เละ! ตายตามกันไปข้าง ศึกภายในรั้ว “กรมปทุมวัน” ถึงแม้ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.และ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.จะถูกโยกไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ศึก “นอมินี” แทงฟันกันเลือดสาดไม่มีใครยอมใคร อย่างที่ ทีมทนาย “รองฯ โจ๊ก” เตือนก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลายมาจนถึงปัจจุบัน “ไม่ยอมตายเดี่ยว”
ฉากกอดเอวจับมือเป็นเพียงการละคร แต่คำสั่งนายกฯ ของจริงระบุความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คือ “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” ดึงฟืนออกจากกองไฟก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย แต่ไม่เป็นผล สงครามตัวแทน ทีมทนาย “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาแฉเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 เส้น สำทับด้วย พล.ต.ต.นำเกียรติ 1 ใน 8 ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันมินนี่ออกมาแฉซ้ำ เส้นทางการเงินเส้นเดียวกันเชื่อมโยงไปยังตำรวจระดับบิ๊กสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชื่อย่อ “ต.” ภรรยา “ก.” พร้อมทั้งพี่ชายและคนใกล้ชิด
แลกกันหมัดต่อหมัด คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการออกหมายเรียก “บิ๊กโจ๊ก” เป็นครั้งที่ 2 ทันทีในคดีเว็บพนันออนไลน์ “บีเอ็นเค” ทำให้รองฯ สุรเชษฐ์ถึงกับเดือด ส่งทีมทนายบุกถึง สน.เตาปูน เจ้าของพื้นที่ให้พนักงานสอบสวนหยุดสืบสวนสอบสวน พร้อมให้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปที่ ป.ป.ช. รวมกับคดีมินนี่ที่ ป.ป.ช.มีมติรับเรื่องได้ดำเนินการ เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกัน พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน พร้อมส่งทนายยื่นฟ้องผู้มีคำสั่งแต่งตั้งและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวรวม 30 นายต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางทันที
“บิ๊กต่อ” กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ ทนายตั้ม-นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ออกมาแฉซ้ำ ระบุชัดเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึง บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ตั้งโต๊ะแถลงยิบโชว์สลิปการโอนเงินจากบัญชีม้าไปยัง “ดาบ ต.” และ “รองฯ ฟ.” พ่อบ้านตำรวจไซเบอร์ โดยนัดจ่ายกันทุกวันที่ 25 ของเดือนที่ห้องทำงาน อาคารกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ก่อนเส้นเงินจะไหลไปยังภรรยา ญาติ และคนใกล้ชิด “ผบ.ต่อศักดิ์” อ้างว่า การออกมาแฉครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อ “บิ๊กโจ๊ก” แต่ทำเพื่อชาติ ไม่หวั่นถูกดำเนินคดีกลับ ถ้าการออกมาแฉทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ถึงตายก็ยอม
เดินหน้ารุกต่อชิงจังหวะความได้เปรียบ โยนเผือกร้อน บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.หรือบิ๊กเต่า ที่เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของ ตร.และโฆษกคดีมินนี่ นำข้อมูลเส้นทางการเงินที่ระบุเชื่อมโยง “ผบ.ต่อศักดิ์” ให้ตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเปล่า ยิงตรงเป้าเมื่อ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ถูกมองเป็นคู่ขัดแย้งกับ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีการตอบโต้กันไปมาผ่านโซเชียลอย่างดุเดือด
ทนายตั้ม ยังแทงกั๊ก อ้างยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับใคร แต่เป็นการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีม้าที่เชื่อมโยงตามที่แฉไปถึงคนใกล้ชิด “ผบ.ต่อ” จริงหรือไม่ ถ้าได้รับคำยืนยันว่าจริงดำเนินการแจ้งความทันที ทนายตั้มเล่นกับสื่อโซเชียลเป็น ทันทีที่พบ “รองฯ เต่า” ยิงคำถามทันที “โดยส่วนตัวชื่นชมมานานแต่พึ่งเคยพบครั้งแรกไม่รู้ว่าจะหนักใจหรือไม่ พร้อมที่จะดำเนินการให้ไหม”
ด้วยวัยวุฒิคุณวุฒิ “บิ๊กเต่า” ไม่เพลี่ยงพล้ำ ย้ำอุดมการณ์เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำแบบตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ผิดคือผิด ถูกคือถูก ยันชัดไม่ใช่ลูกน้องใคร ไม่ได้เป็นเด็ก “บิ๊กต่อ” ไม่เคยเลียตูดนายเพื่อความเจริญก้าวหน้า โตมาด้วยสองมือ สองขา และสมอง ย้ำชัดถ้าพบการกระทำความผิด ใหญ่แค่ไหนก็จับ ไม่มีใครใหญ่กว่าประตูห้องขัง เป็นตำรวจว่าไปตามข้อเท็จจริงไม่มีใครช่วยใครได้
การออกมาแฉครั้งนี้นอกจาก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ยังพ่วง 2 กองบังคับการ คือ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) และ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ตีตั๋วเรียกรับส่วย 18 ธุรกิจสีเทา 1.เว็บพนัน 2.บ่อนการพนัน (ไพ่, ไฮโล, ตีไก่) 3.เงินกู้ไทย-แขก 4.หวยใต้ดิน 5.สถานบันเทิง สถานบริการ ผับ 6.ร้านนวดที่แฝงขายบริการ 7.อาบ อบ นวด 8.โรงเซานา 9.ร้านเหล้าที่มีพีอาร์ 10.บุหรี่ไฟฟ้า 11.บุหรี่หนีภาษี 12.ตลาดนัดเลียบด่วน ตลาดนัด ตลาดไท 13.สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานแอบเพิ่มแรงงานที่ไม่มีบัตร 14.จุดคอกรับซื้อน้ำมันเถื่อนโคมแดงข้างทาง 15.น้ำมันเขียวที่รัฐช่วยชาวประมง แต่จะมีเจ้าใหญ่ๆ ไม่กี่เจ้าที่ทำเป็นยี่ปั๊ว 16.โต๊ะสนุกเกอร์ 17.หัวหน้าแขกที่เอาแขกมาขายถั่วโรตี 18.คนขายยาเซ็กซ์ มีเพศสัมพันธ์ไลฟ์สดเพื่อขายยาเซ็กซ์
ขบวนการแฉควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนคดีบีเอ็นเคก็เดินหน้าเต็มสูบ หวังคว่ำ “รองฯ โจ๊ก” ให้ได้ ออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นครั้งที่ 3 โดยให้มารับทราบข้อหา วันที่ 1 เม.ย.นี้ หากยังคงพลิ้วไม่รับหมายเรียก พนักงานสอบสวนจะพิจารณาออกหมายจับ เกมพลิกไปมา
เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เน่าเฟะ ทั้งเบอร์ 1 และเบอร์ 2 องค์กรสีกากีถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา “กินสินบาท คาดสินบน” นำไปสู่ความขัดแย้งในองค์กร แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ส่งผลกระทบต่อหน้าที่ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สะท้อนความล้มเหลวของระบบโครงสร้าง เป็นจุดศูนย์รวมอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจนเป็นที่มาในการสาวไส้กันเอง จนองค์กรตำรวจไม่เหลือภาพผู้รักษากฎหมาย ผดุงความยุติธรรม
เมื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พยายามดับไฟ ดึงทั้งคู่ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นประจักษ์ต่อสายตาประชาชน ขยะที่ซุกอยู่ใต้พรหมที่ต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างเร่งด่วน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้อง ปฏิรูปตำรวจ ให้เป็นรูปเป็นร่าง กู้ภาพลักษณ์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้โดยสนิทใจเสียที!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'น้ำเงิน'พลิกเกมเอาคืน สวนหมัด'ส้ม'ปมฮั้วสว.
แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีมติสั่งฟ้องคดี ฮั้วเลือก สว. จำนวน 77 ราย ซึ่งรวมถึง 26 สว.สายสีน้ำเงินที่เป็นแกนนำและประธาน กมธ.สำคัญ เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา
“ฟริเกต”เขย่าความเชื่อมั่นทัพน้ำ โจทย์หิน“ผบ.ทร.”คนใหม่
ในวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.นี้ จะครบ 7 วันทำการ ที่กองทัพเรือ (ทร.) กำหนดให้บริษัทเอกชนต่อเรือฟริเกตตามงบประมาณ 2569 ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกอุทธรณ์เข้ามา และในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะเปิดแถลงถึงเหตุผลในการเลือกบริษัท “ฮันวา โอเชียน”
ศึกใน7เสือฉีกหน้าฝ่ายค้าน สังคมรุมขยี้มติกกต.
หลังจากเสร็จการลงมติ กกต.ในคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ใช้เวลาดองเค็มข้ามปี พร้อมคำตัดสินจากผู้ถูกร้องระดับมหากาพย์ 427 ราย
ยื่นสอย-ดำเนินคดีอาญา 26สว.แต่น้ำเงินยังคุมสภาสูง รอโหวต กกต.-ป.ป.ช. ใหม่
เป็นไปตามคาด ไม่เหนือความคาดหมาย กับ”มติคณะกรรมการการเลือกตั้ง”(กกต.) ในคดีฮั้วสว.ที่ลงมติชี้ขาดกันเมื่อ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา กับการส่งคำร้องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ส่งเฉพาะแค่บางส่วน ไม่ได้ส่งครบหมด 229 ชื่อตามสำนวนการไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26
มติ7กกต.ปิดคดีฮั้วสว. ยังมีไคลแมกซ์หลัง14ก.ย.
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดแถลงข่าวผลการประชุมลงมติชี้ขาด คดีฮั้ว สว. ในเวลา 15.00 น. วันจันทร์ที่ 14 ก.ย.
14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ
วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

