ปูทาง‘ศักดิ์สยาม’คัมแบ็กรมต.? รอ ป.ป.ช.เปิดปากเคลียร์ปล่อยผี

มีการวิเคราะห์กันว่า 1 เก้าอี้รัฐมนตรีที่ ‘ครม.อนุทิน 2เว้นไว้ เก็บไว้ให้ ‘เสี่ยโอ๋’ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

สาเหตุที่มีการวิเคราะห์กันแบบนั้น เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่งมีมติ "ยกคำร้อง" กล่าวหา นายศักดิ์สยาม กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กล่าวหาการถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

ซึ่งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว สวนทางกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อต้นปี 2567 ที่มติ 7 ต่อ 1 วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง กรณีคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นการกระทำเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187

ทั้งนี้ ศาล รธน.ได้ไล่เส้นทางการเงินอย่างละเอียด พบว่าเป็น “นิติกรรมอำพราง” เพื่อให้บุคคลอื่น หรือ "นอมินี" ถือหุ้นแทน

ดังนั้นเมื่อ ‘ศักดิ์สยาม’ พ้นมลทินใน ป.ป.ช. ทำให้เกิดข้อกังขา และข้อสังเกตว่า เป็นการฟอกขาวเพื่อปูทางสู่การคัมแบ็กการเมืองหรือไม่

การตีตกคำร้องคดีนี้ใน ป.ป.ช.ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่องค์กรอิสระต่างๆ ถูกมองว่า ล้วนเชื่อมโยงกับ ‘เครือข่ายสีน้ำเงิน’ ที่กำลังครองอำนาจอยู่ ไม่ว่าจะในฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า จะมีการชี้แจงรายละเอียดคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังสังคมให้ความสนใจ แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีใดๆ เกิดขึ้นนับจากนั้น        ขณะเดียวกัน เกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันขึ้นมาว่า ท้ายสุดแล้ว ‘ศักดิ์สยาม’ จะกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ ในเมื่อพ้นคดีอาญาในมือ ป.ป.ช.แล้ว

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น ถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การที่ ป.ป.ช.ไม่ดำเนินคดีในส่วนหนึ่ง จึงไม่ได้หมายความว่า จะล้างมลทินในส่วนของลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญได้ทั้งหมด เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามขาดคุณสมบัติ เนื่องจากการซุกหุ้นไปแล้ว กรณีนี้ย่อมเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98

 “นายศักดิ์สยามไม่น่าจะสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ เพราะความซื่อสัตย์สุจริตที่เป็นที่ประจักษ์ถือเป็นคุณสมบัติบังคับที่สำคัญมากสำหรับคนที่จะเป็นรัฐมนตรี”

กระนั้นมีบางฝ่ายมองว่า สามารถกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ หรือกลับมาเป็น สส.อย่างเดียวได้ ในเมื่อมลทินคดีอาญาใน ป.ป.ช.พ้นไปแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงนี้คงต้องมีการตีความกันต่อ เพียงแต่จะตีความได้ต่อเมื่อมีกรณีเกิดแล้วเท่านั้น นั่นคือ มีการเสนอชื่อนายศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรีแล้ว

แน่นอนว่า ภายใต้ความคลุมเครือนี้ หากเป็นในยุคปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จะกล้าทูลเกล้าฯ ถวายเสนอชื่อหรือไม่ เพราะมีบทเรียนมาแล้วเป็นกรณีตัวอย่าง นั่นคือ กรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่เสนอชื่อ นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ จนสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกฯ

 ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งคำถามว่า ป.ป.ช.ที่ปัจจุบันถูกเลือกมาโดย สว.ชุดนี้ ที่มีคดีถูกกล่าวหาว่าเป็น "สว.สีน้ำเงิน" อยู่ถึง 4 จาก 9 คน ว่าใช้มาตรฐานเดียวกันกับ "ทุกคำร้อง" ที่เข้าสู่ ป.ป.ช.หรือไม่

แม้หลายฝ่ายจะมองว่า ‘เครือข่ายสีน้ำเงิน’ กุมสภาพองค์กรอิสระได้ทั้งหมดในขณะนี้ แต่การทำอย่างนั้นอาจเป็นการท้าทายกระแสสังคมมากเกินไป เพราะแค่ ป.ป.ช.ตีตกคำร้องดังกล่าว ยังเกิดคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงบรรทัดฐาน โดยเฉพาะมีการนำไปเปรียบเทียบกับคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล 

ซึ่ง ‘เครือข่ายสีน้ำเงิน’ ที่มีความเขี้ยวทางการเมืองคงไม่เลือกเดินทางนั้นในเร็วๆ นี้ ต่อให้จะทำได้ก็ตาม

อีกทั้งนายศักดิ์สยามเอง แม้วันนี้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ยังมีพาวเวอร์ในพรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่ข้าราชการในบางกระทรวงอยู่ไม่น้อย ไม่จำเป็นต้องกระเหี้ยนกระหือรือรีบเข้ามา

การปลดบ่วงใน ป.ป.ช. หากจะมองว่าเป็นการตัดจบในคดีอาญา ซึ่งมีโทษร้ายแรง ทั้งจำคุก และตัดสิทธิทางการเมือง ไม่ให้ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลให้ยืดเยื้อ และสุ่มเสี่ยงดูจะมีน้ำหนักกว่าการปลดเปลื้องเพื่อให้มานั่งรัฐมนตรีในยุคนี้

ส่วนอนาคตเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์ในขณะนั้น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สังคมสนใจไม่แพ้กันอีกเรื่องคือ รายละเอียดและเหตุผลว่า ทำไม ‘ป.ป.ช.’ จึงปล่อยผีคดีนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ป.ป.ช.ไม่สามารถตัดจบได้ และยิ่งปล่อยให้คลุมเครือเท่าไหร่ ยิ่งมีคำถามมากมายตามมาเท่านั้น

หลายคดีใน ป.ป.ช.ที่ตัดจบโดยไม่มีคำอธิบาย หรือคำอธิบายที่ไม่เคลียร์ มักกลายเป็นการเปิดประเด็นใหม่อยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น กรณี แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ที่ใช้เวลานานหลายปี แต่คนยังเกาะติดอยู่

แล้วครั้งนี้ ป.ป.ช.ระบุว่า จะมีการชี้แจง สังคมจึงรอคอย?.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไชยชนกลุยไฟTH-AI Passport บนข้อกังขา 'สีน้ำเงินคอนเนกชัน' แจงไม่เคลียร์เสี่ยงฉุดรัฐบาลทรุด!

เสียรังวัดทางการเมืองมากพอสมควรสำหรับ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพี่ใหญ่-บิ๊กบราเธอร์ขั้วสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักกับความพยายามเดินหน้า

‘สตช.-ดีอี’ลุยเว็บพนันบอลโลก ‘ปราบจริง’หรือ'แค่พอเป็นพิธี'

เสียงนกหวีดดัง เริ่มการฟาดแข้งสุดยอดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก” FIFA World Cup 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันรวม 104 แมตช์ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 39 วัน คู่เปิดสนามเวลาตี 2 บ้านเรา เจ้าภาพเม็กซิโก-แอฟริกาใต้ ที่สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา เม็กซิโก ซิตี

28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"

เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569

ทุบ"ชัชชาติ"ขยี้"ระบอบอากง" หมัดนี้ยังไม่น็อก แต่เสี่ยงแต้มหลุดเป้า

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็จะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้

'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'

องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย