
30 พ.ย. 2565 – นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ เร่งเชื่อมโยงกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต โดยประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลผลิตผักกาดขาวและกะหล่ำปลีจากเกษตรกรในราคานำตลาด เพื่อนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางรถ Mobile พาณิชย์ และตลาดในความส่งเสริมของกรมฯ โดยจะรับซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรจะสามารถขายผลผลิตได้ในระดับราคาที่เหมาะสมตลอดฤดูกาลการผลิต ซึ่งล่าสุดได้ประสานผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากบ้านม่อนเงาะ อ.แม่แตง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเบื้องต้นแจ้งความประสงค์ซื้อผลผลิต ปริมาณ 20,000 กิโลกรัม (กก.) แต่เกษตรกรสามารถรวบรวมได้เพียง 10,000 กก. ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะติดตามการรับซื้อและส่งมอบให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิตต่อไป
“การแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำ และการเตรียมการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตร เพื่อดูแลเกษตรกร เป็นนโยบายที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมฯ ดำเนินการ และกรมฯ ได้ถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่หลากหลาย เพื่อดูแลเกษตรกรให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม คุ้มกับต้นทุนการผลิต และมีกำไรสำหรับการยังชีพ” นายอุดม กล่าว

สำหรับการเข้าไปดูแลผักกาดขาวและกะหล่ำปลี เนื่องจากสภาพอากาศที่อุณหภูมิปรับลดลง เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของผัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ส่งผลให้ราคาผักกาดขาวและกะหล่ำปลีที่เกษตรกรขายได้เริ่มปรับลดลง แต่กรมฯ ได้เข้าไปดูแล และป้องกันก่อนที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ใช้กลไกระดับจังหวัด บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ การเปิดรับ Pre-Order จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง การประชาสัมพันธ์รณรงค์เพิ่มการบริโภคผักในช่วงที่ออกสู่ตลาดมาก รวมทั้งประสานหาผู้ประกอบการช่วยเข้าไปรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะได้ติดตามและประเมินสถานการณ์การผลิต การตลาดพืชผักและสินค้าเกษตรอื่น ๆ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลผลิตด้านปริมาณและราคาที่จะมีผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดต่อไป และเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ กรมฯ ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาจะมีโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยหากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' ซัดข้าวแกงการเมืองสุดท้ายผู้แพ้คือประชาชน!
'สส.กรวีร์' ชี้เสียดายหากโครงการข้าวแกง 40 บาทต้องพับ เหตุถูกโจมตีทางการเมือง หวังเอาชนะเพื่อความสะใจ แต่สุดท้ายผู้แพ้คือประชาชน
'ศุภจี' บินสหรัฐ ลุยเจรจาภาษี หวังลดเหลือ 10% ลั่นรักษาอธิปไตยการค้า
รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นำทีมเจรจาสหรัฐอเมริกา แก้ปมไต่สวนมาตรา 301-122 ย้ำไทยยึดผลประโยชน์ประเทศ รักษาอธิปไตยทางการค้า ไม่รับเงื่อนไขจำกัดการค้ากับประเทศคู่ค้า พร้อมผลักดันลดภาษีสินค้าไทยกลับสู่ระดับ 10% และไม่ลดมาตรฐานสารเร่งเนื้อแดง
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ยันขยับราคาขึ้น 20 สต.แล้ว จะไม่มีการปรับขึ้นอีก
สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันไม่ขึ้นราคาเพิ่ม “พาณิชย์” ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด คาดไข่ไก่ราคาลดลง ส.ค. นี้

