'น้ำเงิน'เบียด'ส้ม'ทำแต้ม ชิงธงแก้รัฐธรรมนูญ

ความสำเร็จล้นหลามของอดีตพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2562 ที่กวาดมาถึง 151 เก้าอี้ กลับกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ปัจจุบันพรรคประชาชนจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อปี่กลองการเลือกตั้งเริ่มดังขึ้น สอดคล้องกับสัญญาณการยุบสภาที่เริ่มแรง

ความนิยมนั้นไม่ใช่โจทย์เดียวของ "พรรคสีส้ม" เพราะอีกโจทย์ย่อยคือผลงานการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทำ MOA ไว้กับพรรคภูมิใจไทย นับเป็นการลงทุนด้านความน่าเชื่อถือทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ไม่อาจจะคว้าน้ำเหลวได้

ทว่าขณะนี้เมื่อแต่ละฝ่ายต่างวางหมากล็อกบนกระดาน เพื่อไทยที่เตรียมรุกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และบีบให้ภูมิใจไทยทุบสภาก่อนกำหนด ซึ่งจะปล่อยให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุดหยุดลงไปด้วย

พรรคประชาชนกลับแก้เกมด้วยการล้อมกรอบตนเองอยู่ใน MOA คือจะยื่นก็ต่อเมื่อมีแนวโน้มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ไม่ทันก่อนสิ้นปี จึงยิ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง

ไม่ต้องเป็นเซียนในสนามการเมืองก็ย่อมมองออกว่า หากพรรคประชาชนไม่สามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ได้ตามที่ตั้งเจตจำนงไว้ก่อนทำ MOA ต้นทุนในการเลือกตั้งของพรรคสีส้มย่อมร่อยหรอ

ขณะที่นิด้าโพลบ่งชี้มาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ว่า พรรคประชาชนและ 'เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ใช่เบอร์ 1 ในใจคนไทยแต่ละภูมิภาค ตรงกันข้ามคะแนนนิยมของภูมิใจไทย และ 'หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตามมาติดๆ แม้จะมีปัญหาด้านการบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ของรัฐบาลที่ย่อยยับเป็นภาษี แต่ก็ไม่อาจประมาทได้

โพลซึ่งจะเผยแพร่ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดการณ์กันว่า น่าจะเป็นความเห็นของคนภาคใต้ อาจจะเป็นปัจจัยบ่งชี้ว่า พรรคใดมาแรง และความเสียหายจากอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา จะเปลี่ยนความเห็นของประชาชนได้หรือไม่

น่าเสียดายที่ประเด็นภัยพิบัติ เหมือนจะเข้ามากลบเส้นเรื่อง 'มีเทาไม่มีเรา' ที่ สส. พรรคประชาชน อุตส่าห์ปูมาเสียดิบดีให้จางหายลงไปชั่วครู่ หากในจังหวะไม่ช้านานนี้ พรรคเพื่อไทยตัดสินใจยื่นซักฟอกเข้า พรรคประชาชนเองคงต้องปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่ ว่าจะพิสูจน์การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างไร

เรียกได้ว่า เสี่ยงทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะไม่ว่าพรรคประชาชนจะร่วมอภิปรายหรือไม่ จะโหวตไว้วางใจหรือเปล่า ย่อมสร้างความผิดหวังให้กับ 'ด้อม' ที่ความเห็นแตกออกเป็นหลายทาง

อีกประการที่สำคัญคือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ควรจะเป็นวันสำคัญที่พรรคประชาชนจะได้ชิงพื้นที่สื่อ หลังการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ครบทั้ง 3 คน 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ', 'ศิริกัญญา ตันสกุล' และ 'วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร' กลับกร่อยสนิท เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นชื่อที่พอจะเดาได้ และยังไม่เป็น 'แม่เหล็ก' เท่าที่ควร

หนำซ้ำมีอีเวนต์ 'ดูดบ้านใหญ่' ของภูมิใจไทยเข้ามาแทรก ทั้ง 'วราวุธ ศิลปอาชา' ที่ขนทั้งสุพรรณบุรี และนครปฐม ของชาติไทยพัฒนาเข้ามาเติม ยังมี 'นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ' แห่งระยอง และ 'สนธยา คุณปลื้ม' มาเสริมทัพชลบุรีอีก บ่งบอกความเป็นเอกภาพของขั้วอนุรักษนิยมที่จับตัวกันแน่นเหนียว

ที่พึ่งหวังสุดท้ายของพรรคประชาชน จึงต้องรักษาการแก้รัฐธรรมนูญไว้ให้ได้ ห้ามปล่อยให้ล้มเหลว แม้จะหมายถึงการต้องร้องขอ 'หนิม-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้พรรคเพื่อไทยชะลอการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม

มองตามความเป็นจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับการแบไพ่ในมือทั้งหมด เพียงแค่ขอให้เจ้ามือไม่ล้มกระดานทิ้งเสีย ทั้งที่ตนเองเป็นผู้ลากอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในพันธะที่สร้างขึ้นแท้ๆ

ต้องจับตากันไปจนเกือบถึงวันเปิดสมัยประชุมสภาฯ หรือ 12 ธ.ค. เพราะล่าสุดวันนี้ ครม.เพิ่งมีมติเห็นชอบกับร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อในวาระ 2 และ 3 ให้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่ตามข้อตกลง MOA

ดูเผินๆ เหมือนจะให้ความหวังแก่พรรคส้ม แต่ก็อาจมองได้ว่าเป็นการทดเวลาบาดเจ็บให้รัฐบาลสีน้ำเงิน แบะท่าให้เห็นหนทาง เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรับประกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกแก้จากร่างหลักของพรรคประชาชนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม นอกจากสูตร 20 หยิบ 1 จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาทั้ง 2 วาระหรือไม่

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืม 'สว.สีน้ำเงิน' ไม้เด็ดสุดท้ายที่พลิกผันได้เสมอ ยังไม่นับรวมพรรคเพื่อไทย ที่อาจเดินเกมเขย่า MOA ให้การแก้รัฐธรรมนูญล่มกลางทาง เพียง 2 ฝ่ายนี้ก็เพียงพอให้ร่างฯ ถูกคว่ำได้แล้ว

ไพ่ใบสุดท้ายของพรรคสีส้มที่เหลือไว้ และรอจังหวะอันเหมาะสม คงหนีไม่พ้นการเปิดตัว 'ครม.สีส้ม' ซึ่งคุยโวไว้ว่า เป็นมิติใหม่ของการเมืองไทย ว่าจะว้าวแค่ไหน และจะสามารถช่วงชิงความนิยมกลับมาในโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาได้มากน้อยเพียงใด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นายกฯ ลั่นต้องขยายผลให้ถึงที่สุด เชือดคนโกงสอบท้องถิ่น ถามจ่ายเงินกันขนาดนี้ประเทศจะอยู่ได้ยังไง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการให้นโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ

นายกฯ เปิดงาน OTOP Midyear ชวนใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสให้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้น

นายกฯ เปิดงาน OTOP Midyear 2026 ขออย่ามอง ‘โอทอป’ แค่สินค้าของฝากชุมชน ซื้อเพราะสงสารคนทำ แต่เป็น ‘เมดอินไทยแลนด์’ มีคุณค่า-ความภาคภูมิใจของคนไทยในสายตาชาวโลก อย่ากังวลเศรษฐกิจไทย-สถานะเวทีโลกดีขึ้น ก่อนเดินงานโอท็อปวันที่ 3 ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”