หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก
หลักๆ ก็แค่ดัน เดอะจ้อน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ จากรองหัวหน้าพรรคมาเป็นเลขาธิการพรรค แทน ศรายุทธ ใจหลัก ที่ขอลาออกจากพรรคตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง เพื่อไปทำงานหลังฉากให้กับพรรคตามที่ตัวเองถนัด โดยเฉพาะงานมวลชน-การทำสาขาพรรค หลังก่อนหน้านี้ศรายุทธได้รับการร้องขอจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อนรักตั้งแต่สมัยทำกิจกรรมนักศึกษาให้ออกมาทำงานการเมืองหน้าฉาก หลังทำงานการเมืองให้พรรคส้มหลังฉากมาหลายปี เพื่อมาเป็นเลขาธิการพรรคประชาชน หลังก้าวไกลโดนยุบพรรค 2 วัน
สำหรับ จ้อน-พิจารณ์ เข้ามาอยู่กับพรรคส้ม อนาคตใหม่ ตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรค โดยเป็นหนึ่งในนักการเมือง กลุ่มเพื่อนเอก ที่มีความแนบแน่นใกล้ชิดกับ "เอก-ธนาธร" ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และหัวหน้าพรรคส้มตัวจริง ทั้งยุคอนาคตใหม่-ก้าวไกลจนถึงพรรคประชาชน
โดยพิจารณ์เป็นหนึ่งใน นายทุนพรรค-ผู้สนับสนุนพรรคส้ม ในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งพิจารณ์ลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์และได้ลำดับต้นๆ คือลำดับที่ 10 แต่ตอนเลือกตั้งปี 2562 กับ 2569 เขากลับไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่เป็นคนซึ่งมีบทบาทในพรรคสูง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร และโดยเฉพาะฝั่งธนบุรี
อย่างตอนช่วงหลังเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้ สส.มาอันดับ 1 และได้จัดตั้งรัฐบาลก่อนเพื่อไทย หนึ่งในคีย์แมนของพรรคที่ไปคอยเดินสายเจรจาตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆ และกลุ่ม สว.ที่ตอนนั้น สว.ชุดที่แล้วยังมีอำนาจในการโหวตนายกฯ ก็คือพิจารณ์ และตอนเลือกตั้งรอบล่าสุดปี 2569 พิจารณ์ก็ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ทั้งที่เป็นรองหัวหน้าพรรค
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 2 รอบ แต่คนในพรรคก็รู้กันดีว่า หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล ชื่อของพิจารณ์ได้เป็นรัฐมนตรีระดับว่าการฯ แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนสาเหตุที่ทำไมพิจารณ์ไม่ลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. ก็มีกระแสข่าวพูดกันในพรรคหลายกระแส บ้างก็ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวบางอย่าง
เช่น คนในพรรคพูดกันไปว่า เพราะทางครอบครัวทำธุรกิจระดับพันล้านบาท ในชื่อ บริษัท พัมคิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือช่างแบรนด์ "พัมคิน-PUMPKIN" ที่มีฐานธุรกิจ ทั้งการผลิตและการจำหน่ายในหลายประเทศทั้งในเอเชีย-อเมริกาใต้-ตะวันออกกลาง ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจระดับพันล้านฐานะดี ทำให้พิจารณ์เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนพรรคมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยเข้ามาร่วมงานกับพรรค เพราะชื่นชมในแนวคิดการเมืองของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยะบุตร แสงกนกกุล
อย่างไรก็ตาม ลือกันว่า หลังพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล ขยับการเมืองแรงหลายครั้ง จนตกเป็นเป้าว่า ฝ่ายชนชั้นสูง-กลุ่มชนชั้นนำ ไม่พอใจในบทบาทหลายอย่างของพรรคส้ม เช่น การที่ สส.ของพรรคส้ม ตอนช่วงหลังเลือกตั้งปี 2562 ที่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และเปลี่ยนมาเป็นพรรคก้าวไกล มีการร่วมลงชื่อแก้ 112 ซึ่งในอดีต สส. 44 คนมีชื่อของพิจารณ์ด้วย หรือการที่พรรคไฟเขียวให้ สส.ของพรรคเอาตำแหน่ง สส.ไปยื่นประกันตัวแกนนำม็อบสามนิ้วที่ถูกดำเนินคดีสมัยก่อม็อบสามนิ้ว ที่มีการเรียกร้องให้แก้ 112 และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น
หลายบทบาทดังกล่าว ทำให้ คนในพรรค-สส.พรรคส้มตอนหลังเลือกตั้งปี 2562 บางส่วน โดยเฉพาะคนที่ครอบครัวตัวเองทำธุรกิจ ก็ไม่อยากตกเป็นเป้า เลย โลว์โปรไฟล์ ตัวเอง
อย่างเช่น “ป๊อป-วรรณวรี ตะล่อมสิน อดีต สส.กทม.เขต 3 พรรคอนาคตใหม่” ซึ่งครอบครัวทำธุรกิจหลายอย่าง เช่น ผลิตและจำหน่ายพลาสติกและเครื่องจักรกล-อุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่าง-โรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ธนาธรชื่นชมมาก แต่ตอนที่ให้มีการลงชื่อแก้ 112 วรรณวรีไม่ได้ไปร่วมลงชื่อด้วย และต่อมาเลือกตั้งปี 2566 ก็โบกมือลา ไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล วางมือการเมืองนับแต่นั้น หรือ “วินท์ สุธีรชัย อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่” ที่ครอบครัวทำธุรกิจพันล้าน ในชื่อ บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด ที่ผลิตเหล็กกลางน้ำ เช่น เหล็กม้วนรีดร้อน ที่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อแก้ 112 และก่อนเลือกตั้งปี 2566 ก็ออกจากก้าวไกล ไปตั้งพรรครวมไทยยูไนเต็ด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เลยเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ปัจจุบันก็เงียบหายไปทางการเมืองอีกคน
ทำให้เมื่อพิจารณ์ไม่ลงเลือกตั้งตอนปี 2566 ทั้งที่มีบทบาทในพรรคสูง คนในพรรคส้มเลยมองไปในทางเดียวกันว่า อาจเพราะเหตุผลส่วนตัวเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว รวมถึงเหตุผลส่วนตัวบางอย่างที่มีแค่ไม่กี่คนที่รับรู้
อย่างไรก็ตาม แม้พิจารณ์จะไม่ลงเลือกตั้งมาแล้ว 2 รอบ แต่ที่ผ่านมาเขาอยู่เบื้องหลังการทำงานการเมืองของพรรคมาตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.ที่ก็เป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการวางตัว-คัดเลือกตัวคนลงสมัคร สส.เขต กทม.จนทำให้พรรคประชาชนกวาด สส.เขต กทม.ยกแผง 33 คน และเชื่อว่าพิจารณ์ก็มีบทบาทสำคัญในการวางตัวผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขตที่ประกาศชื่อหมดแล้ว จะเหลือก็แค่การรอเปิดตัว “แคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคประชาชน” ที่คนในพรรคเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเป็นใคร และคาดว่าพิจารณ์ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมตัดสินใจว่าจะส่งใคร หลังโผพลิกไปมาหลายชื่อ แต่รอบนี้ร่ำลือกันว่า ถ้าโผไม่พลิกอีก จะเป็นคนในพรรคซึ่งหลายคนรู้จักกันดี ดีกรีปริญญาเอก โปร์ไฟล์การศึกษา-การทำงาน พรรคเชื่อว่าพอขายได้ใน กทม. แต่ไม่ใช่ ดร.ต้น วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่กำลังแฮปปี้กับบทบาท สส.ในสภาฯ
การที่พรรคส้มปรับทัพ โดยยังให้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนต่อไป ต่อจากนี้ต้องดูว่า โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะนำชื่อณัฐพงษ์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้เมื่อใด
ส่วนการที่ณัฐพงษ์ที่ปัจจุบันมีสถานะตกเป็น "ผู้คัดค้าน" ที่ศาลฎีกาฯ ในคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ซึ่งหากเป็นคดีอย่างอื่น เช่น คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเรียกว่า “ผู้ถูกร้อง” การที่ตัวณัฐพงษ์มีคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลฎีกาฯ แล้วจะทำให้โสภณอาจกังวลใจหรือชะลอการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ เพื่อขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายของสภาฯ ก่อน เป็นเรื่องที่ต้องรอดูต่อไป แต่พรรคประชาชนคงไม่ยอมให้ช้า ด้วยเหตุว่า การที่ศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ณัฐพงษ์หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส. มันก็ชัดเจนแล้วว่า ณัฐพงษ์ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงมีสิทธิอันชอบธรรมในการที่จะเข้าไปเป็นผู้นำฝ่ายค้านสมัยที่ 2
ส่วนการทำงานระหว่างหัวหน้าพรรค-ณัฐพงษ์ กับพิจารณ์ เลขาธิการพรรค จะเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะคุ้นเคยกันดี เพราะไม่ใช่แค่ทั้ง 2 คน คือ สายตรงตึกไทยซัมมิท-ธนาธร เท่านั้น แต่ทั้งคู่มีฐานการเมือง-ธุรกิจอยู่ในฝั่งธนฯ ด้วยกันทั้งคู่
เท้งก่อนหน้านี้ก็เป็น สส.ฝั่งธนบุรี อนาคตใหม่ ก่อนขยับขึ้นปาร์ตี้ลิสต์ ส่วนพิจารณ์รับผิดชอบพื้นที่ฝั่งธนฯ ให้พรรคส้ม ที่ผ่านมาทั้ง 2 คนมักใช้ตึกที่ทำการพรรคส้มอีกแห่ง ย่านถนนเพชรเกษม ที่เป็นตึกส่วนตัวของเท้ง ซึ่งเอามาทำที่ทำการพรรค เป็นแหล่งพบปะหารือการเมืองในวงไวน์กันมาตลอดหลายปี
พรรคประชาชน ยุคณัฐพงษ์เป็นหัวหน้า-พิจารณ์เป็นแม่บ้านพรรค จะโดดเด่นมากขึ้นหรืออับแสง รอดูกันยาวๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เท้ง’เย้ยรบ.เปราะใน
"ปชน." เคาะ "ณัฐพงษ์" นั่ง หน.พรรคเหมือนเดิม นำทัพรีเซตพรรคสู้ระบอบอุปถัมภ์-กินรวบ
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่
‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’
มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน
ขุดคลิป 'ธนาธร' ย้อนถามหนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดนใน3จว.ชายแดนภาคใต้หรือไม่
มีการแชร์คลิปที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนหนึ่งว่า “จริง ๆ ในกรณีสามจังหวัดชายแดน ผมสามารถพูดถึงกรณีเปรียบเทียบในหลายพื้นที่ทั่วโลกได้เลยนะ
ยากถึงตัว“ผู้บงการ”ยิงรถสส. เข็น“พรรคประชาชาติ”ไปต่อ
นับแต่ “แม่ทัพยูร” พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้าคดียิงรถยนต์ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.เขต 5 พรรคประชาชาติ

