กระแสมาร์ค แรง-ปชป.พุ่ง กับบทบาทพรรคตัวแปร

เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภาคใต้ และในกรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสตอบรับสูง

ทำให้จากเดิมที่แวดวงการเมืองประเมินว่า ประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะเป็นพรรคต่ำสิบ แต่เมื่อดูจากกระแสพรรคสีฟ้าในยามนี้ แวดวงการเมืองเริ่มมองแตกต่างไปจากช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน ที่เคยประเมินว่าเต็มที่ ปชป.น่าจะได้ไม่เกิน 15 ที่นั่ง แต่มาถึงตอนนี้ตัวเลขล่าสุดส่วนใหญ่ประเมินว่า ประชาธิปัตย์ขั้นต่ำมีลุ้นที่ 35-40 ที่นั่ง!

 โดยเฉพาะที่ภาคใต้ ประชาธิปัตย์อาจจะกวาด สส.เขต ได้หลายพื้นที่ และบรรดาอดีต สส.เขตภาคใต้ของพรรคหลายคนที่ย้ายออกไป "เสี่ยงที่จะสอบตก" หลังเห็นกระแสตอบรับของคนใต้ที่มีต่ออภิสิทธิ์ ทั้งเวลาลงพื้นที่และเสียงตอบรับจากเวทีปราศรัยใหญ่ รวมถึงประเมินกันว่า คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในภาคใต้ก็น่าจะพุ่งสูงขึ้นเยอะ เมื่อเทียบกับตอนเลือกตั้งปี 2566 ยิ่งเมื่อเห็นกระแสตอบรับ "ประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์" ที่ไปหาเสียงโค้งสุดท้ายที่ นครศรีธรรมราช, สงขลา, ตรัง และพัทลุง ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ที่เวทีปราศรัยแน่นขนัดไปด้วยคลื่นประชาชนนับหมื่น จนเกิดปรากฏการณ์ "แคปชัน" สนั่นโลกโซเชียล โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

“ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้”

“ฟ้าคืนเมือง”

“ได้เวลาฟ้ากลับคืนมา”

อันเป็นภาพที่เห็นได้เวลา "เดอะมาร์ค" เดินไปที่ไหน ก็ทำเอา "ตลาดแตก" "ชุมชนฮือฮา" "ถนนดูแคบ" ไปในบัดดลแทบทุกจังหวัดภาคใต้ กับการหาเสียงแบบ On Ground ได้เจอหน้าค่าตา ได้กอด จับมือ สัมผัสกันตัวเป็นๆ ขณะที่การหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย กระแสฟ้าทั้งใต้ก็แรงจริง เห็นได้จากยอดคนชมไลฟ์สดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ เช่นที่ลานหน้าห้างโรบินสัน หาดใหญ่ หรือที่ตรัง ผ่านเพจพรรคประชาธิปัตย์ ทะลุหลายหมื่นวิว 

โดยมีหมุดหมายสำคัญคือ เวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ที่ลานหน้า วัน แบงค็อก ฟอรัม ที่จะเป็นการขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่นัดสุดท้ายที่สามคีย์แมนสำคัญ ได้แก่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, กรณ์ จาติกวณิช และ ดร. การดี เลียวไพโรจน์ สามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับผู้สมัคร สส.ที่เป็นตัวแทนจากทุกภาค และผู้สมัคร สส.เขต กทม. 33 คน จะยกทัพใหญ่มาชวนให้คนกรุงเทพฯ และคนไทยทั่วประเทศ เข้าคูหากาสีฟ้าสองใบ กับแคมเปญโค้งสุดท้าย

"ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์"

"ล้างประเทศ ต้องใช้น้ำสะอาด"

ผ่านการหาเสียง-สร้างกระแส โดยชูสโลแกน "ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น" หรือ "ร่วมสร้างการเมืองสุจริตไปกับเรา" และ "บ้านสีฟ้าหลังนี้ ยังคงอยู่ในใจพี่น้องประชาชนเสมอ"

ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ต้องรอผลการเลือกตั้งที่จะออกมา

ที่ถึงตอนนี้ พรรคประชาธิปัตย์หวังในสามจุดสำคัญ คือ

สส.เขตกรุงเทพฯ

สส.เขตภาคใต้

และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ต้องมากกว่า 3 ที่นั่ง ที่พรรคเคยได้ตอนปี 2566

สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นับเป็นเดิมพันการเมืองที่สูงสำหรับประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์ ที่ต้องสู้สุดใจเพื่อไม่ให้ประชาธิปัตย์ไร้ สส.กทม.แม้แต่คนเดียวเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน หลังพรรคไม่มี สส.กทม.มาแล้ว 2 ครั้ง ในการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 ที่คราวนี้ก็ต้องวัดใจคนกรุงเทพฯ กันแล้วล่ะว่า จะให้โอกาส "พรรคสีฟ้า" ได้กลับมามีที่นั่งในเมืองหลวงอีกครั้งหรือไม่

มีคำถามว่า ปรากฏการณ์ กระแสมาร์คแรง-ประชาธิปัตย์พุ่ง ในช่วงนี้เกิดจากอะไร?

พบว่ามีเหตุผลอยู่หลายปัจจัย เช่น "ยุทธศาสตร์การหาเสียง" แบบค่อยๆ ปูพรมสร้างกระแสมาเรื่อยๆ แต่อยู่ในจุดโฟกัสสำคัญสองพื้นที่หลักคือ ภาคใต้-กรุงเทพฯ โดยเฉพาะการสร้างสโลแกน-แคมเปญหาเสียงออกมาต่อเนื่อง และทำให้จดจำง่าย เช่น "การเมืองสุจริต" เพื่อชูภาพ อภิสิทธิ์ที่มีจุดยืนชัดเจนเป็นคนแรกๆ ในการประกาศ ไม่จับมือร่วมรัฐบาลกับ "พรรคกล้าธรรม" ที่ไปโดนใจคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะชนชั้นกลาง คนกรุงเทพฯ หรือการเน้นย้ำนโยบายพรรค "ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น" เพื่อชูว่าชุดนโยบายไทยหายจนทำได้จริง เพราะคนที่จะทำมีประสบการณ์ทำงานสูง โดยเฉพาะสองคีย์แมนสำคัญ คือ กรณ์ อดีต รมว.การคลัง และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์  

ขณะเดียวกัน การที่อภิสิทธิ์ซึ่งมีจุดยืนการเมืองชัดเจน  เช่นตอนหาเสียงปี 2562 ออกคลิปประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ แต่เมื่อพรรค ปชป.เข้าร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ เขาก็ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคและลาออกจาก สส.ทันทีโดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง  และตอนเลือกตั้งปี 2566 ก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง เพราะมองว่าทิศทางพรรคช่วงนั้นยังไม่ใช่แนวทางของตัวเอง จนว่างเว้นการเมืองไปร่วม 6 ปี ที่ทำให้แฟนคลับและกองเชียร์พรรคสีฟ้าต้องคิดถึงตัวเขาเป็นธรรมดา

ทำให้เมื่ออภิสิทธิ์คัมแบ็ก จึงมีกระแสตอบรับในระดับพื้นที่สูง และทำให้กองเชียร์ ฐานเสียงพรรคสีฟ้า ที่เคยปันใจไปเลือกพลังประชารัฐตอนปี 2562 และรวมไทยสร้างชาติตอนปี 2566 เพราะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงบางส่วน ก็ไปเลือกพรรคก้าวไกลด้วยตอนปี 2566 เพราะไม่ชอบ 3 ป.-เบื่อลุง แต่เมื่อวันนี้ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์แล้ว และจุดยืนของอภิสิทธิ์ก็ชัดเจนมาตลอดไม่มีเปลี่ยน ทำให้แฟนคลับที่เคยไปเลือกพรรคอื่น ก็พร้อมจะกลับมาเลือกประชาธิปัตย์อีกครั้ง  กระแสตอบรับ "มาร์ค-ปชป." จึงมาเร็วและแรง

 ขณะที่คนภาคใต้เองก็ต้องยอมรับว่า จากที่ภาคใต้เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ซึ่ง "ซื้อเสียงไม่ได้-คนใต้ไม่ขายเสียง” แต่ช่วงหลังภาพลักษณ์กลายเป็น "ภาคใต้ซื้อเสียงหนัก ต้องจ่ายหนัก ซื้อเสียงมากที่สุด" ขนาดเครือข่ายสีเทา เว็บพนันออนไลน์ ยังเข้าไปเป็น สส.ภาคใต้ได้ มันทำให้ภาพลักษณ์ภาคใต้ติดลบอย่างหนัก และนั่นทำให้คนใต้จำนวนไม่น้อยต้องการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ดังกล่าว ทำให้เมื่อ อภิสิทธิ์ชูธง "การเมืองสุจริต" พร้อมกับชูมอตโตหาเสียงในภาคใต้ เช่น "อย่าให้ 'ใบเทา' มาทำลายศักดิ์ศรีชาวใต้!" หรือ "คนใต้ซื้อไม่ได้...ประเทศไทยก็ซื้อไม่ได้!" เจอเข้าแบบนี้มันก็ได้แรงอกคนใต้ไปเต็มๆ 

ผสมกับแผนการหาเสียงรอบนี้ของประชาธิปัตย์ ที่มีการปรับตัวอย่างมาก มีการหาเสียงในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย มีการทำคลิปสั้นหลายคลิป บางคลิปก็ทำออกมาเป็นลายเส้นอนิเมะ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเจน Z และเจน Alpha และการใช้สโลแกนแบบสั้นๆ เข้าใจง่าย เพื่อสื่อสารนโยบายพรรคและจุดแข็งของอภิสิทธิ์ เช่น "ไล่เทา-เลือกฟ้า-กา 27" หรือ "ประชาธิปัตย์ ขั้วที่ปลอดภัย" มันก็ทำให้โหวตเตอร์ จำง่าย สร้างกระแสได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดของจริงต้องวัดกันที่ผลคะแนนที่จะออกมา เพราะไม่แน่เห็นกระแสแรงๆ แต่ถึงเวลาเข้าคูหา ประชาชนอาจไม่เลือก! โดยเฉพาะหากมีการซื้อเสียงอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้าย ก็เป็นสิ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องเตรียมพร้อมรับมือหากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์และ สส.เขตไม่เข้าเป้าตามที่คาดหวัง

ซึ่งหากพรรคได้ สส.มาระดับหนึ่ง เช่นขั้นต่ำ 40 เสียง ก็ทำให้ประชาธิปัตย์จะกลายเป็นพรรคตัวแปรในการตั้งรัฐบาลขึ้นมาทันที เพราะสามารถร่วมรัฐบาลได้ทั้งขั้วพรรคประชาชน และภูมิใจไทย ตามสูตรที่มีการคาดการณ์กันคือ พรรคประชาชน-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส หรือสูตร ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ที่ก็ไม่มีพรรคกล้าธรรมอีกเช่นกัน แต่หากการตั้งรัฐบาลดีลจบที่สูตร ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม ขึ้นมา ประชาธิปัตย์ก็จะไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง

"อภิสิทธิ์" ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

'อนุชา' ลุยหาเสียง 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' จี้เช็กโครงสร้างตึกเก่าทั่วกรุง

'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ลุยหาเสียงหนัก บุก 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' ชูนโยบายรถฟีดเดอร์ ขยายศูนย์ฝึกอาชีพ จี้ตรวจโครงสร้างอาคารเก่าชั้นในกรุง

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุชา'คึก! หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พบสัญญาณบวก 2 กลุ่มหลัก กลับมาเลือก 'ปชป.'

‘อนุชา’ ชูปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป. ห่วงโครงสร้างอาคารเก่าแยกหมอมี ‘อภิสิทธิ์’ ฝากคนกรุง ทบทวน 4 ปีที่ผ่านมายังเจอปัญหาเดิมซ้ำซาก