‘ช่วยรัฐบาลหาเงิน! โอกาสสุดท้ายก่อนเศรษฐกิจไทยพังจริง’ ชื่อธีมของ ‘พรรคประชาชน’ สำหรับการอภิปรายวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม
ก่อนเข้าสู่วาระงบฯ 69 เวลา 16.00 น. จะมีการพิจารณากฎหมายอื่นก่อน 4 ฉบับ ได้แก่ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568, พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568, ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่...) พ.ศ.…ซึ่งเป็นการประชุม 3 วาระรวด ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา และ ร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่...) พ.ศ.…
โดยคาดว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะทำงาน จะเดินทางเข้ามาที่อาคารรัฐสภา ตั้งแต่ช่วง 13.00 น. เพื่อเตรียมตัวก่อน
แต่การตั้งชื่อนั้น กลับถูกหลายฝ่ายจับตาว่า นี่อาจจะแปรผันตรงกับทิศทางกำหนดแนวทาง จนอาจบ่งบอกถึง ‘การพยายามยังคงสัมพันธ์อันดี’ ต่อ ‘พรรคเพื่อไทย’ ในฐานะหัวหน้า ‘รัฐบาล’ ชุดนี้หรือไม่
เนื่องด้วยบริบทการเมืองปัจจุบันที่กำลังระส่ำระส่าย ท่ามกลางกระแสข่าว อาจเกิดการ ‘ยุบสภา’ ได้ทุกเมื่อ ภายใต้เงื่อนไข การช่วงชิง ‘ความเป็นผู้นำ’ ของ ‘พรรคการเมืองใหญ่’ และการเสนอตัวจะเป็น ‘พรรคตัวแปรใหม่’ จึงทำให้การขยับในแต่ละย่างก้าว กลายเป็นเรื่องของสัญญะทั้งหมด
แม้ นายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคประชาชน ย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ล็อกเป้าทุกกระทรวง ยิงทุกกระทรวงแน่นอน
“เพราะในการทำงานเป็นทีม วันนี้เราจะเห็นได้ชัดว่า พรรคร่วมรัฐบาลทำกันไปคนละทิศคนละทาง เริ่มมีกระบวนการที่จะชิงไหวชิงพริบ ชิงความโดดเด่น เพราะมีสัญญาณที่อาจจะมีการรับรู้ได้ว่า ใกล้จะมีการเลือกตั้งใหม่แล้ว แต่ละพรรคการเมืองก็จะเริ่มใช้กลไกกระทรวงของตัวเอง ไปในทิศทางของการหาเสียงล่วงหน้า ดังนั้นในการของบประมาณปี 69 เราก็จะโฟกัสเป็นพิเศษว่า แต่ละพรรคการเมืองพยายามทำอะไรอยู่” นายณัฐชากล่าว
ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า การอภิปรายของ สส.พรรคแต่ละคน จะไม่ซ้ำประเด็นกัน และในปีนี้เราพยายามที่จะละเอียดมาก เพื่อให้มีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ทั้งในชั้นของการอภิปราย และชั้นกรรมาธิการ
พร้อมเน้นย้ำว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนจับตาในตอนนี้ นอกจากการอภิปรายในวาระ 1 ในชั้นกรรมาธิการที่จะใช้เวลาการพิจารณาอีก 3 เดือนในช่วงท้ายงบทั้งหมดที่เราตัดได้ จะถูกแปรโดยกรรมาธิการ ฉะนั้น จึงขอให้ช่วยกันจับตาดู เพราะต่อให้เราตัดได้มากเท่าไหร่ และรายการที่ถูกแปรไป ก็เป็นโครงการที่ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี
เช่น การทบทวนงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ที่จะใช้สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เปลี่ยนเป็นแผนสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน แต่เราก็พบว่า มีคำสั่งที่ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสนอโครงการเข้าไป โดยให้เวลา 3 วัน
“งบก้อนมโหฬารที่บอกว่า จะนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็มองไม่ออกว่า เราจะได้โครงการหน้าตาประมาณไหน และจะกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจประเทศได้หรือไม่ ยืนยันว่า พรรคประชาชนจะทำงานอย่างละเอียดมากๆ เพื่อช่วยรัฐบาลในการหางบไปกระตุ้นเศรษกิจ แต่เราจะช่วยหางบอย่างเดียวไม่พอ รัฐบาลต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และตรงจุดด้วย“ นายปกรณ์วุฒิกล่าว
สำทับกับ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ที่ในตอนต้นจะเห็นสอดรับไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรนำเงินนี้มาลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังมีข้อกังวล โดยยกตัวอย่างเทียบกับช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา จากการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 1.55 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการทำแผนงานฟื้นฟู โดยให้หน่วยงานส่งโครงการขึ้นมาเช่นนี้ ตอนนั้นก็เต็มไปด้วยโครงการเบี้ยหัวแตก ไม่ได้เกิดผลขึ้นจริง มีความล่าช้า มีโครงการที่ถูกยกเลิก และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการคอร์รัปชัน หาประโยชน์จากนักการเมืองในพื้นที่ และรอบนี้ก็มาแบบเดิม
ดังนั้นจึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่อาจจะมีโครงการในกระเป๋าอยู่แล้วได้โอกาสนี้ไป แต่หากเป็นหน่วยงานไหนที่ยังไม่มีโครงการอยู่ในมือ ก็อาจจะพลาดโอกาสนี้ไป ซึ่งทำให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน แทนที่จะเป็นโครงการไหนที่มีความเหมาะสม หรือสมควรได้ทำก่อน แต่กลายเป็นโครงการที่ได้คือโครงการที่ทำไว้อยู่แล้ว
นอกจากนั้นยังตั้งข้อสังเกตว่า มีการจับจ้องงบประมาณของกระทรวงกลาโหม และงบประมาณด้านความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนายณัฐชาให้ความเห็นไว้ว่า น่าจะเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน เพราะวันนี้เราเห็นได้ชัดว่า ตัวนายกรัฐมนตรีถ้าไม่พึ่งทหาร หรือกองทัพ ก็คงไม่มีวันนี้ ฉะนั้น ประโยชน์ต่างตอบแทนเดียวที่สามารถทำได้คือ แลกเปลี่ยนในเรื่องงบประมาณ
ตลอดจนโครงการใหญ่ภายหลังอภิปรายครั้งนี้ ที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ชี้ว่า เรื่องที่ต้องจับตามองของรัฐบาล ที่จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดปัญหามากยิ่งขึ้น คือเรื่องกาสิโน เนื่องจากในเดือนกรกฎาคมนี้ เมื่อเปิดสมัยประชุมมา พรรคประชาชนจะเช็กบิลเป็นวาระแรก เพราะในช่วงที่มีการปิดสมัยประชุมสภา รัฐบาลไม่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น ไม่มีการทำให้โปร่งใส หรือจัดการปัญหาทุนสีเทาเลย
ทำให้การที่พรรคประชาชน เน้นไปในส่วนของการลงรายละเอียดชนิดที่ว่า มีการเตรียมพร้อมผู้อภิปรายไว้เกือบ 50 คน โดยไม่ให้ประเด็นซ้ำกัน ซึ่งหาก สส.เสนอประเด็นซ้ำ ก็จะถูกเลือกมาเพียงคนเดียว
ภายหลังเคาะชื่อ สส.ผู้อภิปรายช่วงกลางเดือนแล้ว ก็ได้มีการซ้อมใหญ่อย่างเป็นระยะที่ที่ทำการพรรค คาดว่าจะมีทั้ง สส.หน้าเก่าพ่วงด้วยหน้าใหม่ในจำนวนเกินครึ่งปะปนกัน ในช่วงมรสุมเข้าสู่ฤดูกาล ‘งูเห่าบุก’ ที่เล่นงาน ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ อื่นๆ อย่างหนักหน่วง
ดังนั้นเวทีนี้ ‘พรรคประชาชน’ จึงจะต้องรับบท ‘เดอะแบก’ ไปพร้อมกับ ‘การพิสูจน์ตน’ ตามคำประกาศว่า ‘พร้อมเลือกตั้งทุกเวลา’ ที่อาจจำเป็นต้องเดินภายใต้เงื่อนไขที่พร้อมเสนอตัวจะเป็น ‘ตัวกลาง’ หากวันหนึ่ง ‘พรรคเพื่อไทย’ และ ‘พรรคภูมิใจไทย’ 2 พรรคผู้นำนั้นส่อแยกทางกันจริง
สุดท้าย การตั้งชื่อธีมอภิปรายงบฯ 69 ในครั้งนี้ ก็ไม่แน่ว่า จะเป็นหนึ่งในการส่งสัญญาณตามคำกล่าวที่ว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในการเมืองไทยก็เป็นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
หยุดการเมืองโยนบาป! 'ชาวบ้าน' สำลักน้ำลาย
มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศในรอบนี้ ไม่ได้ท่วมเพียงบ้านเรือน ถนนหนทาง และพื้นที่เศรษฐกิจ หากยังท่วมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' เดิมพันใหม่'รัฐบาลอนุทิน'
ประเทศไทยใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง
อนุทินอุดรอยรั่วน้ำท่วมกรุง ยก"กองทัพ"นำหน้า"กู้วิกฤต"
จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
น้ำท่วมทำลายเชื่อมั่น‘รัฐบาล’ รับมือสถานการณ์วิกฤต‘ติดลบ’
รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย น่าจะเป็นรัฐบาลที่เผชิญสถานการณ์วิกฤตมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง

