
4 ก.พ. 2568 – น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย โดยจะเติบโตประมาณ 2.4% การบริโภคและการส่งออกภาคเอกชนจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีการเติบโตน้อยลง และการใช้จ่ายของรัฐบาลจะสูงขึ้น โดยสิ่งที่ เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่สูง ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้ม อ่อนแอลง
อย่างไรก็ดี ตลอดปี 2568 ธนาคารจะมุ่งยกระดับการให้บริการลูกค้า ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ บุกเบิกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
“ธนาคารได้กำหนดเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2568 อาทิ การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) มุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ ในภาคธุรกิจที่มีการฟ้นตัว และสินเชื่อที่มีหลักประกัน ตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อในปี 2568 ในระดับทรงตัว, ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) 3.3-3.5% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ” น.ส.ขัตติยา กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารยังดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ตามยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ทำต่อเนื่องจากปี 2567 ได้แก่ยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้านคือการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อการขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่างๆ และ ‘บวกหนึ่ง‘ คือการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาวโดยสิ่งที่ธนาคารเน้นเพิ่มขึ้นในปี 2568 นี้คือยุทธศาสตร์ Productivity เพื่อเพิ่มผลิตภาพจากการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้น
ยุทธศาสตร์หลักที่ 1 ยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อด้วยการมุ่งเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เน้นการให้บริการลูกค้าปัจจุบันที่มีคุณภาพ ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้า และใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และปรับการจัดการทั้งกระบวนการ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านสินเชื่อ โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา การปล่อยสินเชื่อใหม่มากกว่า 90% มาจากสินเชื่อที่มีหลักประกันและจากลูกค้าปัจจุบันที่ธนาคารรู้จักอย่างดี ในปี 2568 ธนาคารจะยังคงให้ความสําคัญกับการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ รวมทั้งจะกลับมาเปิดโครงการสนับสนุนและให้ความรู้เอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของลูกค้า
ยุทธศาสตร์หลักที่ 2 ขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียมด้วยการให้บริการโซลูชันการลงทุนและการชําระเงินครอบคลุมความต้องการของลูกค้าผ่านช่องทางที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
กลุ่มธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Business) ธนาคารมุ่งเน้นส่งเสริมบริการด้านการลงทุน และการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่เป็นที่ไว้วางใจ (Trusted Advisor) อย่างต่อเนื่อง ด้วยโซลูชันการลงทุนที่หลากหลาย ผ่านการให้คําปรึกษาจัดพอร์ตการลงทุนแบบ “Core & Satellite” ใช้ความแข็งแกร่งจากพันธมิตรระดับโลก
กลุ่มธุรกิจการชําระเงิน (Payment Business)ธนาคารมีบริการชำระเงินที่หลากหลาย โดยมี K PLUS เป็นจุดเชื่อมต่อบริการ ซึ่งปัจจุบัน จำนวนธุรกรรมออนไลน์ในประเทศไทย 1 ใน 3 ทำผ่าน K PLUS อีกทั้ง ธนาคารมีบริการเด่น อาทิ การให้บริการโอนเงินข้ามประเทศ (Remittance) ที่สามารถโอนเงิน 25 สกุลเงิน ใน 150 ประเทศทั่วโลก การเชื่อมต่อกับบริการชำระเงินด้วย QR Payment ระหว่างประเทศผ่าน Alipay+ และ WeChat การแลกเงินผ่านตู้ ATM และ FX Booth ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ การบริการ K PLUS Go Inter บริการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในที่เดียว ในปี 2568 ธนาคารจะยังคงพัฒนาบริการชําระเงินโดยมี K PLUS เป็นแพลตฟอร์มหลัก ควบคู่ไปกับการขยายเข้าไปรองรับระบบนิเวศในธุรกิจร้านค้า เพื่อให้รับชำระเงินได้หลากหลาย
ยุทธศาสตร์หลักที่ 3 เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่างๆ ธนาคารมุ่งส่งมอบประสบการณ์ของลูกค้าในการใช้งานในช่องทางต่างๆ โดยเน้นผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ด้วย K PLUS ที่มาพร้อมความปลอดภัย สะดวก ตลอด Journey ของลูกค้า ตั้งเป้า ปี 2568 เพิ่มจํานวนผู้ใช้ K PLUS จาก 23.1 ล้านคนเป็น 23.9 ล้านคน รวมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชัน K BIZ ให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย โดยตั้งเป้าผู้ใช้งาน K BIZ จาก 1.2 ล้านคนเป็น 2.1 ล้านคน
ในปี 2568 ธนาคารจะยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นําด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ด้วยประสบการณ์ดิจิทัลเฟิสต์ โดย K PLUS ครองความเป็นอันดับ 1 ด้านการใช้งาน และอันดับ1 ด้านความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ (Net Promoter Score: NPS) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศ และบริการ Contact Center ได้รับคะแนนความพึงพอใจอันดับ 1(Net Promoter Score: NPS) ทั้งการให้บริการผ่านช่องทางโทรศัพท์ รวมทั้งการให้บริการแบบครบวงจรผ่าน KBank Live และสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ จากผลสำรวจของบริษัท นีลเส็นไอคิว (NielsenIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลก
ยุทธศาสตร์ด้าน Productivity ธนาคารมุ่งเน้นที่จะยกระดับนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารและจัดการภายในองค์กร (Productivity) ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการทำงาน อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเพิ่มศักยภาพของพนักงาน (Human Intelligence) เพื่อสร้างให้เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และเกิดการทำงานที่มีประสิทธิผลสูงสุด
นางสาวขัตติยา กล่าวตอนท้ายว่า ธนาคารกสิกรไทยดำเนินธุรกิจและร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาเป็นเวลา 80 ปี บนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่น สามารถขับเคลื่อนผ่านความไม่แน่นอนและความท้าทายต่าง ๆ ได้ และเป็นธนาคารที่ไว้วางใจได้สําหรับลูกค้าเสมอมา ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุด ผ่านนวัตกรรมและการนําเสนอโซลูชันทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งพิสูจน์ได้จากความเป็นผู้นําในด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' ชูโมเดลไข่ดาว ราชการทำงานประสานแบงก์รัฐ ย้ำโอกาสสุดท้ายของไทยก่อนตกขบวน
“เอกนิติ” มอบนโยบาย คบจ. อุดรธานี เปลี่ยนสรรพากรเป็นยักษ์ยิ้มบริการประชาชน ชูโมเดลไข่ดาว ทำงานสอดประสาน ย้ำนี่คือ “โอกาสสุดท้ายของไทย” ก่อนตกขบวน
กสิกรไทย ลุยแจ้งจับคนร้ายปลอมสลิปโอนเงิน 7 ล้านค่าน้ำชา อ้างชื่อ-โลโก้แบงก์
ธนาคารกสิกร แจ้งความแล้ว คนร้ายปลอมสลิปโอนเงิน 7 ล้านค่าน้ำชา อ้างชื่อ-โลโก้ The Wisdom หวั่นประชาชนหลงเชื่อแล้วทำผิดอาญาและ พรบ.คอมพิวเตอร์
‘กสิกร’ยันตรวจแล้วไม่พบบัญชีชื่อ‘อนุทิน’ แจงโอนเงินผ่านK PLUSสูงสุดได้แค่2ล้าน
‘กสิกร’ ยันตรวจสอบแล้วไม่พบบัญชีผู้รับเงินชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หลังโซเชี่ยลว่อนภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท พร้อมแจงการโอนเงินผ่าน K PLUS ทำได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายการ
‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน
“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง
'อนุทิน' มั่นใจจีดีพีโตเกิน 2.1% โชว์ลงทุน-ส่งออกพุ่ง น้ำมันล้นสต็อกจนต้องส่งออก
นายกฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 2.1% หลังพบตัวเลขลงทุนต่างชาติ ส่งออก จ้างงาน และจัดเก็บภาษีดีขึ้น

