อัยการธนกฤต ชี้ คกก.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีอำนาจเรียกโรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนตามกำไรส่วนต่างได้

3 ก.ค.2565- ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องข้อสังเกตต่อข้อกฎหมายกรณีการนำส่งกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงความว่า กรณีการเจรจากับโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง 6 แห่ง เพื่อนำกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นมาเสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ยังคงติดขัดมีความล่าช้า โดยมีบางฝ่ายให้ความเห็นว่าพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ขาดความชัดเจน บ้างก็ว่าไม่มีกฎหมายกำหนดในเรื่องนี้ไว้

ผมขอให้ความเห็นและข้อสังเกตทางวิชาการเป็นการส่วนตัวในเรื่องข้อกฎหมายกรณีการนำส่งกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้ 1. คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน มีอำนาจตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฯ มาตรา 14 (4) ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน โดยอาจกำหนดตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ได้ และตามมาตรา 27 (1) กำหนดให้โรงกลั่นซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในประเทศ ส่งเงินเข้ากองทุนให้แก่กรมสรรพสามิตตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย 

2. ประเด็นปัญหาคือ การที่บทบัญญัติในมาตรา 14 (4) บัญญัติให้การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อาจกำหนดตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ได้ นี้ จะทำให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดให้โรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนโดยกำหนดตามกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ ผมขอให้ความเห็นและข้อสังเกตดังนี้

(1) การที่มาตรา 14 (4) ใช้คำว่า อาจกำหนดตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ได้ นี้ น่าจะมีความหมายว่า เป็นการให้อำนาจดุลพินิจแก่คณะกรรมการในการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนที่เห็นว่าเหมาะสมได้ โดยอาจพิจารณาจากประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ หรืออาจจะพิจารณาจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากนี้ก็สามารถกระทำได้ด้วย ไม่ได้เป็นบทบังคับให้คณะกรรมการต้องพิจารณาจากเฉพาะประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น เนื่องจากมาตรา 14 (4) ไม่ได้ใช้ถ้อยคำว่าคณะกรรมการต้องกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้ถ้อยคำว่าอาจกำหนดตามนี้ก็ได้

(2) การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของโรงกลั่นซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในประเทศตามมาตรา 27 (1) เป็นการส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดไว้ ส่วนจะส่งเงินเข้ากองทุนจำนวนเท่าใดขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย ดังนั้น อัตราเงินส่งเข้ากองทุนจึงเป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบันนี้คณะกรรมการได้ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับที่ 106 พ.ศ. 2565 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 กำหนดอัตราส่งเงินเข้ากองทุน เช่น เบนซิน ลิตรละ 7.18 บาท แก๊สโซฮอล 95 และแก๊สโซฮอล 91  ลิตรละ 0.09 บาท ดีเซลหมุนเร็ว B7 และดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลิตรละ 1 บาท และดีเซลหมุนช้า ลิตรละ 1.20 บาท เป็นต้น

ดังนั้น คณะกรรมการย่อมมีอำนาจตาม พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฯ มาตรา 14 (4) และมาตรา 27 (1) ประกาศกำหนดอัตราส่งเงินเข้ากองทุนโดยพิจารณาความเหมาะสมกับสภาวะวิกฤตราคาพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฯ โดยอาจจะพิจารณากำหนดมาตรการเป็นการชั่วคราวในช่วงภาวะวิกฤตที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยพิจารณากำหนดตามสัดส่วนกำไรส่วนต่างของโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งดังกล่าว ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมและเป็นธรรม ที่ไม่กระทบต่อโรงกลั่นและผู้ถือหุ้น โดยให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

นอกจากนี้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฯ มาตรา 41 ได้กำหนดบทลงโทษไว้ว่า  ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบตามจำนวนที่ต้องส่งตามมาตรา 27 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือปรับไม่เกิน 5 เท่าของจำนวนที่ต้องส่งหรือจำนวนที่ขาด แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อัยการ' ชี้ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับมรดก 'ฮลุน' แนะปรึกษาอัยการคุ้มครองสิทธิช่วยฟรี

'อัยการธนกฤต ' ชี้รูปภาพ วิดีโอ ข้อมูลการท่องเที่ยว ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ถือเป็นมรดกตกทอดตามกฎหมาย แนะญาติของ'ฮลุน'ติดต่อสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในการยื่นคำร้องต่อศาลตั้งผู้จัดการมรดก เผยทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับมรดกตามลำดับ มารดา พี่น้อง และย่า

'ผู้เชี่ยวชาญพลังงาน' อึ้ง! 'อับเค้ก' โดนโจมตี ระบบพลังงานโลก เข้าสู่ภาวะเสี่ยงที่สุดในรอบ 50 ปี

'ผู้เชี่ยวชาญพลังงานโลก' อึ้ง! 'อับเค้ก' ของซาอุฯ จุดตายขั้นสูงสุดของพลังงานโลก โดมิโนตัวสุดท้าย โดนโจมตี ชี้การออกแบบระบบการผลิตแยกน้ำมันดิบใช้เวลาซ่อมแซม 3-5 ปี หวั่นการขาดแคลนโครงสร้างพลังงานโลกอย่างถาวร เข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงที่สุดในรอบ 50 ปีอย่างเป็นทางการ

อัยการธนกฤต ชี้กฎหมายห้ามเเจ้งข้อหาเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี คดีขับรถชนพระธุดงค์

ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายกฎหมายวิธีพิจารณาความและกฎหมายพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ได้ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเรื่อง เกร็ดความรู้กฎหมาย การดำเนินคดีกรณีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ทำความผิดอาญา ว่า ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ

'รสนา' ถาม สงครามยุติ น้ำมันไทยลดจริงกี่โมง บี้ 'เอกณัฏ' ทำให้สุดซอยจริงๆสักครั้ง

นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สงครามยุติ น้ำมันไทยลดจริงกี่โมง

จับตา 'ดีเอสไอ' ขยายผลสอบ 6 โรงกลั่น เพิ่มฐานความผิด 'กักตุนน้ำมัน' พบจำกัดโควตาลูกค้าประจำ แต่มีขาจรแทรกผิดปกติ

“ดีเอสไอ" เผย หลังขยายผลสำนวนคดี “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ชี้ ไม่เพียงกรอกเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบตามประกาศกรมธุรกิจกำหนด ซึ่งมีความผิดตาม ”พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543“ แต่ยังมีพฤติการณ์ ส่อมีความผิดกักตุนน้ำมันตาม “พ.ร.บ.ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542” เหตุ หลัง “กบน.“ มีมติขึ้นพรวดน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร

กลุ่มโรงกลั่นฯ ยันจัดหาน้ำมันดิบได้แน่ แม้สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

กลุ่มอุตฯโรงกลั่นน้ำมัน ยืนยันความสามารถในการจัดหาน้ำมันดิบ เสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อ เผยสัดส่วนการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลดลงจาก 60% เหลือ 30%