‘ทรัมป์’ แยก ‘มั่นคง-การค้า’ ‘อนุทิน’ ยืนหยัด 'ชาตินิยม'

เมื่อครั้งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประกาศระงับ ปฏิญญาสันติภาพ บนภูมะเขือ หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาด เป็นรายที่ 7 มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์

เสียงชื่นชมนั้น เห็นว่า ‘อนุทิน’ เด็ดขาด เพราะไม่เห็นด้วยต่อการไปเซ็นปฏิญญาสันติภาพดังกล่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียตั้งแต่แรก

ขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์มองว่า ‘อนุทิน’ โหนกระแส ชาตินิยม มุ่งเอาใจฝ่ายอนุรักษนิยมมากเกินไป ทั้งที่บางข้อในปฏิญญาสันติภาพนั้นมีประโยชน์กับฝ่ายไทย ขณะเดียวกัน ยังกังวลว่าท่าทีของนายกฯ ไทยอาจทำให้ต่างชาติมองว่าไทยเป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อน

  ขณะเดียวกันยังห่วงว่าท่าทีของ ‘อนุทิน’ อาจทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่เป็นสักขีพยานในการลงนามปฏิญญาดังกล่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ กลับมาใช้มาตรการทางภาษีกดดันไทยให้กลับสู่เวทีเจรจาอีกครั้ง

ทว่า ข้อกังวลเหล่านี้กลับไม่ได้รับการตอบสนอง ตรงกันข้าม ‘อนุทิน’ กลับมีท่าทีแข็งกร้าวต่อ โดยเฉพาะกรณีภาษีทรัมป์ที่ระบุว่า พร้อมหาตลาดใหม่ ทำให้ต่อมา ‘อนุทิน’ โดนวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าอาจทำให้ไทยได้รับผลกระทบจากคำพูด

ประเด็นนี้ยิ่งร้อนขึ้นไปอีกเมื่อกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าของสหรัฐ เมื่อคืนวันที่ 14 พฤศจิกายนว่า ฝ่ายสหรัฐขอระงับการเจรจา "กรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทน" ระหว่างไทยกับสหรัฐ หรือ "Agreement on Reciprocal Trade Framework" เป็นการชั่วคราว และสามารถกลับมาตกลงกันในเรื่องนี้ได้อีกครั้ง เมื่อฝ่ายไทยได้ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม Joint Declaration (ถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา)

ทันทีที่ข่าวออกมา ทั้งนายกฯ และรัฐบาลถูกตำหนิอย่างรุนแรง เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดจนทำให้ไทยได้รับผลกระทบ

นี่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของรัฐบาล เพราะผลกระทบจะเกิดขึ้นมหาศาล เนื่องจากไทยมีรายได้กับการทำการค้าสหรัฐในปีปีหนึ่งหลักล้านล้านบาท ยากที่จะหาตลาดใหม่ทดแทนได้

แต่ดูเหมือน ‘อนุทิน’ ดวงยังไม่ถึงฆาต ยังมีโชคเข้าข้างอยู่บ้าง หลังค่ำวันที่ 15 พฤศจิกายน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้โทรศัพท์มาถึงนายกฯ ไทย

สาระสำคัญที่สุดคือ ‘ทรัมป์’ ได้ฝาก ‘อันวาร์’ มายืนยันว่า สหรัฐจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

สายโทรศัพท์นี้ทำให้สถานการณ์ของ ‘อนุทิน’ กลับมาดีขึ้น ซึ่งน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ ‘ทรัมป์’ ไม่นำมาตรการภาษีกลับมากดดันไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในประเทศของสหรัฐเอง หรือความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างไทยกับจีนในช่วงนี้ รวมไปถึง ‘ทรัมป์’ สมใจอยาก ได้สิ่งที่ต้องการไปแล้วเมื่อตอนมากรุงกัวลาลัมเปอร์ จึงให้ความสำคัญตรงนี้น้อยลง

ขณะที่รัฐบาลเองรีบตอกย้ำทันที ด้วยการตั้งโต๊ะแถลงสร้างความเชื่อมั่น และเดินหน้าเจรจาภาษีทรัมป์ต่อ เพื่อสยบกระแสและการปลุกปั่นต่างๆ

โดย น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีหนังสือจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ ขอระงับการเจรจาการค้ากับไทยชั่วคราว แต่หลังจากที่นายกรัฐมนตรีของไทยและประธานาธิบดีสหรัฐหารือกันแล้ว “ต้องยึดเอาคำพูดของผู้นำทั้งสองประเทศเป็นหลัก”

โดยไทยจะยืนยันกลับไปยังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐว่า จะยังคงเดินหน้าพร้อมเจรจาต่อไป โดยยึดกรอบเดิมคือ ให้จบภายในสิ้นปีนี้

ถือว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และดูเหมือนปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะเข้าทางรัฐบาลนายอนุทินมากขึ้น เมื่อ ‘ทรัมป์’ ยืนยันว่า แยก ‘การค้า’ กับ ‘ความมั่นคง’

กัมพูชาจะเดินเกมอย่างไรต่อ เมื่อวันนี้แผนจัดฉากฟ้องโลกไม่ได้ผล ขณะที่ ‘อนุทิน’ นั้นแข็งกร้าว ยึดหลัก ชาตินิยม ประกาศหนุนหลังกองทัพอย่างเต็มที่ ต่างจากรัฐบาลชุดก่อน

กลายเป็นไทยที่ชิงความได้เปรียบกลับมา ในขณะเดียวกันท่าทีที่เหมือนจะสร้างเพลี่ยงพล้ำของ ‘อนุทิน’ กลับพลิกสถานการณ์ มาสร้างแต้มให้ตัวเองได้

โดยเริ่มมีเสียงชื่นชม นายกฯ อนุทิน มากขึ้น เกี่ยวกับการตัดสินใจระงับปฏิญญาสันติภาพครั้งนี้ว่าถูกต้องแล้ว และยืนยันการไม่ทำตัวเป็น ‘รัฐบริวาร’ ของสหรัฐ

ไปๆ มาๆ ‘อนุทิน’ ตัดสินใจถูกต้องเฉย!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว