ธ.ก.ส.ปักธงกดหนี้เน่าไม่เกิน 5.5% เตรียมชงรัฐบาลใหม่อุ้มเกษตรกร

“ธ.ก.ส.” เร่งสางหนี้เสีย ปักธงปีนี้กดเหลือไม่เกิน 5.5% พร้อมชงรัฐบาลใหม่ดูแลเกษตรกรอ่วมภัยแล้ง-น้ำท่วม ผุดคาร์บอนเครดิตฟาร์มขนาดใหญ่ของประเทศ

2 ก.ค. 2566 – นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของธนาคารในปัจจุบันมีแนวโน้มทรงตัว โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการธนาคารและฝ่ายจัดการหนี้ มีเป้าหมายร่วมกันว่าจะดูแลหนี้เสียสิ้นปี 2566 ได้ในระดับไม่เกิน 5.5% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 8% โดยจะพยายามบริหารจัดการในแต่ละเดือนให้อยู่ในระดับ บวกลบ 0.5% โดยหนี้เสียในระดับ 5.5% ถือว่าปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ที่ระดับ 7% และดีกว่าช่วงกลางปี 2565 ที่ขึ้นไปสูงเกิน 10%

ทั้งนี้ หนี้เสียของธนาคารสอดรับกับลูกค้า ที่เมื่อมีการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว จะมีการชำระหนี้คืนเป็นรอบการผลิต ทำให้หนี้เสียมาเป็นคลื่น โดยปี 2565 หนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากนโยบายการพักหนี้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยการจะทำให้หนี้เสียปรับลดลงมาได้ ก็มีทั้งการเร่งปล่อยสินเชื่อเพิ่ม และแก้ปัญหาหนี้เสียที่มีอยู่เดิมไม่ให้เพิ่มขึ้นอีก

นายฉัตรชัย กล่าวถึงแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้นว่า ธนาคารเพิ่งมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้เป็นครั้งแรก เนื่องจากดอกเบี้ยของธนาคาร มีความห่างกับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลสภาพคล่อง ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้กระทบลูกค้า เนื่องจากวงเงินกู้ลูกค้าไม่ได้สูงมากเฉลี่ยอยู่ที่ 3- 5 แสนบาทต่อราย ภาระการผ่อนชำระเงินงวดขึ้นไม่ได้ปรับสูงมาก ก็จะพยายามตรึงดอกเบี้ยไว้ให้ได้นานที่สุด ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยก็ถือว่าต่ำที่สุดในระบบแล้ว

อย่างไรก็ดี ธนาคารเตรียมเสนอมาตรการให้รัฐบาลใหม่ ในการดูแลเกษตรกรทั้งจากปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ซึ่งต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ทั้งเรื่องประกันราคาพืชผล และมาตรการช่วยเหลือซึ่งอยู่ในมาตรการปกติของธนาคาร แต่อาจจะต้องส่งเสริมภาคเกษตรในโรงเรือนปิด และสนับสนุนให้เกิดการใช้โซลาร์เซลล์ เป็นมาตรการเสริมเข้าไป

นอกจากนี้ ยังเตรียมมาตรการส่งเสริมเกษตรกร ผ่านสินเชื่อคาร์บอนเครดิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมรวบรวมลูกค้าที่ดูแล เป็นไปตามแผน net zero carbon ของธนาคาร โดยล็อตแรกจะผลิตได้เดือน ส.ค.นี้ จำนวน 150 ตัน รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต 70-80% เป็นรายได้เกษตรกร อีก 20-30% เป็นรายได้ของธนาคาร ถือเป็นช่องทางการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรนอกเหนือจากรายได้จากการเพาะปลูกผลผลิต ซึ่งตามแผนมีจำนวน 2 ชุมชน 450 ตันที่จะเข้าโครงการก่อน และมีอีก 17 ชุมชน กำลังผลิต 2,500 ตันต่อปี เมื่อรวมกับธนาคารต้นไม้ ก็จะเป็นคาร์บอนเครดิตฟาร์มขนาดใหญ่ของประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ปีบัญชี 2565 (1 เม.ย.65 ถึง 31 มี.ค.66) ธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคชนบทระหว่างปี 878,338 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อสะสมคงเหลือ 1,636,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากต้นปีบัญชี 30,509 ล้านบาท ยอดเงินฝากสะสม 1,829,549 ล้านบาท มีสินทรัพย์ 2,262,121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.15% หนี้สินรวม 2,109,120 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของ 153,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.15% และมีกำไรสุทธิ 7,989 ล้านบาท ขณะที่หนี้เสียอยู่ที่ 7.68%

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ คิกออฟ 'สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง' พร้อมโชว์ขับรถแทรกเตอร์

'นายกฯอนุทิน' เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ลดต้นทุนการผลิต วงเงินกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ย้ำรัฐมุ่งช่วยคนไทย ก่อนโชว์ขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า

บอร์ดธ.ก.ส.สั่งลุย‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ช่วยเกษตรกร

ข่าวดี! ‘บอร์ด ธ.ก.ส.’ สั่งลุย ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เคาะปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 100,000 บาท หนุนลดต้นทุน-เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

‘ธ.ก.ส.’เด้งรับมาตรการลดใช้พลังงาน ส่งมอบEV150คันใช้ปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศ

‘ธ.ก.ส.’ ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า 150 คัน ใช้ปฏิบัติภารกิจทั่วประเทศ ดีเดย์ 2 เม.ย. 69 หนุนมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ มุ่งสู่ Net Zero

บางจากฯ และออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมเสริมศักยภาพผู้นำ ธ.ก.ส. รับมือยุคโลกเปลี่ยน

โลกของภาคการเกษตรกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากแรงกดดันด้านภูมิอากาศ ความสำคัญของการใช้ข้อมูล บทบาทของเทคโนโลยี และมาตรฐานตลาดที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากฤดูกาลที่ผันผวน ภัยแล้ง น้ำท่วม ศัตรูพืช รวมถึงกฎเกณฑ์ด้านคาร์บอนของประเทศคู่ค้าที่เข้มงวดมากขึ้น

ธ.ก.ส. เปิดตัวเงินฝากทองนพคุณรับดอกเบี้ยสูงสุด 2.15%

ธ.ก.ส. เปิดตัว "เงินฝากทองนพคุณ” ฝากขั้นต่ำครั้งละ 10,000 บาท วงเงินฝากรวมสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบขั้นบันได สูงสุดถึงร้อยละ 2.15 ต่อปี เฉลี่ยทั้งโครงการร้อยละ 1.40 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 10 เดือน เปิดรับฝากที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ถึง 15 พฤศจิกายน 2568