
การแก้ไขรัฐธรรมนูญคืบหน้ามาเป็นระยะ ภายหลังมีการแก้ไขกฎหมายแม่อย่างรัฐธรรมนูญให้เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือกคน 1 ใบ เลือกพรรคอีก 1 ใบ
วันนี้ และวันที่ 25 ก.พ. รัฐสภาจึงมีประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. ส.ว. เพื่อพิจารณากฎหมายลูก โดยมีฝ่ายต่างๆ เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.ในนามพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ 3.พรรคเพื่อไทย โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค พร้อมคณะ 4.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ
ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ.... จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ 1.ในนาม ครม. 2.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดยนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ 3.พรรคเพื่อไทย โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค พร้อมคณะ 4.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะรัฐมนตรี 5.นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ 6.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ
โดยจนถึงนาทีนี้ก็ไม่มีหลักประกันว่าร่างกฎหมายลูกจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง เนื่องจากยังมีข่าวลือสะพัดเป็นระยะว่าจะมีปฏิบัติการคว่ำกฎหมายลูก เพื่อให้การเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ก.พ. มีรายงานข่าวว่า ส.ว.บางส่วนจะล้มกฎหมายลูกทั้งหมด
ทว่า ก็ได้รับคำยืนยันจากดาว ส.ว. อาทิ เสรี สุวรรณภานนท์ วันชัย สอนศิริ โดยเฉพาะ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ยืนยันหมื่นเปอร์เซ็นต์ ส.ว.ไม่คว่ำร่างกฎหมายลูกทั้งหมด มีแต่ปัญหาว่าจะพิจารณารับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดบ้างเท่านั้นเอง
แต่ที่แน่นอน ส.ว.ส่วนใหญ่ปิดประตูตายกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชาติ เนื่องจากไม่ไว้วางใจ กลัวจะมีคนนอกเข้าครอบงำพรรคการเมือง แม้ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ประธานคณะทำงานด้านการเมือง รัฐธรรมนูญ ความเป็นประชาธิปไตยพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงให้คำปรึกษาแล้วก็ตาม
หันซ้ายหันขวาเช็กเสียงที่ประชุมร่วมรัฐสภา เกณฑ์โหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็เท่ากับว่าที่ประชุมรับไว้พิจารณาต่อในชั้นกรรมาธิการ โดยขณะนี้เสียงทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ 2 สภา คือ 722 เสียง ใช้คะแนนกึ่งหนึ่ง คือ 362 เสียง ทั้งนี้ ส.ส.มีเสียง 474 เสียง และ ส.ว. 248 เสียง
นับจากนี้ต้องติดตามใกล้ชิดจะมีพรรคการเมือง และ ส.ว.ฝ่ายที่ต้องการบัตรใบเดียวหาแนวร่วมได้มากน้อยเพียงใด หรือไม่ ถ้าสำเร็จสังคมก็คงได้เห็นมีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวอีกคราวหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หากอ่านข่าวย้อนหลังไปเมื่อเดือน ก.ย.64 ที่มีการโหวตแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 พบว่าท่าทีพรรคภูมิใจไทย พรรคขนาดเล็กต่างๆ และ ส.ว.บางฝ่ายมีท่าทีอยากได้บัตรใบเดียวมากกว่า แต่ที่สุดก็คว้าน้ำเหลวสู้เสียงของฝ่ายที่ต้องการอยากได้บัตร 2 ใบไม่ได้
ล่าสุด ถาม “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า ส.ว.บางส่วนจะโหวตคว่ำร่างกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่งจะเป็นอย่างไร เจ้าตัวก็ยังตอบ "ภูมิใจไทยอย่างไรก็ได้"
วันนี้ก็เหมือนกลับมาวนลูปเก่าเหมือนตอนโหวตผ่าน หรือไม่ผ่านแก้ รธน.วาระ 3 สรุปเกมนี้ต้องรอลุ้นจนนาทีสุดท้ายก่อนโหวต ว่าดีลล้มบัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะสำเร็จหรือไม่!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เข็น‘แลนด์บริดจ์’1ล้านล้าน ฝ่าเสียงค้าน‘โอกาส-ความเสี่ยง’
เริ่มปัดฝุ่นเดินเครื่องอย่างจริงจังแล้ว สำหรับเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท
เตะตัดขา กู้4 แสนล้าน พรรคส้มยังแทงกั๊ก จับมือ ปชป. พลิกแฟ้มคดี ศาลรธน.ชี้พ.ร.ก.โมฆะ
ลูกแอ็กชันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติให้ สส.ของพรรคร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบ
‘งบฯฝืด-หนี้ชนเพดาน’ ‘ทอ.-ทร.’พลิกเกมรับมือ
ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และข้อจำกัดของงบประมาณของประเทศไทย จากผลพวงของสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่มีความแน่นอน
ศึกผู้ว่าฯกทม.หลายขั้วเร่งชิงฐานเสียง 'พรรคใหญ่'ขยับ ท้าชน 'แชมป์เก่า'
เดือน มิ.ย.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการประกาศจุดยืนของแชมป์เก่าและการขยับหมากเกมของพรรคการเมืองใหญ่ ที่หวังจะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในศาลาว่าการ "เสาชิงช้า"
เดิมพันประเทศด้วยฝีมือ 'รัฐบาล' ดัน'แลนด์บริดจ์'ขุมทรัพย์หรือขายฝัน
ผู้นำหลายประเทศมองการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกและความผันผวนของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใจจดใจจ่อ
'อนุทิน' ยันไม่ดึง 'ศักดิ์สยาม' ร่วม ครม. แม้เก้าอี้ว่าง บอกงงโดนโยงกับพรรคภูมิใจไทย
“อนุทิน” ยันไม่ดึง “ศักดิ์สยาม” ร่วมครม. แม้เก้าอี้ว่าง เหตุออกจากการเมืองไปนานแล้วไม่เกี่ยวข้องแวะกับพรรค งงทำไมถึงถูกผูกโยง ชี้ฝ่ายค้าน-สว. ล่าชื่อสอบป.ป.ช.เป็นสิทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ย้อนพรรคส้มตั้งครม.เงาก็ดี บอกไม่มีเงาก็ไม่ใช่คน

