ประวิทย์ ยัน 'กกท.' ทำผิดข้อตกลงกับ กสทช. ชี้กระทบการขอสนับสนุนในอนาคต

8 ธ.ค. 2565 – นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กรรมการ กสทช. เขียนบทความเรื่องปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ตามบันทึกข้อตกลง โดยระบุว่า

1.กสทช. มีมติอนุมัติเงินสนับสนุนเพื่อให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดย กกท. และ สำนักงาน กสทช. ได้ทำบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย กกท. ตกลงยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตได้สิทธิแพร่ภาพแพร่เสียงโดยให้มีการออกอากาศผ่านผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช.

2.หาก กกท. ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงได้ สำนักงาน กสทช. สงวนสิทธิในการยกเลิกการสนับสนุนหรือเรียกคืนเงินที่ได้สนับสนุนไปแล้ว โดย กกท. ต้องคืนเงินใน 15 วัน

3.กกท. ได้จัดทำบันทีกข้อตกลงกับเอกชน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 เนื้อหาของบันทึกข้อตกลงเป็นความลับ แต่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า กกท. รับรองกับเอกชนว่า กสทช. ได้แจ้งมิให้ผู้รับใบอนุญาตเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT แล้ว และ กกท. รับรองว่าจะดำเนินการไม่ให้มีการนำสัญญาณไปออกอากาศในช่องทางดังกล่าว

4.ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิของเอกชนที่ให้การสนับสนุนรายนี้ กกท. ตกลงที่จะคืนเงินทั้งหมดทันที

5.แต่ปรากฏหลักฐานตามหนังสือที่ กกท. แจ้งเอกชนเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2565 ว่า กกท. ได้หารือเรื่องการปิดสัญญาณการถ่ายทอดผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT กับสำนักงาน กสทช. แล้ว และสำนักงาน กสทช. มีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 ซึ่งเป็นวันหลังจากวันทำบันทึกข้อตกลงกับเอกชนซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 แต่ทำไมในบันทึกข้อตกลงกับเอกชนกลับอ้างว่า กสทช. ได้แจ้งมิให้มีการเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบต่างๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ในหนังสือที่ กกท. แจ้งเอกชน มีการระบุว่า หากบันทึกข้อตกลงกับเอกชน ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย หลักเกณฑ์และบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. กกท. ก็ไม่อาจดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงกับเอกชนได้

6.ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2565 มีความเห็นว่า กรณีการแจ้งผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เผยแพร่รายการของกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Carry) ไม่รวมถึง IPTV เป็นการขัดต่อประกาศที่ต้องการให้ออกอากาศผ่านทุกช่องทาง

7.สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้ง กกท. เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 ว่า ตามบันทึกข้อตกลงที่ กกท. ทำกับสำนักงาน กสทช. มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน กกท. ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลง รวมทั้งต้องดำเนินการให้ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศการถ่ายทอดสดตามหลัก Must Carry ได้โดยทันทีนับแต่วันรับหนังสือนี้ หากไม่สามารถแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องได้ กกท. มีหน้าที่ต้องคืนเงินสนับสนุน

8.ความสับสนเกิดจากการที่ กกท. อ้างคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาว่าเกิดจากการใช้สิทธิของเอกชนผู้รับสิทธิ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. แต่อย่างใด

9.แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ประเด็นคำถามสำคัญคือ การยกสิทธิให้เอกชนตามบันทีกข้อตกลงกับ กกท. นั้น เป็นเหตุให้การดำเนินการขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. หรือไม่ หากขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทีกข้อตกลงจริง สำนักงาน กสทช. ก็มีสิทธิเรียกเงินสนับสนุนคืน และ กกท . ก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินใน 15 วัน โดยไม่เกี่ยวกับคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาแต่อย่างใด

10.หาก กกท. ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงและไม่คืนเงิน เป็นไปได้ว่าอาจจะมีฟ้องคดีตามมา และการขอรับการสนับสนุนการถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น กีฬาโอลิมปิกส์ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ คงเป็นสิ่งที่ กสทช. สมควรจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความสามารถในการปฏิบัติตามข้อตกลงของผู้ขอรับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศรีสุวรรณ' ลุยศาลปกครอง ฟ้อง กสทช.เพิกถอนประมูลวงโคจรดาวเทียม ให้เป็นโมฆะ

'ศรีสุวรรณ 'ลุยศาลปกครองฟ้อง กสทช.เพิกถอนประมูลวงโคจรดาวเทียม ชี้นำวงโคจรดาวเทียมของชาติมาจัดประมูลและให้สิทธิแก่เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้ประเทศชาติมีความเสี่ยงทางด้านความมั่นคง ขัดรธน. ม.60 ประกอบ ม.56 วรรคสอง

'ก้าวไกล' ผิดหวัง 'กสทช.' แค่รับทราบควบรวม 'ทรู-ดีแทค' จ่อยื่นป.ป.ช.เอาผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

'ศิริกัญญา' ผิดหวัง'กสทช.'ไม่ทำตามอำนาจตัวเองแค่รับทราบผลการขอควบรวมธุรกิจ 'ทรู-ดีแทค' ลั่น 'ก้าวไกล 'เตรียมยื่นป.ป.ช.เอาผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ทั้งคณะพร้อมหนุน สภาองค์กรผู้บริโภค ฟ้องศาลปกครอง

เปิดเซฟ '2 อดีต กสทช.' อู้ฟู่เกินร้อยล้าน!

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรณีพ้นจากตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)

'กสทช.' เสนอตั้งคณะทำงานพหุภาคีแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์ ขานรับกม. PDPA

นางพิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในงานเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 1/2565 เรื่อง “กฎหมาย PDPA กับมิติใหม่ของการจัดการปัญหา SCAM” ว่า

กสทช. ทำอะไรกับการรวมกิจการได้หรือไม่

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน) เขียนบทความเกี่ยวกับการควบรวมกิจการของ 2 บริษัทโทรคมคมคม โดยมีเนื้อหาดังนี้