คดีดิไอคอนกรุ๊ปถือเป็นหนึ่งในคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินที่ใหญ่ระดับประเทศ โดยมีความเสียหายสูงถึงเกือบ 3,000 ล้านบาท จากการที่บริษัทดังกล่าวชักชวนประชาชนให้ลงทุนในสินค้าผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่เป็นเครือข่าย โดยให้ผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง การดำเนินการของบริษัทนี้ถูกสงสัยว่ามีลักษณะการดำเนินงานที่ เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ และก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อผู้ร่วมลงทุนอย่างมหาศาล
คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องทุกข์ของประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่บริษัทสัญญาไว้ โดยผู้เสียหายได้ทยอยเข้าร้องทุกข์กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงเกือบ 3,000 ล้านบาท และมีผู้เสียหายจำนวนมากถึง 9,472 ราย ซึ่งหลังจากนี้อาจจะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทดังกล่าวมักชักชวนประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย โดยใช้ภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ เช่น การใช้ภาพของผู้บริหารที่ดูมีชื่อเสียง การอ้างถึงการลงทุนที่เป็นการค้าระดับสูง รวยเร็ว ซึ่งดูเหมือนจะน่าเชื่อถือ แต่แท้จริงแล้วบริษัทนี้ขาดการดำเนินธุรกิจที่แท้จริง
ทำให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เริ่มการสอบสวนอย่างจริงจัง โดยรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งรวมถึงเอกสารทางการเงินและข้อมูลการโอนเงินจำนวนมาก โดยการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 18 คนที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการดารานักแสดง ผู้ต้องหาเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกันในการหลอกลวงประชาชนผ่านการโฆษณาที่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดว่าการลงทุนจะให้ผลตอบแทนสูงและมีความปลอดภัย
ในกระบวนการสืบสวน ตำรวจได้ดำเนินการสอบปากคำผู้ต้องหาและเก็บรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบเอกสารทางการเงินและการสอบปากคำพยานที่เป็นผู้เสียหาย ทั้งนี้ ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากผู้ต้องหาอาจมีอิทธิพลและมีความสามารถในการหลบหนีออกนอกประเทศ
หลังจากการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว ตำรวจได้เริ่มต้นกระบวนการอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งรวมถึงรถยนต์หรู บ้าน ที่ดิน และสินค้าแบรนด์เนม โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 269 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อาจเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดอีกด้วย
โดยทาง ปปง.มีหน้าที่ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดของผู้ต้องหาและดำเนินการอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมที่พบว่ามาจากการกระทำผิด โดยคาดว่ามูลค่ารวมของทรัพย์สินที่อายัดเพื่อชดเชยให้ผู้เสียหายอาจเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
เรื่องนี้จึงต้องพึ่ง “กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)” เนื่องจากเป็นคดีที่มีลักษณะซับซ้อนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงที่มีจำนวนผู้เสียหายสูงและมูลค่าความเสียหายมาก ซึ่งน่าจะเข้าข่ายอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและการฟอกเงิน โดยจะทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสอบสวนกลางต่อไป
ซึ่ง ณ วันที่ 29 ต.ค.2567 ทางดีเอสไอได้ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง ภายหลังจากทางตำรวจสอบสวนกลางได้ส่งไม้ต่อจำนวนคดีดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 30 ลัง เอกสารมากกว่า 81,000 แผ่น มาส่งมอบให้กับดีเอสไอ เพื่อพิจารณาและเป็นคดีพิเศษ โดยมีมติเสนอเรื่องนี้ให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณา โดยจะรับเป็นคดีพิเศษใน 2 ความผิด ประกอบด้วยความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพ์
หากดีเอสไดรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ หน้าที่รับผิดชอบหลังจากนี้คือการสืบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยจะตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของบริษัท ซึ่งรวมถึงการโอนเงินระหว่างบุคคลภายในบริษัทและบัญชีต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการขยายผลการสืบสวนให้ครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
อีกทั้งยังทำงานร่วมกับ ปปง.และตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการสืบสวนจะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งจะมีหนังสือไปยังสำนักอัยการสูงสุดเพื่อขอให้อัยการมาร่วมเป็นที่ปรึกษาในคดี รวมถึงจะเชิญผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ทุกด้านมาเป็นที่ปรึกษาในคดีเช่นเดียวกัน เพราะต้องดูประเด็นต่อสู้ของผู้ต้องหา โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงิน การวิเคราะห์ การเสียภาษี
ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย ดีเอสไอและ ปปง.จะประสานงานเพื่อดำเนินการอายัดและยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดให้ได้มากที่สุด โดยทรัพย์สินที่สามารถยึดได้จะนำไปขายทอดตลาด และรายได้ที่ได้จากการขายทอดตลาดจะถูกนำมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม การคืนทรัพย์สินนี้จะต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อนและใช้เวลาในการตรวจสอบหลักฐานและการพิจารณาอนุมัติจากศาล
ทั้งนี้ คดีที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่เป็นเรื่องที่ยากต่อการนำเงินยึดเงินจากผู้กระทำความผิดนำกลับไปคืนให้ผู้เสียหายแบบทบต้น เฉกเช่นเดียวกับคดี ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี เป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 มีจำนวนเงินความเสียหายกว่า 2,500 ล้านบาท ผู้เสียหายเฉียดหลักหมื่นคน แต่ปัจจุบันก็ยังนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายยังไม่ครบ
ด้วยเหตุผลที่คดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่นำเงินคืนผู้เสียหายให้ครบเป็นเรื่องยาก เพราะมีความซับซ้อนและยากลำบาก ผู้ต้องหาหรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่มักจะใช้เงินที่ได้จากผู้ลงทุนไปแล้ว ทำให้ไม่เหลือทรัพย์สินเพียงพอที่จะคืนให้ผู้เสียหาย นอกจากนี้ยังอาจมีการฟอกเงินหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน ทำให้การตามคืนเป็นไปได้ยากเช่นกัน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อดีเอสไอ ไม่ว่าจะเป็นไม่สามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกยึดได้อย่างเพียงพอต่อการคืนเงินผู้เสียหายอย่างครบถ้วน รวมถึงใช้เวลานานเกินไปในการตรวจสอบในการยึดทรัพย์สิน
ในส่วนของคดีดิไอคอนกรุ๊ป จึงเป็นอีกบททดสอบสำคัญของดีเอสไอที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนให้กับประชาชนอีกครั้งต่อการดำเนินคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นการฉ้อโกงที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผู้เสียหายในวงกว้าง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำในอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน
คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต
ดีเอสไอ ปูพรมค้น 24 จุด รวบเครือข่าย Forex ยึดเงินสด รถหรู ทองแท่ง คาดมีนักการเมืองเอี่ยว
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจการป้องกันความเสียหายทางการเงิน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ
จับตา 'ดีเอสไอ' ขยายผลสอบ 6 โรงกลั่น เพิ่มฐานความผิด 'กักตุนน้ำมัน' พบจำกัดโควตาลูกค้าประจำ แต่มีขาจรแทรกผิดปกติ
“ดีเอสไอ" เผย หลังขยายผลสำนวนคดี “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ชี้ ไม่เพียงกรอกเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบตามประกาศกรมธุรกิจกำหนด ซึ่งมีความผิดตาม ”พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543“ แต่ยังมีพฤติการณ์ ส่อมีความผิดกักตุนน้ำมันตาม “พ.ร.บ.ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542” เหตุ หลัง “กบน.“ มีมติขึ้นพรวดน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร
ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย
จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต
ไชยชนกลุยไฟTH-AI Passport บนข้อกังขา 'สีน้ำเงินคอนเนกชัน' แจงไม่เคลียร์เสี่ยงฉุดรัฐบาลทรุด!
เสียรังวัดทางการเมืองมากพอสมควรสำหรับ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพี่ใหญ่-บิ๊กบราเธอร์ขั้วสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักกับความพยายามเดินหน้า
เลิก‘ลดหย่อนภาษี’บัตรคนจน รัฐกัดฟันลดสเปก สยบกระแสร้อน
ในที่สุดก็ต้านทานกระแสไม่ไหว! รัฐบาลยอมถอยหลังถูกถล่มปรับหลักเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ปี 2569

