ซ่อมเมืองกาญจน์ ‘น้ำเงิน’หวังขยี้‘แดง’ ‘พท.’แพ้ เจอ‘ภาวะเลือดไหล’ครั้งใหญ่

แม้จะเหลือระยะเวลาบริหารประเทศไม่นาน แต่สนามเลือกตั้งซ่อม สส. เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.กาญจนบุรี มีความสำคัญในมิติทางการเมืองไม่แพ้สนามเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ที่เพิ่งผ่านพ้น

เจ้าของพื้นที่เดิมของทั้ง 2 เขต ที่มีการเลือกตั้งซ่อม เป็นอดีตแกนนำรัฐบาลอย่าง ‘พรรคเพื่อไทย’ โดยสนามเลือกตั้งซ่อมแรกที่ จ.ศรีสะเกษ ปราชัยให้ ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ จาก พรรคภูมิใจไทย แบบขาดลอย

ส่วนสนามเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 4 จ.กาญจนบุรี ประกอบด้วย อำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา อำเภอบ่อพลอย (ยกเว้นตำบลหนองกุ่ม) และอำเภอหนองปรือ ‘ศักดิ์ดา วิเชียร์ศิลป์’ อดีต สส.กาญจนบุรี ที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย มารับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่งลูกสาวสุดที่รัก ‘น้องดรีม’ วิสุดา วิเชียร์ศิลป์ ลงรักษาพื้นที่ ปะทะกับต้นสังกัดเก่า

ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่ง ‘บิ๊กเลน’ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 คนกาญจนบุรีแท้ๆ รักษาฐานเสียงให้พรรคเพื่อไทย

สนามนี้ถือว่าดุเดือด เพราะต่างฝ่ายต่างแพ้ไม่ได้ด้วยเหตุผลคล้ายกัน โดย นายศักดิ์ดา ส่ง ‘วิสุดา’ ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แถมสนามนี้ ‘อนุทิน’ ยังลงไปช่วยปราศรัยหาเสียงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วยตัวเอง

งานนี้ถ้าแพ้ กระทบไปถึงกระแสของตัวนายกฯ อย่าง ‘อนุทิน’ แน่นอน เพราะกำลังอยู่ในช่วงพีก กระแสแรงนำทุกโพล ตรงกันข้ามกับพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในช่วงขาลงเกือบทุกสำนัก ถ้าพลาดพลั้งเสียทีขึ้นมามีผลทางการเมืองภาพใหญ่

ไม่เพียงเท่านั้น ในแง่จิตวิทยา การที่ ‘ศักดิ์ดา’ เพิ่งออกจากพรรคเพื่อไทยมา แล้วส่งลูกสาวลงไปแพ้ทันที อาจถูกหยิบไปปั่นกระแสเรื่อง งูเห่า เหมือนคราวก่อน ว่าใครออกจากชายคา สีแดง สอบตกหมด ซึ่งพรรคเพื่อไทยสามารถนำชัยชนะครั้งนี้ไปหยุดเลือดไหลได้

อีกอย่าง ‘ศักดิ์ดา’ เป็นถึง ‘รมช.มหาดไทย’ มีอำนาจรัฐ กุมกลไกท้องถิ่น แต่ยังแพ้ให้กับผู้สมัครหน้าใหม่ที่เป็นนายทหารเกษียณอายุราชการ เรียกว่า เสียรังวัดไปถึงพรรคต้นสังกัดใหม่ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอยู่

ฉะนั้น ค่ายน้ำเงิน แพ้ศึกนี้ไม่ได้ เพราะเสียหายมหาศาล!

ขณะที่พรรคเพื่อไทย พวกเขาเลือกส่ง ‘บิ๊กเลน’ ที่แม้จะเคยทำงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรีแท้ๆ ตั้งแต่เกษียณอายุราชการมา ลงมาช่วยงานบ้านเกิดหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านกีฬา   

ที่สำคัญ อดีตนายทหารหมวกแดงหน่วยรบพิเศษรายนี้ มีส่วนสำคัญในการกวาด สส.กาญจนบุรี ให้พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งเมื่อตอนปี 2566 ได้ถึง 4 ที่นั่ง จากทั้งหมด 5 ที่นั่ง

 ‘บิ๊กเลน’ ไม่ได้โนเนม และครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเองคาดหวังว่าจะสั่งสอนงูเห่าเช่นกัน โดยมองว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 แม้ ‘ศักดิ์ดา’ จะชนะมาแบบถล่มทลายได้ไป 45,812 คะแนน ขณะที่คู่แข่งได้ไปเพียง 27,466 คะแนน แต่เป็นคะแนนที่มาจากความนิยมของพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร

โดยก่อนเลือกตั้งปี 2566 ‘ศักดิ์ดา’ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ทำพื้นที่ในโซนดังกล่าวมาสักระยะหนึ่ง อยากจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ในเขตนี้ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสวมเสื้อของพรรคใด ได้ทำโพลในพื้นที่ว่า หากลงพรรคใดแล้วถูกใจประชาชนในเขตดังกล่าว ปรากฏว่าประชาชนสนับสนุนให้สวมเสื้อสีแดงลงแข่ง

ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงคิดว่ามีโอกาสกำราบอดีตลูกพรรครายนี้ได้

อีกอย่างหากพรรคเพื่อไทยแพ้ 2 สนามติดต่อกัน ‘อุปาทานหมู่’ จะยิ่งเกิด สส.ที่ยังลังเลไม่กล้าออกจากพรรค อาจตัดสินใจทิ้งพรรคเพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่ากระแสพรรคไม่ดี และต่อให้ออกไปก็ไม่ต้องกลัวสอบตกเหมือนแต่ก่อนแล้ว

พรรคเพื่อไทยจะเผชิญภาวะเลือดไหลอย่างหนักหน่วงกว่าเก่า

และหากปล่อยให้พรรคภูมิใจไทยชนะติดๆ กัน มันไม่ต่างอะไรให้กับพรรคคู่แข่งเลี้ยงกระแสไปจนถึงยุบสภาและเลือกตั้ง

ประเมินแล้วหากใครเจ็บ เจ็บคนละแบบ แต่ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอยู่อาจเจ็บกว่า

ดูแล้วค่ายน้ำเงิน ที่ปัจจุบันมี สส.กาญจนบุรีเพียงคนเดียว อาจจะใส่เต็มพิกัดเหมือนสนามศรีสะเกษ เพื่อเพิ่มจำนวน สส.ในเมืองใหญ่แห่งภาคตะวันตก

ถึงตอนนี้ น้ำเงิน ภาษีดีกว่าอยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

ร่างเสร็จแล้ว ! ศุภชัย โพสต์ ร่างกฎหมาย ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เสร็จแล้ว พร้อมเสนอสภาแก้ไข

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียม ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน