เสริมความพร้อมแนวรบ2ปราสาท เร่งสร้างเอกภาพภายในรับมือ

เกือบหนึ่งเดือนหลังจากการสู้รบที่ชายแดนระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” สิ้นสุดลง ฝ่ายไทยได้เร่งสถาปนาพื้นที่ เพื่อวางกำลังทหาร  เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน  ให้การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลมีความปลอดภัยทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ  รักษาฐานที่มั่น  ซึ่งเรายึดคืนได้อย่างเต็มศักยภาพ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงใน Join statement  ที่ระบุว่า “ใครอยู่ตรงไหน ต้องอยู่ตรงนั้น” ยังไม่มีการพูดเรื่องแผนที่ หรือการเขตแดน

สำหรับที่ตั้งโบราณสถาน ซึ่งเป็น“สัญลักษณ์”ทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดสุรินทร์  ทั้งปราสาทคณา ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ฝ่ายไทยต้องตรึงกำลังทหารในจุดที่สูงข่มซึ่งเป็นเนินทางยุทธวิธีที่เอาไว้ เพื่อดำรงความได้เปรียบ

2- 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังสุรนารี และภาคประชาชน จึงเร่งเสริมความแข็งแรงให้บังเกอร์  สร้างถนนคอนกรีต  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ  ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษเพื่อป้องกันฐานทางทหาร มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยให้กับกำลังพลที่วางกำลังอยู่ และสร้างแนวรบเพื่อเตรียมความพร้อมในลักษณะสองแนวขนานกันระหว่างด้านบนและล่างของหน้าผา บริเวณเนิน350   

เหตุเพราะเนินดังกล่าว และ เนิน 255 เชื่อมโยงภูมิประเทศกับปราสาทตาควาย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทหารในการใช้ควบคุมโบราณสถานเชิงสัญลักษณ์

สำหรับเนิน 350 มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบแคบๆ ลากยาวตามแนวสันเขา ขนาดไม่กว้างนัก ด้านข้างเป็นหน้าผา และ ทางลาดลงด้านล่าง  ด้านหนึ่งมองเห็นยอดปราสาทตาควายอยู่ใกล้ๆ  ขณะที่ด้านทิศตะวันออกจะเป็นพื้นที่ราบในฝั่งกัมพูชาขนาดกว้างใหญ่และลึกสุดลูกหูลูกตา และห่างออกไปกว่า 1 กิโลเมตรจะเห็นบ้านเรือนของประชาชนที่ตั้งอยู่กระจัดกระจาย  นอกจากนั้นมีที่ตั้งทางทหารระดับกองพันสนับสนุนอยู่ใกล้บ้านประชาชนด้วย

ย้อนกลับไปช่วงที่กัมพูชาตั้งฐานบนเนินดังกล่าว  มีความเคลื่อนไหวในการเสริมสร้างฐานที่มั่นทหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 1 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนากระเช้าเหล็กใช้ในการส่งกำลังบำรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น  พร้อมไปกับพัฒนาเส้นทางเดินโบราณโดยสร้างบันไดเล็กๆ ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเท้าจากด้านล่าง  อีกทั้งมีการสร้างบังเกอร์ที่หนาเกือบ1ฟุตสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเส้นข้ออ้อยอย่างดี ซึ่งฝ่ายไทยเรียกว่า “บังเกอร์ J 19 “

 ห่างไปไม่ถึงเมตรเป็นจุดที่เรียกว่า “ต้นไม้คู่”  ซึ่งเป็นบริเวณที่ “พลทหารวุ้นเส้น”ภาณุพัฒน์ เสาร์สา โดนสะเก็ดระเบิดจากกระสุนปืนค.เสียชีวิต  ห่างไปอีกประมาณ 5 เมตร เป็นบริเวณที่ จ่าเริง “จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน เสียชีวิต จากการซุ่มยิงจากฝ่ายตรงข้าม   ปัจจุบันยังเห็นรอยเลือดที่อยู่บนก้อนหินใหญ่ซึ่งเป็นจุดที่ฝ่ายไทยเข้าไปกู้ศพบริเวณดังกล่าวออกมา  และในปัจจุบันเป็นมีการวางดอกไม้ หมากพลู ยาเส้น ในบริเวณนั้น 

ย้อนกลับไปดูปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบ 20 วัน ฝ่ายไทยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าเป้าหมาย 3 ทิศทาง ก่อนชุดปฏิบัติพิเศษร่วมเข้าพื้นที่รุกไล่กำลังทหารกัมพูชาให้ลงไป    อีกทั้งมีการใช้กำลังทางอากาศในการตัดเส้นทางของฝ่ายตรงข้ามซึ่งไม่สามารถทำได้ง่าย เพราะต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ   เนื่องจากแนวเข้าตีของทหารราบอยู่เกือบประชิดกัน  ภาพรวมในจุดนี้ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะยึดคืนมาได้

ขณะที่ตัว “ปราสาทตาควาย” ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นฐานทหาร วางอาวุธหนัก โจมตีฝ่ายไทย สภาพในปัจจุบันมีความเสียหายหนัก  ซึ่งกรมศิลป์ฯ ได้เข้ามาสำรวจในเบื้องต้นแล้ว

ทางด้าน “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งเป็นปราสาทขนาดใหญ่ ปัจจุบันทหารไทยวางกำลังบนตัวปราสาทซึ่งอยู่บริเวณด้านบนซึ่งสูงกว่าฝั่งกัมพูชาได้  เมื่อลงบันไดลงไปแล้ว ยังมีวางรั้วลวดหนา รอบตัวปราสาทไว้ ห่างไปแค่ 30-40เมตรแบบหายใจรดต้นคอ  มีฐานทหารของฝ่ายกัมพูชาอยู่ด้านล่าง  ต่างคนต่างส่องกันไปมา ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามไม่ยากนัก

อย่างไรก็ตาม แม้เป็นช่วงพักรบ ทั้งสองฝ่ายยังคงเตรียมความพร้อม เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฝ่ายตัวเอง โดยฝ่ายกัมพูชาเดินเกมปรับแนวการวางกำลังใหม่ ขณะที่ระดับนโยบายหันไปเล่นบทบาทอีกหน้า ด้วยความพยายามติดต่อเจรจาหลังฉากไปพร้อมกัน แต่ฝ่ายไทยมีบทเรียนจากการถูกละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด แนวทางที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือต้องเตรียมพรัอมทางทหารเพื่อความไม่ประมาท และดำรงความมุ่งหมายในการรักษาพื้นที่ซึ่งควบคุมไว้ได้อย่างดีที่สุด

เพราะในตอนนี้  กระบวนการพูดคุยระดับทวิภาคียังไม่สามารถเดินไปได้ ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศก่อน จึงคาดเดาได้ยากว่าการเมืองหลังการเลือกตั้งจะเดินไปในทิศทางไหน ใครเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกทั้ง ทิศทางด้านความมั่นคงในประเทศ รวมถึงในภูมิภาคทั่วโลกจะเป็นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ยังไม่มีใครคาดเดาได้

ขณะที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทั้งด้านอีสานใต้ และ สระแก้ว  ตั้งแต่วันที่ 9 และ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา  เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติการโดยไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รอบด้าน ยึดมั่นในระเบียบและมาตรฐานด้านความปลอดภัย ดำรงการลาดตระเวนดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทบทวนแผนการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับให้ความสำคัญในการดูแลฟื้นฟูกำลังพล ตลอดจนตรวจสอบอาวุธ ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือประจำหน่วยให้มีความพร้อม

ขณะที่ พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์  แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการในเรื่องการฟื้นฟูกำลังพล  ซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสนามให้พร้อมดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์  หมุนเวียนกำลังเพื่อให้เกิดความเหมาะสม 

โดยในส่วนของ พล.ท.วีระยุทธ์ ได้ลงไปค้างคืนกับกำลังพลในพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณ “ห้วยตามาเรีย” เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ หลังเสร็จสิ้นการสู้รบใหม่ๆ  โดยพื้นดังกล่าวอยู่ในเป้าหมายที่ไทยต้องการผลักดันกำลังทหารกัมพูชาออกไป ในปัจจุบันยังเป็นการวางกำลังเผขิญหน้ากันอยู่ ยังไม่มีฝ่ายไหนคุมได้เบ็ดเสร็จ

จากผลการปฏิบัติที่ผ่านมา “กองทัพบก”  ต้องใช้การวางแผน และพิจารณาหลายมิติ ก่อนนำไปสู่การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น  ภายใต้ความเป็นเอกภาพของเหล่าทัพ ในการสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกัน อันถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะ

 ที่สำคัญคือ กำลังพลต้องไม่มี “ความสงสัย” ในคำสั่ง เพราะพลังโซเชียลมีเดียซึ่งนำเสนอสูตรการรบ บทวิเคราะห์ที่หลากหลายภายใต้การสันนิษฐานแบบเฉพาะตัว  หรือ การตั้งประเด็นที่แฝงไปด้วยวาทกรรมทางการเมืองเช่น “นักพลห้องแอร์ – พลทหารฯ ตายก่อน”  อาจส่งผลต่อการรับรู้ของกำลังพล และสังคม ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการปฏิบัติงานของทหารหน้าแนว

โดย ผบ.ทบ. ได้เคยย้ำกับ นร. นายร้อยจปร. ว่า บุคลากรทุกคนที่อยู่ในกองทัพ  2.6แสนคน คือ “เพื่อนรักร่วมชีวิต หรือ Comrade in armed”  ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ที่สำคัญคือทหารก็คือประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน

นั่น สะท้อนให้เห็นการส่งสารชี้แจงว่า “ผู้นำกองทัพ”ให้ความสำคัญในเรื่องคุณค่าของ “คน” และ ไม่ต้องการให้นำประเด็นเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นทหารมาสร้างกระแสความขัดแย้งภายในให้เกิดความแตกแยก  เพราะสิ่งที่ต้องตระหนักคือการดำรงความเป็นเอกภาพในช่วงนี้มีความสำคัญสูงยิ่ง เพราะ “ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น”

และเมื่อเทียบกับช่วงสู้รบปี 2554 ใช้เวลารบกัน 2 ปีในพื้นที่ตำบลจำกัด แต่กระสุนหมดคลัง  ส่วนตอนนี้รบกัน 700 กิโลเมตรด้วยกำลังทุกเหล่าทัพแสดงให้เห็นว่าขนาดของเหตุการณ์สู้รบต่างกันมาก อีกทั้งสภาพการรบที่เปลี่ยนเป็นสงครามไฮบริดซึ่งสลับซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ถ้าไม่มีเอกภาพ หรือเกิดความแตกแยกกัน ความสามารถเหล่านี้จะลดทอนลงไปด้วย

ทั้งหมดนั้นบ่งชี้ว่า นอกจากความแข็งแกร่งในฐานที่มั่นทางทหารแล้ว ความแข็งแกร่งด้านเอกภาพภายใน ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะสงครามแบบผสมผสานยังไม่จบ ส่วนภาคต่อจะใช้เครื่องมือทางการทูตหรือการทหารจัดการต้องรอชม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สตช.-ดีอี’ลุยเว็บพนันบอลโลก ‘ปราบจริง’หรือ'แค่พอเป็นพิธี'

เสียงนกหวีดดัง เริ่มการฟาดแข้งสุดยอดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก” FIFA World Cup 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันรวม 104 แมตช์ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 39 วัน คู่เปิดสนามเวลาตี 2 บ้านเรา เจ้าภาพเม็กซิโก-แอฟริกาใต้ ที่สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา เม็กซิโก ซิตี

28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"

เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569

ทุบ"ชัชชาติ"ขยี้"ระบอบอากง" หมัดนี้ยังไม่น็อก แต่เสี่ยงแต้มหลุดเป้า

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็จะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้

'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'

องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย

เกม“ชายแดน-ประนอมภาคบังคับ” ไทยต้องไปให้สุดอย่ากลัว“สะดุดตอ”

สถานการณ์ชายแดนยังมีความวุ่นวายเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีถนนฝั่งกัมพูชาตัดเข้ามาถึงชายแดน เอื้อต่อการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเผชิญหน้ากับแนววางกำลังของทหารไทยในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี