
ครบรอบ 1 สัปดาห์การเสียชีวิตของ “แตงโม” นิดา พัชระวีรพงษ์ ดาราสาวที่พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 เขตรับผิดชอบพื้นที่ ภส.เมืองนนทบุรี ณ เวลานี้ยังเป็นปริศนาว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด เป็นอุบัติเหตุหรือมีใครทำให้เสียชีวิตหรือไม่ และมีใครต้องรับผิดชอบกับชีวิตที่เสียไป สังคมดรามาเอาความรู้สึกตัดสินกันไปเองแล้ว
การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติของดาราสาวมีเหตุให้ต้องสงสัยมีพิรุธหลายแห่ง นับตั้งแต่ร่างจมหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวละครบนเรือที่ช่วงแรกอยู่ในฐานะพยานมีด้วยกัน 5 คือ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ไฮโซ ปอ เจ้าของเรือ, นายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร หรือ จ๊อบ, นายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือ เบิร์ต, น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้จัดการส่วนตัว และ น.ส.วิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน
โดยในเวลา 22.40 น. วันที่ 24 ก.พ. กู้ภัยแจ้งเหตุด่วนมีผู้พลัดตกเรือจมหาย เมื่อเข้าตรวจสอบหาพิกัดกลับไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัด กว่าที่เรือสปีดโบ๊ตจะเข้าฝั่งก็เกือบเที่ยงคืน
หนึ่งในพยานคือ แซน เขียนข้อความใส่กระดาษคนจมน้ำคือ “แตงโม-นิดา” ก่อนที่ทั้งหมดจะรีบเดินทางกลับ ปล่อยให้หน่วยกู้ภัยดำเนินการกันเอง ซึ่งมันผิดวิสัยปุถุชนทั่วไป ที่หนึ่งชีวิตของเพื่อนจมหายไปต่อหน้า กลับไม่ยอมอยู่ช่วยหรือแสดงความห่วงใย ไม่ยอมแจ้งให้บุคคลในครอบครัวทราบ หนำซ้ำยังตัดขาดการติดต่อ กว่าจะโผล่หน้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ข้ามไปอีกวัน ผู้จัดการส่วนตัวยังแถว่า ไม่รู้ขั้นตอนกระบวนการว่าหลังเกิดเหตุแล้วต้องเข้าให้การกับตำรวจ
คดีนี้ไม่ใช่คดีที่ซับซ้อน แต่ทำทุกอย่างมีเงื่อนงำไปหมด ไม่มีการตรวจร่างกาย ไม่มีการตรวจสารเสพติด ทั้ง 5 คนนำเรือกลับอู่จอดแยกย้ายกลับบ้าน นักสืบโซเชียลต้องออกมาโหมกระพือ กระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายถึงเดินหน้า พบว่าเรือลำที่เกิดเหตุใบเสียภาษีประจำปีขาดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา คนขับเรือไม่มีใบอนุญาตให้บังคับเรือ แจ้งข้อหานายตนุภัทรและนายไพบูลย์ไม่มีใบอนุญาตบังคับเรือ มีอัตราโทษความผิดอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมกำลังรอคำตอบ “แตงโม” เสียชีวิตเพราะเหตุใด ใครทำให้เสียชีวิต พยานทั้ง 5 คนระบุว่า ดาราสาวไปนั่งฉี่ท้ายเรือก่อนพลัดตกเอง โดยอ้างว่าปวดฉี่จึงไปทำธุระส่วนตัวที่ท้ายเรือ โดยมือทั้ง 2 ข้างจับขา “แซน” ที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ท้ายเรือ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ววนเรือหาแล้วไม่เจอ
แต่คำให้การมันย้อนแย้งวกไปวนมากับข้อเท็จจริง เมื่อดาราสาวใส่บอดี้สูท มือทั้ง 2 ข้างจับขาขณะนั่งแล้วจะถ่ายเบาได้อย่างไร หรือมือหนึ่งจับขาแซน อีกมือหนึ่งไปแหวกบอดี้สูทก็เป็นไปได้ยาก ขนาดเรือจอดนิ่งอยู่ก็แทบเป็นไปไม่ได้ นักสืบโซเชียลจับโป๊ะ พยานหลายคนมีร่องรอยการขีดข่วนและฟกช้ำที่ร่างกาย ถึงต้องเรียกตัวไปตรวจร่างกายอีกรอบ
สังคมจับจ้องไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายคนเป็นบุคคลมีชื่อเสียง เช็กไทม์ไลน์แต่ละคนล้วนมีหน้ามีตาในสังคม ฐานะร่ำรวย และยังมีกระแสข่าวว่าบุคคลมีสีพยายามจะเข้ากดดันแทรกแซงการทำงานของตำรวจ
“บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องขยับเรียกประชุมนักสืบฝีมือดีคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตให้เร็วและรัดกุมที่สุด โดยเน้นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมี พล.ต.ท.ประจวบ วงษ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เข้าไปกำกับดูแลและรายงานผลความคืบหน้าของคดีเป็นระยะ ตอบคำถามสังคมได้ มีเหตุผลรับรอง
“บิ๊กปั๊ด” ย้ำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นเครื่องพิสูจน์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ตำรวจไซเบอร์ พนักงานสืบสวนสอบสวนฝีมือดีเร่งคลี่คลายคดี ผลการชันสูตรเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจจมน้ำ พบโคลนในปอด เสียชีวิตหลังจากพลัดตกเรือ บาดแผลที่ขาขวามีขนาดใหญ่ เกิดจากของมีคมไม่สามารถระบุชนิดได้ ไม่เหมือนการต่อสู้ กระเพาะปัสสาวะเน่า ไม่สามารถพิสูจน์ของเหลวด้านในได้ บาดแผลส่วนอื่นที่พบบนร่างกายเกิดจากการเปลี่ยนสภาพของศพ
ส่วนผลการตรวจร่างกายของพยานพบรอยข่วนใหญ่กว่าเล็บ รอยฟกช้ำถูกของแข็งกระแทก แต่ไม่สามารถระบุได้คืออะไร ผลการตรวจสารดีเอ็นเอและผลตรวจเลือดยังต้องรอผลทางแล็บเพื่อความชัดเจน
การค้นหาความจริงยังคงเดินหน้าทั้งการนำพยานทั้งหมดจำลองเหตุการณ์เพื่อประกอบคำให้การว่าสอดคล้องกันหรือไม่ นำเรือลำที่เกิดเหตุวิ่งทดลองความเร็ว เส้นทางทางการวิ่งเทียบกับข้อมูลจีพีเอสที่พยานให้การสอดคล้องกันหรือไม่
หัวหน้าคณะชุดคลี่คลายคดี พล.ต.ท.ประจวบ ยืนยันผลตรวจทางวิทยาศาสตร์จะสามารถพิสูจน์ได้ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถบิดพลิ้วได้ ทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอิทธิพลจากที่ไหนมาทำให้พนักงานสอบสวนขาดความยุติธรรม
ในคดีนี้แม้แต่ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังให้ความสำคัญ ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนเร่งรัดการทำคดี ด้วยหลักฐานด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ มีความโปร่งใส และจะตรวจสอบทุกประเด็นที่เป็นไปได้ เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และยังเตือนสตินักสังสรรค์ทางน้ำ ต้องเพิ่มความระมัดระวังตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายโดยไม่คาดคิด
คดีมหาชนนี้กำลังถูกจับจ้องจากสังคม มีทั้งผู้ให้กำลังใจตำรวจหาหลักฐานเอาคนผิดมาลงโทษ และจ้องถล่มพิพากษาคดีไปแล้วล่วงหน้า หลักฐานพยานแวดล้อม พยานบุคคล พยานวัตถุล้วนแต่สำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จะสามารถไขปริศนาการเสียชีวิตของดาราสาวได้
“บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. หนึ่งในยอดนักสืบเมืองไทย จะใช้ประสบการณ์พิสูจน์ความจริง หาความจริงให้กับกระแสสังคมได้หรือไม่ แม้ความสงสัยหรือความรู้สึกจะนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนไม่ได้ แต่คำตอบที่หลักสากลพิสูจน์ใช้กันจะไขปริศนาการเสียชีวิตของ “แตงโม-นิดา” ได้ เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ออกมาแล้วจะต้องตอบข้อสงสัยของสังคมได้ในทุกประเด็น ว่าใครที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางคดีอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

