‘ไทยสมายล์บัส’ เปิดทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจ่ายเดินทางนำร่อง 23 เส้นทาง

‘คมนาคม’ จับมือ ‘ไทย สมายล์ บัส’ เปิดรับแตะจ่ายค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำร่อง 23 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.นี้ ปักธงครอบคลุม 124 เส้นทางภายใน 15 มิ.ย.นี้ คาดดึงผู้โดยสารเข้าระบบขนส่งสาธารณะเพิ่ม 2.5 แสนคน ต่อยอดรองรับนโยบายตั๋วร่วม

29 พ.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความร่วมมือในโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดินทางกับรถเมล์ไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส” ว่า รัฐบาลมีเป้าหมายยกระดับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และยังมุ่งขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาบริการประชาชน จากความร่วมมือกับ ไทย สมายล์ บัส ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพ มีความพร้อมแล้วที่จะเปิดให้ผู้ถือบัตรฯ ได้ใช้สิทธิบนรถเมล์โดยสารพลังงานไฟฟ้า และให้เริ่มนำร่องระยะแรก จำนวน 23 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.นี้เป็นต้นไป จากนั้นได้ให้แนวทางกานขยายไปในเส้นทางอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ-ปริมณฑลฯ 124 เส้นทาง ภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ นโยบายลดค่าครองชีพในการเดินทางของประชาชน นอกจากการสนับสนุนค่าเดินทางให้กับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว รัฐบาลยังเตรียมดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สำหรับภาคขนส่ง ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวบรวมผู้ให้บริการภาคขนส่งทุกกลุ่มเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย รถสองแถว รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ขณะที่ในส่วนของรถไฟฟ้า ปัจจุบันทราบว่ามีผู้ให้บริการร่วมลงทะเบียนเข้าโครงการแล้ว 8 เส้นทาง ประกอบด้วย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีทอง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง MRT สายสีน้ำเงิน MRT สายสีเหลือง และ MRT สายสีชมพู รวมไปถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบจ่ายค่าโดยสารของขนส่งสาธารณะที่เกิดขึ้นนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับบริการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งอนาคตรัฐบาลจะพัฒนาระบบตั๋วร่วม ที่ประชาชนจะสามารถแตะจ่ายค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทั้งระบบด้วยบัตรเพียงใบเดียว ไม่สร้างภาระในการเดินทางค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อน ทำให้ประชาชนสามารถลดค่าครองชีพและเลือกเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะอย่างสะดวก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้รถขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไทยสมายล์บัสเป็นผู้ให้บริการรถโดยสารไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100%

ขณะที่การต่อยอดลดค่าครองชีพภาคขนส่งของประชาชนนั้น ปัจจุบันกระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างศึกษาปรับรูปแบบการสนับสนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะออกแบบสัดส่วนเงินสนับสนุนให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้ถือบัตร อาทิ เพิ่มสัดส่วนวงเงินสำหรับการเดินทางภาคขนส่งให้มากกว่า 750 บาทต่อเดือน เป็นต้น โดยการดำเนินงานส่วนนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังโครงการไทยช่วยไทยพลัส

“ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพัฒนาบริการรถเมล์ให้ยกเลิกรถเมล์ร้อนที่มีราคาค่าโดยสาร 8 บาท โดยจะปรับเป็นรถเมล์แอร์ทั้งหมด ซึ่ง ขสมก.จะทยอยรับมอบรถเมล์แอร์เข้ามาในเดือน มี.ค.ปีหน้า ดังนั้นประชาชนที่เคยนั่งรถเมล์ราคา 8 บาท กังวลว่าจะได้รับผลกระทบค่าครองชีพเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็จะศึกษาปรับสัดส่วนเพิ่มเงินส่วนของค่าเดินทางภาคขนส่งให้มากขึ้น มาชดเชยค่าครองชีพส่วนนี้” นายสิริพงศ์ กล่าว

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด กล่าวว่า TSB จะเร่งติดตั้งระบบรับชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แล้วเสร็จครอบคลุม 124 เส้นทางภายใน 15 มิ.ย.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร โดยคาดว่าการพัฒนาบริการครั้งนี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 2.5 แสนคนต่อวัน จากปัจจุบันมีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยราว 3.8 แสนคนต่อวัน

ทั้งนี้ ระยะแรกจะนำร่องให้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนใน 23 เส้นทาง ผู้โดยสารสามารถสังเกตป้ายหน้ารถจะระบุว่า “รถคันนี้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โดยวิธีการชำระให้แจ้งใช้สิทธิกับบัสโฮสเตสบนรถเมล์ พร้อมแสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสาร คิดตามระยะทาง 15-20-25 บาท

สำหรับ 23 เส้นทางนำร่อง ประกอบด้วยประกอบด้วย 1-17(187) หมู่บ้านเอื้ออาทรคลอง 3 – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ,1-23(524) หลักสี่ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี),1-5(39) รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,2-4(30) วัดปากน้ำ นนทบุรี – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ สายใต้ (พระปิ่นเกล้า),2-48(122) แฮปปี้แลนด์ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร),3-15 เคหะบางพลี – สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย,3-3(11) สวนหลวง ร.9 – สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ3-37(12) ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย,3-45(77) พระราม 3 – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์,3-6(25) โรงเรียนปทุมคงคาสมุทรปราการ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย),4-1(6) ท่าเรือพระประแดง – บางลำพู, 4-10L(42L) วงกลมเสาชิงช้า – ท่าพระ (วนซ้าย),4-13(75) พุทธบูชา – หัวลำโพง ,4-21(120) สมุทรสาคร – แยกบ้านแขก,4-36(7) โรงเรียนศึกษานารีวิทยา – หัวลำโพง ,4-40L(56L) วงกลมธนบุรี – บางลำพู (วนซ้าย),4-44(80A) วปอ.11 – สวนหลวงพระราม 8, 4-46(84) วัดไร่ขิง – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี,4-50(123) อ้อมใหญ่ – ท่าราชวรดิฐ, 4-63(547) หมู่บ้านเอื้ออาทรศาลายา – ถนนตก,4-8(35) เคหะธนบุรี – บางลำพู, 39 ตลาดไท – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และS3(559) รังสิต – สวนสยาม – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (ทางด่วน)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง