จันทร์นี้ 18 พ.ค. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ อันเป็นการลาออกก่อนครบวาระ 21 พ.ค.ไม่กี่วัน จากเหตุผลส่วนตัวที่จะเดินทางไปร่วมงานรับปริญญาลูกชายที่ต่างประเทศ และเพื่อจะได้เข้าสู่สนามเลือกตั้ง กทม.ได้อย่างเต็มตัว ไม่ต้องรักษาการในช่วงหาเสียง จะได้ลุยได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงโดนร้องเรียนอะไรต่างๆ หากลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.แล้วรักษาการไปด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลายคนคาดหมายไว้อยู่ก่อนแล้ว ก็เหมือนกับสมัยปี 2565 ที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็ลาออกก่อนครบวาระเพื่อไปหาเสียงเลือกตั้ง
ชัชชาติ ย้ำไว้ล่าสุดเมื่อ 17 พ.ค.ว่า ลงสมัครต่อในนามอิสระ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใด รวมถึงก็ชัดเจนว่าในการลงสมัครรอบนี้ ชัชชาติไม่ส่งผู้สมัคร สก.ลงประกบด้วย
กระนั้นในทางการเมือง หลายคนก็พอจะเห็น เงาชัชชาติ ทาบแนบสนิทกับ กลุ่มคนทำงาน กทม. ที่มี สก.เพื่อไทยตอนปี 2565 เกือบ 11 คนลงสมัครในนามกลุ่มคนทำงาน
ผสมกับบริบทหลายอย่าง เช่น การที่ชัชชาติปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มที่จะลงสมัคร สก.ในนาม "Better Bangkok" ที่ใช้สีเขียวที่เป็นสีเดียวกับที่ชัชชาติใช้ในการหาเสียงปี 2565 และคาดว่าจะใช้อีกครั้งในการหาเสียงรอบนี้ แต่ปรากฏว่า “ชัชชาติ” ไม่มีการปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับ "กลุ่มคนทำงาน กทม." ที่ก็ใช้สีเขียวในการทำแคมเปญหาเสียงเช่นกัน และเปิดตัวมาร่วมจะ 3 สัปดาห์แล้ว ทำให้แวดวงการเมืองยังคงมองและเชื่อว่าชัชชาติกับกลุ่มคนทำงานคือเนื้อเดียวกัน แต่รักษาระยะห่างของตัวเอง แล้วจบศึกเลือกตั้งค่อยไปทำงานร่วมกันที่เสาชิงช้า ศาลา กทม.หลัง 28 มิ.ย.
คาดว่าเมื่อรับสมัครผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.เสร็จสิ้นลง 28 พ.ค.-1 มิ.ย. ทางชัชชาติคงเปิดตัวนโยบายการบริหาร กทม.รอบใหม่ ที่คงเน้นการหาเสียงเพื่อให้คนกรุงเทพฯ เลือกเพื่อเข้าไปสานต่องาน กทม.ที่ค้างไว้ รวมถึงนโยบายใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวออกมาตอนหาเสียง
ส่วนเรื่อง ทีมผู้บริหาร กทม. คาดหมายกันว่าชัชชาติอาจทำเหมือนตอนปี 2565 คืออาจเปิดตัว-เปิดหน้าทีมงานบางส่วนที่เป็นทีมหน้าใหม่ๆ ในช่วงการหาเสียง แต่คงไม่เปิดชื่อทีมรองผู้ว่าฯ กทม.ออกมาก่อนวันเลือกตั้ง
ด้วยเพราะชัชชาติก็คงเชื่อเหมือนกับที่หลายคนเชื่อว่า หากคนกรุงเทพฯ จะเลือกชัชชาติ ก็เลือกที่ตัวชัชชาติ ไม่ใช่เพราะทีมรองผู้ว่าฯ ดังนั้นการหาเสียงจึงเน้นขายที่ตัวชัชชาติเป็นหลักเท่านั้น ส่วนนโยบายนอกจากเน้นการเข้าไปสานต่อนโยบาย เส้นเลือดฝอย ที่ใช้ตอนปี 2565 แล้ว ชัชชาติก็ต้องมีนโยบายใหม่ๆ ออกมาเพื่อขายคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะนโยบายที่เข้ากับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันและขายคนกรุงเทพฯ ได้
อาทิ หากเข้าไปเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย กรณีรถไฟขนสินค้าชนรถเมล์บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกลางกรุงเทพฯ ในส่วนของ กทม.จะมีบทบาทในการวางแผนแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรกับทางการรถไฟฯ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นต้น
คาดหมายว่า แคมเปญการหาเสียงของชัชชาติ นอกจากขอให้คนกรุงเทพฯ เลือกกลับไปเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 ภายใต้ธีม “Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน” แล้ว คาดว่าชัชชาติจะใช้เรื่อง ผลงาน การเป็นผู้ว่าฯ กทม.ในช่วง 4 ปี มาขายกับคนกรุงเทพฯ อันเป็นจุดได้เปรียบที่สุดของชัชชาติ เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันคนอื่น เพราะนำสิ่งที่ได้ทำมาแล้วมาบอกกับคนกรุงเทพฯ และขอโอกาสเข้าไปสานต่อ แต่คู่แข่งขันคนอื่นๆ ทั้งที่ลงในนามพรรคการเมืองและลงอิสระ ต่างมีแต่นโยบาย ความคิด-พิมพ์เขียว แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการบริหาร กทม. จึงไม่มีอะไรที่จับต้องได้มาขายกับคนกรุงเทพฯ ตอนหาเสียง
ยิ่งหากต้องไปขึ้นเวทีดีเบตกับชัชชาติด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ชัชชาติได้เปรียบอย่างมาก เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ไปครบมาหมดแล้วทุกสำนักงานเขตใน กทม.ทั้ง 50 เขต จึงทำให้เห็นภาพของ กทม.ได้ทั้งภาพใหญ่และภาพย่อย ลงลึกถึงตรอกซอกซอย ถนนต่างๆ ทั่วเมืองฟ้าอมร
จุดนี้ทำให้เวลาขึ้นเวทีดีเบต ชัชชาติย่อมพูดทะลุปัญหาของ กทม.ได้ดีกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ควบคู่ไปกับการขายผลงานที่ผ่านมา 4 ปีตามนโยบายเส้นเลือดฝอย ด้วยการชูว่า ที่หาเสียงไว้ทำได้จริงและสำเร็จไปหลายเรื่อง เช่น
- การเปิดระบบรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่าน Traffy Fondue ที่ว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนแจ้งปัญหาเข้ามา 1.2 ล้านเรื่อง โดยแก้ไขได้สำเร็จแล้วกว่า 1 ล้านเรื่อง คิดเป็น 81%
-การแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น ขุดลอกคลองและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ทำให้จุดที่ฝนตกหนักระยะเวลาการระบายน้ำลดลง จนลดปัญหาน้ำท่วมลงได้
-โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นที่ทำได้เกินเป้าหมาย ทำให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ กทม.
-สวน 15 นาทีหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนพื้นที่รกร้าง พื้นที่ขนาดเล็กตามชุมชนให้เป็นสวนสาธารณะที่คนเดินถึงได้ใน 15 นาที
รวมถึงอื่นๆ อาทิ การปรับปรุงถนนและทางเท้าหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ-การพัฒนาโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพฯ เช่น การให้มีห้องเรียนดิจิทัล - การเปิดเผยข้อมูลงบประมาณและโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.ตามนโยบาย Open Data - โครงการเปลี่ยนไฟถนนเป็น LED ทั่วกรุงเทพฯ ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น
ตลอดจนผลงานเกี่ยวกับด้านคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุขต่างๆ เช่น การสร้าง รพ. 5 แห่งในสังกัด กทม. เช่น โรงพยาบาลคลองสามวา - โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนีฯ - โรงพยาบาลทุ่งครุ ที่เพิ่งทำพิธีวางศิลาฤกษ์ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา - โรงพยาบาลสายไหม หรือโรงพยาบาลบุษราคัมจิตการุณย์ - โรงพยาบาลดอนเมือง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เป็นต้น
สิ่งที่ชัชชาติและทีมงานได้ทำไว้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน ในการทำให้เส้นทางการกลับเข้าศาลา กทม.อีกรอบ หลายคนจึงเชื่อว่า น่าจะชนะม้วนเดียวจบ
โดยเฉพาะจุดแข็งอีกเรื่องหนึ่งของชัชชาติก็คือ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีข่าวฉาวโฉ่เรื่อง "ทุจริตคอร์รัปชัน" ที่โยงถึงชัชชาติและทีมงานอย่างรองผู้ว่าฯ - ทีมที่ปรึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง
แม้ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะมีข่าวเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง-การจ้างงาน บางโครงการของ กทม.ที่ถูกวิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตว่าใช้งบสูงแพงเกินจริงอยู่บ้าง
เช่น การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในศูนย์หลายแห่งของ กทม. รวมวงเงินหลายสิบล้านบาท ที่พบว่า ราคาสูงกว่าความเป็นจริง แต่พอมีข่าวเกิดขึ้น ชัชชาติเข้าตรวจสอบทันที พร้อมกับประสานให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย และต่อมาพบว่าโครงการดังกล่าวส่อทุจริต แต่เป็นแค่ระดับเจ้าหน้าที่ของ กทม. ไม่โยงถึงฝ่ายการเมืองใน กทม.
หรือ โครงการสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง หรือ "ป้ายรถเมล์" ของ กทม. เมื่อปี 2568 ที่มีเสียงวิจารณ์ว่า คุณลักษณะไม่เหมาะสมกับราคาก่อสร้าง คือแพงเกินจริง แต่ทาง กทม.ก็ชี้แจงว่างบจัดสร้างที่ถูกมองว่าสูงเกินไป จริงๆ แล้วรวมงบการรื้อของเก่า เดินสายไฟ ปูพื้นใหม่ โดยยืนยันว่าทำตามหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง แล้วเรื่องก็เงียบหายไป
ทำให้จะเห็นได้ว่าช่วง 4 ปีของชัชชาติ แม้บางโครงการของ กทม.จะถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส-ความคุ้มค่า แต่ กทม.ก็สามารถเคลียร์ได้ระดับหนึ่ง
ที่สำคัญยังไม่มีข่าวทุจริตโยงไปว่าชัชชาติและทีมผู้บริหาร กทม.ว่าได้ผลประโยชน์ใดๆ ที่ทำให้เป็นชนักติดหลัง จุดนี้ทำให้คน กทม.จำนวนไม่น้อย อาจใช้เป็นเหตุผลในการเลือกชัชชาติก็ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เทพไท' เตือนระวังระบบอากง จุดติด?
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ระวัง ระบบอากง จุดติด?
'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'
องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย
เกม“ชายแดน-ประนอมภาคบังคับ” ไทยต้องไปให้สุดอย่ากลัว“สะดุดตอ”
สถานการณ์ชายแดนยังมีความวุ่นวายเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีถนนฝั่งกัมพูชาตัดเข้ามาถึงชายแดน เอื้อต่อการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเผชิญหน้ากับแนววางกำลังของทหารไทยในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี
“ทักษิณ”อิสรชนลุยหลังม่าน “ตัวแปร”เขย่า”กระดานการเมือง”
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569” ส่งผลให้ผู้ต้องราชทัณฑ์นับหมื่นรายทั่วประเทศได้รับอานิสงค์ หากแต่ในทางเมืองมันคือการปลดพันธนาการขั้นสุดท้ายของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของการเมืองไทย นั่นคือ ทักษิณ ชินวัตร
‘ปชป.’ทวงคืนแฟนคลับ เจนY-Zเทใจให้‘ชัชชาติ’
"ชัชชาติ" เดินเครื่องหาเสียงนำวิ่ง 9 กม. ประกาศพร้อมสานต่อพัฒนา
คนกรุงไม่เลือกผู้สมัครสังกัดพรรค ส่ออันตรายประชาธิปไตย
ชำแหละนิด้าโพล คนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ จากกระแส 'ชัชชาติฟีเวอร์' สะท้อนพรรคการเมืองอ่อนแอ สัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

