แผนตั้งรับ-สู้คดี พรรคประชาชน ลุ้น24เม.ย.ศาลฎีกาไม่สั่งพักงาน

หลัง สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 24 เม.ย. ศาลฎีกาฯ นัดประชุมองค์คณะของศาลฎีกาเพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในช่วงสภาฯ หลังเลือกตั้งปี 2562

ทำให้ พรรคประชาชน เตรียมแผนตั้งรับโดยทันที เพราะใน 44 อดีต สส.ก้าวไกลดังกล่าว ปัจจุบันเป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน ที่ล้วนเป็นแกนนำ-ดาวอภิปรายในสภาฯ ของพรรค ไล่ตั้งแต่หัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เป็นต้น

โดยลุ้นยกแรก คือลุ้นว่า ศุกร์นี้ 24 เม.ย. ศาลฎีกาฯ จะรับคำร้องไว้ไต่สวนหรือไม่ และหากรับไว้ไต่สวน จะมีคำสั่งให้ 10 สส.พรรคส้ม หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส.ไว้จนกว่าจะมีการอ่านคำตัดสินหรือไม่?

ทั้งนี้ การไต่สวนขององค์คณะจะดำเนินไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 โดยองค์คณะฯ ที่พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการฝ่าฝืนจริยธรรมฯ ทางศาลฎีกาฯ มีการตั้งไว้อยู่แล้ว ไม่ต้องให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ มาประชุมเพื่อเลือกองค์คณะ 9 คน เหมือนกับการไต่สวนคดีร้องเอาผิดคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

องค์คณะที่จะพิจารณาคดี หลักๆ จะประกอบด้วย รองประธานศาลฎีกา-ประธานแผนกคดีในศาลฎีกาฯ-ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและผู้พิพากษาศาลฎีกา จะไม่มีผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีการ่วมเป็นองค์คณะ

สำหรับการไต่สวน ดำเนินไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ที่กำหนดไว้ว่าให้ไต่สวนคดี เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามปกติคำร้องไต่สวนคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ จะใช้เวลาราวๆ 9-12 เดือน แต่อาจช้าหรือเร็วกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับ รูปคดี-กระบวนการสู้คดี-พยานหลักฐานมีมากน้อยแค่ไหน

หากศาลฎีกาฯ สั่งให้ 10 สส.พรรคส้มหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จะทำให้เสียงฝ่ายค้านในสภาฯ หายไป 10 เสียง แต่ที่สำคัญกว่าคือ ทำให้พรรคประชาชนขาดตัวหลัก-คีย์แมนในการทำงานในสภาฯ ไปร่วมปี รวมถึงผลต่อขวัญกำลังใจของ สส.พรรคส้มและกองเชียร์ที่ต้องลุ้นว่าจะต้องมีการปรับทัพ-เตรียมรับไม้ต่อทางการเมือง จากรุ่นเท้ง-ณัฐพงษ์ ที่เป็นรุ่น 3 ต่อจากรุ่น 1 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรุ่น 2 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อส่งต่อให้รุ่นที่ 4 หรือไม่ ถ้าณัฐพงษ์กับพวกไม่รอด ศาลฎีกาฯ มีคำตัดสินว่า ผู้ถูกร้องทั้งหมดทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ และตัดสินลงโทษตามท้ายคำร้องของ ป.ป.ช.ที่ขอให้ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี ทั้ง 44 คน

และยังไม่นับรวมกับกลุ่มอดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลที่โดนตัดสิทธิการเมือง 10 ปี ในคดียุบพรรคก้าวไกลที่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม 44 คนด้วย เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์-อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล-ปดิพัทธ์ สันติภาดา ซึ่งกลุ่มเหล่านี้หากโดนดาบ 2 จากคดีแก้ 112 รอบนี้แบบจุกๆ อาจถึงขั้นถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

ถึงชั่วโมงนี้จับทิศทางได้ว่า แกนนำพรรคประชาชน-สส.พรรคส้ม ยังมั่นใจลึกๆ ว่า คดีนี้ “สู้ได้-ลุ้นชนะ” เพราะมองว่าการพิจารณาคดีนี้ของศาลฎีกาฯ ที่เป็นศาลยุติธรรมและเป็นศาลสูง แม้จะใช้ระบบไต่สวนเช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นต้นเรื่องทำให้เกิดคดีเอาผิดอดีต 44 สส.ก้าวไกล เพราะคดีนี้เกิดจากศาล รธน.ตัดสินยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง จากมูลเหตุเช่น ใช้ตำแหน่ง สส.ประกันตัวแกนนำม็อบสามนิ้ว ที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงตอนเป็น สส.หลังปี 2562 ร่วมกันลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 จึงทำให้มีคนนำผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.คดียุบพรรคก้าวไกล ไปร้อง ป.ป.ช. จนสุดท้าย ป.ป.ช.ฟันฉับ ตั้งข้อหาฉกรรจ์ยื่นศาลฎีกาฯ

แต่ฝ่ายพรรคประชาชนมองว่า การไต่สวนคดีของศาล รธน. แม้รัฐธรรมนูญจะให้คำตัดสินมีผลผูกพันกับทุกองค์กร แต่ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาฯ ต้องยืนตามศาล รธน.

เพราะศาลฎีกาฯ ยึดหลักสำคัญในการไต่สวนคดีคือดูที่ เจตนา ซึ่งหากองค์คณะมองว่าการลงชื่อแก้ 112 เป็นการทำตามหน้าที่ของ สส.ตามรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาฯ ก็ยกคำร้อง ตัดสินว่าไม่ผิดได้  

ซึ่งมีให้เห็นมาแล้วกับกรณีที่ศาลฎีกาฯ ยกคำร้องไม่เอาผิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ถูก ป.ป.ช.ยื่นเอาผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หลังศาลปกครองสูงสุดและศาล รธน.ตัดสินสอดคล้องกันว่า มติ ครม.ยุคยิ่งลักษณ์ที่ย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากเลขาธิการ สมช. เป็นมติ ครม.ที่ไม่ชอบ มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน จน ป.ป.ช.เอาคำวินิจฉัยศาล รธน.มาร้องเอาผิดยิ่งลักษณ์

ทว่า ศาลฎีกาฯ ตัดสินตรงกันข้าม บอกว่ายิ่งลักษณ์ไม่ได้กระทำความผิด ยกคำร้อง เรียกว่าสวนทางกับศาลปกครองสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญ เคสดังกล่าวทำให้พรรคประชาชนมั่นใจว่าคดีนี้พลิกชนะได้!

เบื้องต้นแผนสู้คดีของพรรคประชาชน ที่มี “นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของพรรค เป็นหัวหน้าทีมในการสู้คดีกับ ป.ป.ช.” เปิดไพ่ออกมาว่า พรรคมีแนวทางสู้คดีหลักๆ คือ

1.อำนาจตุลาการไม่สามารถมาล่วงละเมิดการพิจารณาเนื้อหาของฝ่ายนิติบัญญัติได้

ที่คงหมายถึงมองว่า การลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นการทำหน้าที่ของ สส.ตามปกติ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้ สส.มีอำนาจในการเสนอกฎหมายหรือเสนอแก้กฎหมาย คดีนี้ศาลฎีกาฯ จึงไม่ควรพิจารณาเอาผิด สส.ได้ ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่ายคือ บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ

2.ข้อต่อสู้เฉพาะบุคคล เพราะแม้ 44 คนจะถูกเหมารวมเป็นสำนวนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แต่ละคนถูกกล่าวหาด้วยวิธีการเฉพาะตัว ดังนั้นต้องมีการสืบเจตนาและพฤติการณ์เฉพาะตัวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา ว่ามีเจตนาหรือไม่อย่างไร

อ่านขาดไพ่ใบนี้ของพรรคส้มได้ว่า หลักนี้จะทำให้การไต่สวนคดีใช้เวลานาน เพราะต้องการให้ศาลฎีกาเรียกทั้ง 44 คน มาเบิกความไต่สวนทุกคน และสุดท้าย หากจะต้องลงโทษเอาผิด บทลงโทษต้องมีความหนัก-เบาแตกต่างกันไปตามพฤติการณ์แต่ละคน ไม่อาจลงโทษแบบเหมารวม

3.กระบวนการทำคดีของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งยกคดีทั้งหมด หรือย้อนกระบวนการพิจารณาใหม่

ที่น่าสนใจคือ พรรคประชาชนจะจัดประชุมใหญ่ประจำปี ในช่วง 24-26 เม.ย.นี้พอดี ซึ่งหากศุกร์นี้รู้ผลทันที เช่น ศาลฎีกาฯ สั่งให้เท้ง-ณัฐพงษ์ และพวกอีก 9 คน  หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.

คาดหมายกันว่า ณัฐพงษ์อาจลาออกจากหัวหน้าพรรค แล้วดัน วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน เพื่อไปรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ที่ต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยเท้งจะถอยไปเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งจะตรึงทัพพรรคประชาชนไว้แบบนี้ไปจนกว่าศาลฎีกาฯ จะมีคำตัดสินคดีนี้ออกมา จากนั้นค่อยมาว่ากันใหม่หลังคดีจบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' ไล่บี้รัฐบาลปัดตกร่างแก้รธน. โวยกติกาสูงสุดฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน

'เท้ง' จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถามอำนาจถกกฎหมายอยู่ใครกันแน่ เหน็บคุยหลังบ้านทั้งสภาล่าง-สภาบน ถึงมั่นใจทั้ง 34 ฉบับผ่านฉลุย ซัดกติกาสูงสุดประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน

สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน

ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

สัมพันธ์ลึก“ชัชชาติ-กลุ่มคนทำงาน” โหนผู้ว่าฯกทม.?-กัปตันทีมมีคำตอบ

สนามเลือกตั้ง เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร กับศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 50 เก้าอี้ ที่จะเปิดรับสมัครผู้ลงชิงชัย ระหว่าง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. และเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.

ยุทธการถอนรากนอมินีเปิดทาง"สมุย-พะงันโมเดล  เมื่อสวรรค์นทท.กลายเป็นขุมทรัพย์ต่างชาติ

​ชั่วโมงนี้ถ้าใครไปเที่ยวเกาะพะงัน หรือเกาะสมุย ความรู้สึกมันอาจจะเปลี่ยนไป จากที่เคยรู้สึกว่านี่คือสวรรค์ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แต่ตอนนี้มันเริ่มมีกลิ่นอายของ