส่องหล้า อย่างมาก

จึงทำให้ชื่อของ พล.ต.ท.ประจวบ ก่อนหน้านี้มาแรงมาก จนมีข่าวจะได้แรงหนุนแบบฟาสต์แทร็ก ขึ้นไปเป็น ผบ.ตร.กันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวแรงผลักดันดังกล่าว ก็เกิดติดขัดขึ้นจากเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายของ ก.ตร.ที่ไม่เอื้อ จนมีข่าวฝ่ายการเมืองและบิ๊กสีกากีจะใช้ วิธีการพิเศษ โดยนำข้อกำหนด ก.ตร.เดิมมาใช้ก่อน เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.ท.ประจวบขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ตร.

อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ก.ตร.เมื่อ 29 มกราคมที่ผ่านมา ที่เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ในฐานะประธาน ก.ตร.เข้าประชุมด้วย มีข่าวก่อนหน้าการประชุมว่า ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะนำวาระ “ข้อกำหนด ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ” ที่เคยประกาศใช้เมื่อ 17 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่ถูกมองว่าจะเป็นการเปิดทางให้เพื่อแต่งตั้งบิ๊กตำรวจเดือนเมษายนที่จะดัน พล.ต.ท.ประจวบขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ตร. ให้ที่ประชุม ก.ตร.เห็นชอบ แต่ปรากฏว่าสุดท้าย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ได้ถอนวาระเรื่องดังกล่าวออกไปกลางคัน ซึ่งทำให้ในช่วงต่อจากนี้ถึงช่วงแต่งตั้ง ผบ.ตร.เดือนกันยายน หรืออีกประมาณ  6 เดือน ด้วยข้อจำกัดด้านกฎหมาย การผลักดันให้ พล.ต.ท.ประจวบขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร.แล้วสไลด์เป็น ผบ.ตร.ไปเลย ถูกปิดประตูไปแล้ว

กระนั้นมีข้อมูลอีกทางหนึ่งว่า สาเหตุที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ถอนวาระดังกล่าวออก เพราะต้องการให้การแต่งตั้ง พล.ต.อ.รอย เป็นเลขาธิการ สมช.เสร็จสิ้นเสียก่อน และจะมีการเสนอให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้มีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.ประจวบขึ้นมาเป็นรอง ผบ.ตร. จนสามารถมีชื่อลุ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ได้ในเดือนกันยายนนี้

ที่ก็ต้องรอดูว่า การปูทาง พล.ต.ท.ประจวบ ที่จะเกษียณปี 2568 เพื่อให้เตรียมขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. ตามกระแสข่าวที่มาแรงก่อนหน้านี้ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากมีสัญญาณจาก จันทร์ส่องหล้า สั่งไปยังเศรษฐาและ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็ได้มีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สโมรสรตำรวจเมื่อ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นการแถลงข่าวที่ดุเดือดพอสมควร และฟาดไปที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ที่ออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งบิ๊กโจ๊กก็สวนกลับชนิดผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ ผ่านคำพูดเช่น

 "เหิมเกริม-ออฟไซด์-คุณยศอะไร ไปแถลงข่าวกดดัน ป.ป.ช.คุณเป็นใคร ใหญ่โตมายังไงไปกดดัน ป.ป.ช."

เมื่อเลือดเข้าตา ทำให้บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องเปิดหน้าสู้ ไม่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เพราะเดิมพันนี้สูงยิ่ง ไม่ใช่แค่อาจหมดลุ้นเก้าอี้ ผบ.ตร. แต่อาจถึงขึ้นต้องจบชีวิตราชการตำรวจก่อนเวลาอันควร หากมีปัญหาเรื่องคดีความ จึงสู้หมดหน้าตัก เพราะเจ้าตัวก็คงเชื่อว่า คดีที่เกิดขึ้นและมีคนต้องการลากมาถึงตนเอง มันคือ

"แผนสกัดชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึก“วางคน-วางเกม”รับมือ สะท้อนผ่านวอรูม“เมียนมา”

ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางหลังจาก นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา

‘บิ๊กโจ๊ก’ดิ้นสู้หัวชนฝา ยื้อแผน‘ฆ่าให้ตาย’

ความเคลื่อนไหวของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เที่ยวล่าสุด ถือเป็นการเขย่าวงการการเมือง ตำรวจ และองค์กรอิสระ

‘โจ๊ก’ ลั่นคนใต้เลือดนักสู้! ยื่นป.ป.ช.สอบ ‘เศรษฐา’ ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ ผบ.ตร.

‘บิ๊กโจ๊ก’ สู้หมดหน้าตัก ยื่นสอบ 'เศรษฐา' ปฏิบัติหน้าที่มิชอบตั้ง 'บิ๊กต่อ' เป็นผบ.ตร. เตือนนายกฯ ให้ทำตามกม. เชื่อโดนรุมกินโต๊ะสกัดนั่งผบ.ตร.

เอกสารว่อน! ‘โจ๊ก’ ค้าน ’สุชาติ’ ป.ป.ช.ไต่สวนตัวเอง อ้างโกรธเคือง ดึง ‘บิ๊กป้อม’ เป็นพยาน 

มีการเผยแพร่เอกสาร ลงวันที่ 17 เม.ย.67  ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ทำหนังสือขอคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของ นายสุซาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการ ป.ป.ช.และขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม