จับตา "โอมิครอน" ลามถึง "เดลตาครอน"

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน ทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิสราเอล สำหรับประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เพียงไม่กี่สัปดาห์พบผู้ติดเชื้อเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนทะลุเกินพันคนเข้าไปแล้ว

สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งกำลังจะมาแทนที่สายพันธุ์ก่อนหน้านี้ในทุกประเทศ ถูกพบเป็นครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้เมื่อเดือน พ.ย. หลังจากนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสายพันธุ์โอมิครอนนี้มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่สำคัญอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ การกลายพันธุ์บริเวณ Spike Protein หรือตำแหน่งโปรตีนตรงส่วนหนามบนผิวของไวรัส ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์เบตา Beta (B.1.351) ทำให้โควิดสายพันธุ์โอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและจับกับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายขึ้น              

โดยคำว่า หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน หมายถึง คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาแล้ว ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติขึ้นมา (Innate Immunity) แต่ก็ยังสามารถติดเชื้อโควิดสายพันธุ์นี้ได้

 และการกลายพันธุ์บริเวณนอก Spike Protein พบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ (Receptor-binding Domain : RBD) การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งนี้มีความคล้ายคลึงกันกับสายพันธุ์เดลตา (B.1.617.2) ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น แบ่งตัวเก่งขึ้น อีกทั้งยังพบปริมาณความเข้มข้นของเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งนี้ส่งผลให้โควิดสายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและไวขึ้นกว่าสายพันธุ์ เดลตา

หากถามว่าโอมิครอนจะรุนแรงกว่าเดลตาหรือไม่ คงต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณี กรณีแรกสำหรับคนที่รับวัคซีนแล้ว ตามการรายงานของ WHO ได้ระบุว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิดแล้วสามารถรับเชื้อได้ แต่แทบจะไม่มีอาการเลย อาการไม่รุนแรง จมูกยังได้กลิ่น ลิ้นสามารถรับรสได้ ซึ่งต่างกันกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา และพบผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบน้อยมาก รวมถึงเสียชีวิตจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนน้อยมากเช่นกัน

กรณีที่ 2 สำหรับพื้นที่ที่มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนหนาแน่น เช่น ทวีปแอฟริกา ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีอัตราการฉีดวัคซีนค่อนข้างน้อย จึงทำให้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีการรายงานว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเอามาพิจารณาร่วมด้วย

สำหรับไทยในขณะนี้ได้ยกระดับให้เป็นการระบาดระลอกใหม่ (ม.ค.2565) ไปแล้ว นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวง​สาธารณสุข กล่าวถึงการคาดการณ์ใน 3 ฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นตามมาตรการต่างๆ นั้น พบว่าขณะนี้การแพร่โรคค่อนข้างขึ้นมาเร็ว เป็นไปตามเส้นสีเทา คือ พบการติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 15,000-30,000 ราย ซึ่งหากมาตรการที่เรามีอยู่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างดีก็จะสามารถควบคุมโรคได้ดี

ทั้งนี้ นับจากจบเทศกาลปีใหม่มากลับพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นใน กทม. จากข้อมูลการครองเตียงสีเขียวเพิ่ม 30.7% ขณะเดียวกันก็ยังมีข่าวดี เพราะจำนวนการครองเตียงสีเหลืองและสีแดงก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าขณะนี้โอมิครอนใกล้จะเป็นสายพันธุ์ครองเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้จากการที่มีความรุนแรงของเชื้อที่น้อย ก็ทำให้รัฐต้องปรับกลยุทธ์สำหรับการรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการเพิ่มมากขึ้น โดยการให้เข้าระบบ Home Isolation (HI) และ community Isolation (CI) และกลยุทธ์อีกเรื่องสำคัญไม่น้อยคือ การให้คนไทยเข้าถึงเข็มบูสเตอร์โดสให้เร็วที่สุด ให้วัคซีนกระตุ้นภูมิในร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เริ่มการระบาดของโอมิครอนไม่นาน นักวิจัยในประเทศไซปรัสค้นพบสายพันธุ์ของโคโรนาไวรัสที่รวมกันระหว่าง เดลตา และ โอมิครอน เบื้องต้นตั้งชื่อว่า เดลตาครอน (Deltacron) โดยมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้ายคลึงกับโอมิครอน แต่มีจีโนมของเดลตา และพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้ 25 ราย ในประเทศไซปรัส ซึ่งจากการวิเคราะห์ทางสถิติเผยให้เห็นว่า เชื้อ เดลตาครอน พบในผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าโรงพยาบาล 

จากข้อมูลดังกล่าว ถ้าข้อมูลของเชื้อเป็นไปตามนี้จริงจะเกิดความน่ากลัว เพราะจะมีความรุนแรงมากขึ้น และบวกกับความสามารถของโอมิครอนที่แพร่กระจายได้เร็ว อาจสร้างปัญหาใหญ่ให้กับทุกประเทศก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมคุยกับ GISAID มีรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญที่ไซปรัสส่งข้อมูลไปที่ GISAID โดยเป็นข้อมูลจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวพบว่า ใน 24 ตัวอย่างมีการกลายพันธุ์ทั้งในส่วนที่เป็นเดลตาและโอมิครอนอยู่ด้วยกัน แต่จากการตรวจเพิ่มพบส่วนที่เป็นโอมิครอนมีความเหมือนกันหมด แต่ว่าส่วนที่เป็นเดลตามีความแตกต่างกันไป

 “ตรงนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากเป็นสายพันธุ์ใหม่จริงๆ จะต้องตรวจทั้งสองฟากเหมือนกัน ไม่ใช่ตรวจแล้วมีแค่ฟากเดียวที่มีความแตกต่าง เพราะตอนนี้เชื้อเดลตามีสายพันธุ์ย่อยถึง 120 สายพันธุ์ เพราะฉะนั้นที่ไซปรัสสรุปว่า GISAID ยังจัดชั้นการค้นพบ 24 รายนี้เป็นสายพันธุ์เดลตา ไม่ใช่เป็นสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด” นพ.ศุภกิจกล่าว

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์บอกด้วยว่า กรณีที่เกิดขึ้นโอกาสที่จะเกิดได้มากที่สุดคือเป็นเรื่องของการปนเปื้อนในสิ่งส่งตรวจ คือติดเชื้อเดลตา แต่ไปปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้อโอมิครอน ทำให้พบ 2 สายพันธุ์ในตัวอย่างเดียวกัน อีกหนึ่งอย่างที่อาจจะเป็นไปได้ แต่ไม่มากคือ การติด 2 สายพันธุ์ในคนเดียว ซึ่งมีโอกาสน้อยมาก แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็จะติดตามข้อมูลต่อไป

แต่อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาว่า เดลตาครอน จะมีการแพร่ระบาดมากกว่าเดลตากับโอมิครอนหรือไม่ หรือสายพันธุ์ตัวนี้จะถูกกลืนด้วยความรวดเร็วของการระบาดจากสายพันธุ์โอมิครอน

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดเชื้อตัวใหม่ขึ้นมาอีกสักกี่ตัว แต่เกราะป้องกันที่วัคซีนไม่สามารถมีได้คือ มาตรการส่วนบุคคล โดยการใส่หน้ากากอนามัยสม่ำเสมอ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเข้าไปคลุกคลีในชุมชน หรือพื้นที่แออัด จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากโรคเหล่านี้ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม

สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่