
การส่งออกไทยในเดือนกรกฎาคม 2566 หดตัวมากกว่าคาดการณ์ที่ -6.2%(YoY) โดยเป็นผลจากความต้องการสินค้าของตลาดคู่ค้าสำคัญลดลงเกือบทั้งหมดยกเว้นสหรัฐฯ ที่ขยายตัวได้เล็กน้อย โดยตลาดจีนที่ดูเหมือนว่าการส่งออกผลไม้ยังคงขยายตัว
27 ส.ค. 2566 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีมุมมองว่า แม้ในช่วงที่เหลือของปี 2566 จะมีปัจจัยฐานของปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะตลาดจีนที่เศรษฐกิจอ่อนแอมากกว่าที่คาดการณ์อีกทั้งยังมีปัจจัยท้าทายอื่น ๆ ที่อาจเข้ามากดดันภาพรวมการส่งออกไทย ได้แก่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ ภัยแล้งที่อาจรุนแรงและยืดเยื้ออาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรให้ลดลง และค่าเงินที่ผันผวน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2566 จะหดตัวเพิ่มขึ้นจาก -1.2% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงตอกย้ำแรงกดดันที่มีต่อภาคการส่งออกไทยในเดือนกรกฎาคม 2566 ให้หดตัวมากกว่าคาดการณ์ที่ -6.2%(YoY) โดยเป็นการหดตัว 10 เดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งออกไทยในเดือนนี้มาจากการส่งออกสินค้าในหมวดหมู่เกษตร อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมหดตัวทั้งหมด
นอกจากนี้ การส่งออกไปยังตลาดคู่ค้าสำคัญก็ลดลงเกือบทั้งหมด โดยตลาดจีนแม้การส่งออกสินค้าเกษตรอย่างผลไม้ยังคงขยายตัวได้แต่ก็ชะลอลงจากที่เร่งตัวในเดือนก่อนหน้าขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนมากกว่ายังคงหดตัวลึก เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าอิเล็ทรอนิกส์ไปตลาดยูโรโซนและญี่ปุ่น เช่น คอมพิวเตอร์ที่หดตัวตามปริมาณความต้องการที่ลดลง และการส่งออกไปตลาดอาเซียนที่หดตัวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ในขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวได้เล็กน้อยโดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอดที่ยังคงเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเซมิคอนดักเตอร์และกระแสลดโลกร้อนอย่างโซลาเซลล์ยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้น จึงส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกไทยในช่วง 7 เดือนแรกยังคงหดตัวที่ -5.5%(YoY) และนำเข้าหดตัว -11.1%(YoY) ส่งประเทศไทยยังคงเผชิญกับการขาดดุลทางการค้าที่ -8,285.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สำหรับเศรษฐกิจจีนที่เคยถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกในปีนี้ กลับเริ่มส่งสัญญาณสูญเสียโมเมนตัมในการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2566 จนถึงขณะนี้ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีนในเดือนกรกฎาคม 2566 ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ในภาวะเงินฝืดต่างสะท้อนภาพเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง โดยจีนยังคงเผชิญกับหลายปัจจัยท้าทายทั้งภายในประเทศ อาทิ วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาระหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น และปัจจัยภายนอกประเทศจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่มีการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนในระดับค่อนข้างสูงผ่านทางภาคท่องเที่ยวและการส่งออก โดยข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าสินค้าจากภูมิภาคอาเซียนใน 7 เดือนแรกของปี 2566 หดตัว -6.3% เนื่องจากการนำเข้าสินค้าจากตลาดคู่ค้าสำคัญในอาเซียนลดลงเกือบทั้งหมด เช่น ฟิลลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม รวมถึงไทยที่หดตัว -12.7%(YoY) ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2566 การส่งออกไปยังตลาดจีนยังคงมีความท้าทาย ถึงแม้ก่อนหน้านี้มีมุมมองว่าจีนจะเป็นตลาดหลักเดียวที่มีภาพรวมการส่งออกจากไทยเป็นบวกเนื่องจากปัจจัยฐานที่ค่อนข้างต่ำของปีที่แล้วโดยเฉพาะในไตรมาสุดท้ายของปี แต่ด้วยเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ ประกอบกับการส่งออกสินค้าในกลุ่มเกษตรโดยเฉพาะผลไม้อย่างทุเรียน มังคุดที่อาจยังเติบโตได้แต่จะชะลอลงเนื่องจากผลผลิตที่อาจลดลงตามฤดูกาลเพาะปลูก จึงทำให้การส่งออกจากไทยไปจีนในปี 2566 มีความเสี่ยงว่าจะหดตัว
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีมุมมองว่า แม้ในช่วงที่เหลือของปี 2566 จะมีปัจจัยฐานของปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะตลาดจีนที่อุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอมากกว่าที่คาดการณ์ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยท้าทายอื่น ๆ ที่อาจเข้ามากดดันภาพรวมการส่งออกไทย ได้แก่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่ ภัยแล้งที่อาจรุนแรงและยืดเยื้ออาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรให้ลดลง และค่าเงินที่ผันผวน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ภาพรวมการส่งออกไทยในปี 25666 จะหดตัวเพิ่มขึ้นจาก -1.2% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเดินหน้า '3 สมดุล' แก้ส่งออกโตแต่รายได้กระจายไม่ทั่ว!
รัฐบาลเดินหน้า '3 สมดุล' แก้ส่งออกโตแต่รายได้ยังกระจายไม่ทั่ว ดัน SMEs–เกษตรกรรับประโยชน์จากการค้ามากขึ้น
จบดรามา! นายกฯ สั่งคลังทบทวนตัดสิทธิ 'บัตรคนจน' ปมลูกลดหย่อนภาษี
'เอกนิติ' เผยนายกฯ สั่งทบทวน เกณฑ์บัตรคนจน ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คกก.ประชารัฐฯ พิจารณาเร็วที่สุดเสร็จภายใน ก.ค.นี้ ย้ำเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน
PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตเฉียบพลันอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิกฤตตามฤดูกาลที่เกิดซ้ำและเรื้อรัง
วิกฤต PM2.5 ของไทย มักถูกมองว่าเป็นปรากฏการณ์เฉียบพลัน ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อว่า แม้ปัญหา PM2.5 จะเกิดขึ้นตามฤดูกาล
‘กสิกร’มองราคาปุ๋ยยูเรียโลกพุ่งกดผลผลิตข้าวนาปีลดกว่า21%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองราคาปุ๋ยยูเรียโลกพุ่ง จากสงครามอิหร่าน กดดันการปลูกข้าวนาปีคาดฉุดผลผลิตลดกว่า 21%

